sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 12

    Guest

    จำได้ลางๆว่า มีคนทักใน MSN ด้วยข้อความประมาณว่า "เดี๋ยวเปิดเทอมจะไปหา"

    แล้วเราก็เปิดเทอม

    ...

    กระเป๋าเดินทางยังคงถูกส่งออกจากสุวรรณภูมิ ที่ตอนนี้รู้สึกว่าไปเดินเล่นสนามบินบ่อยจนเบื่อแล้ว
    กระเป๋าเดินทางยังคงไหลมาตามรางที่สนามบิน O'Hare ที่่ Chicago ที่เราต้องออกแรงยกขึ้นรางเพื่อเข้าเครื่องตรวจจนกล้ามขึ้น (ถ้าบ่อยกว่านี้ คงกล้ามขึ้นจริงๆ)
    กระเป๋าเดินทางยังคงขลุกขลักอยู่ใต้ท้องรถบัสสายเดิม ที่วิ่งท่ามกลางทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา
    แต่ปีนี้ กระเป๋าเดินทางจะไม่ถูกอัด ผลัก ถีบเข้าใต้เตียงเตี้ยๆน่าอึดอัดในห้องอบๆอีกต่อไป เพราะกระเป๋าเดินทางกำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว !

    ว่าแล้วก็ไปชมภาพสารคดีตามติดชีวิตกระเป๋ากัน



    2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัวจิ๋ว 1 ห้องน้ำส่วนตัว มีไมโครเวฟ, ตู้เย็น, โซฟา, เตียง, โต๊ะ, ตู้เสื้อผ้า, โคมไฟ, แอร์คอนดิชั่น, ฮีทเทอร์, โต๊ะกินข้าว, ระเบียงเล็กๆหน้าบ้าน, เก้าอี้ รวมอยู่ด้วย (ทีวีของเพื่อน) อยู่ตรงข้ามตึกเรียน Computer Science (ที่ไม่ค่อยได้ไปเรียนเท่าไร) สนนราคาอยู่ที่ $710 ต่อเดือน (ไม่รวมค่าไฟกับค่าเนต ส่วนค่าน้ำฟรี)

    เป็นโชคดีของเจ้ากระเป๋าเดินทางไป ที่ไม่ต้องก่ายหน้าผากสิ้นเดือนตอนจ่ายตังค์ค่าเช่า
    แต่เนื่องจากกระเป๋าสองใบนั้น ได้ถูกวางทิ้งไว้โดยที่เจ้าของไม่สนใจใยดีเหมือนเดิม เอาเป็นว่าแล้วก็จบสารคดีแต่เพียงเท่านี้

    ...

    จำได้เลือนๆว่า มีคนส่ง Voicemail มาทางโทรศัพท์บอกว่า "อยู่สนามบินแล้ว สักเที่ยงคืนมารับด้วย"
    ...

    Level : Sophomore
    Exp (credits earned): 61/120 (next level - 90)
    Current Quests:
    MATH 403 (3 exp) - Euclidean Geometry
    MATH 424 (3 exp) - Real Analysis
    MATH 412 (3 exp)- Graph Theory
    CS373 (3 exp)- Theory of Computation
    JAPN 201 (5 exp)- Elementary Japanese
    Additional Tasks:
    CS357 Grader
    Description:
    เทอมนี้เรียนน้อยกว่าปีก่อน (จริงๆเรียน Pshyc 100 ด้วย แต่รู้ตัวที่หลังว่าซื้อหนังสือผิด เลย drop ไปลงปีหน้า...)
    แต่ดูยากขึ้นกว่าเดิมเยอะ Math424 นี่ก็เป็น Honor Course ที่ยากมหันต์ แล้วคนที่เรียนด้วยก็เก่งๆทั้งนั้น หวังว่าคงจะเกาะกลุ่ม A อยู่นะ
    ส่วน CS373 นี่ก็เรียน Concept เรื่องภาษา, State Machine, regular expression, Turing Machine เป็นเรื่องที่ไม่เคยเรียนมาก่อน แต่ก็เข้าใจอยู่ (กลัวจะไปตายตอน Turing Machine เนี่ยหละ)
    Japn นี่ก็ภาษาญี่ปุ่นตัวแรก ที่เริ่มจากท่องตัวคะตะกะนะ กับ ฮิระกะนะ แล้วก็ Grammar พื้นฐาน อาจารย์กล่อมว่าถ้ามาเรียนทุกคาบและตั้งใจยังไงก็ได้ A

    นอกจากเรียนแล้ว เทอมนี้ยังรับงานเป็น Grader ของ CS357 ที่เราเรียนไปเทอมก่อน ก็เอาการบ้านมาตรวจ ให้คะแนน แล้วก็ส่งคืนกลับไป แถมงานนี้มีค่าจ้างชั่วโมงละ $9 ทำงานเฉลี่ยอาทิตย์ละ 6 ชั่วโมงก็ได้สัก $54 ก็สนุกดี (สนุกกว่าไปทำร้านอาหารละกัน) และยังได้ SSN(Social Security Number) อีกด้วย มันคืออะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่มีไว้แล้วชีวิตสะดวกขึ้นนิดนึง อย่างตอนไปซื้อโทรศัพท์มือถือถ้ามี SSN แล้วก็ไม่ต้องมัดจำตั้ง 500 เหรียญแน่ะ (ถ้าเราคิดจะซื้ออีกเครื่องนะ ...)

    อย่างที่กล่าวข้างต้นๆว่า เช่าอพารท์เมนท์อยู่ ชีวิตเอกเขนกขึ้นมาก
    ได้ห้องนอนเดี่ยวที่กว้างพอๆกับห้องที่นอนสองคนตอนอยู่หอ มีห้องนั่งเล่นกับโซฟานุ่มๆ มีครัวส่วนตัว (ที่ส่วนใหญ่รูมเมทจะทำอาหารแล้วเราก็รอล้างจานไป) มีทีวีของรูมเมทที่เอาไว้เล่น PS2 ของรูมเมท กับต่อคอมดูการ์ตูน (ของรูมเมทหมด ... ไม่รู้ว่าเรามีอะไรบ้าง)
    อีกอย่าง ในอพารท์เมนท์เดียวกันก็มีเพื่อนกับรุ่นพี่อยู่ด้วย ติดต่อกันสะดวกดี อย่างตอนจะถามการบ้าน ตอนไปแย่งซูชิเพื่อนกิน ตอนไปยืมห้องเพื่อนมานั่งกินสุกี้ (ใช้หม้อสุกี้ที่อุตส่าห์แบกมาจากไทย) เรียกว่าอยู่กันเป็น Thai Complex เลย (แถมปีหน้าจะมีรุ่นพี่มาอยู่เพิ่มอีก 2 คนแน่ะ)
    อ้อ ถ้าสังเกตว่าเราออนเอ็มไม่ค่อยบ่อยก็ไม่ต้องสงสัยว่าเราไปจมกองหนังสืออยู่หรือเปล่า จริงๆคือยังไม่ได้ติดตั้ง Internet เลยไม่มีเนตใช้ในห้อง (ก๊าก) นานๆทีจะโขมยสัญญาณเนตห้องข้างๆ (ข้างไหนก็ไม่รู้) มาใช้ ไม่ก็เดินข้ามถนนไปตึก Siebel Center ตึกเรียน Computer Science แล้วก็ไปนั่งแหมะใช้เนตของมหาลัย


    อ้อ อันนี้เป็น excel ที่เราเอาไว้จดว่า ต้องเรียนอะไรบ้างใน 4ปีนี้ ก็มี Math ที่ดูเยอะแยะมากมาย CS สนุก 6 ตัว (อาจจะมีเพิ่ม) กับ General Education ที่เป็นวิชาที่ไม่อยากเรียนเอาซะเลย (แต่ก็ต้องเรียนให้ครบ)

    ในตารางข้างล่างก็จดไว้ว่า จะเรียนอะไรเทอมไหน แน่นอนว่าเปลี่ยนไปมาเรื่อยๆ เพราะบางวิชาตารางสอนชนกันเลยต้องเปลี่ยน ไม่ก็เพื่อนชวนไปเรียนตัวอื่น (rare case) และจากจำนวนเครดิตที่มีอยู่ สามารถจบได้ภายในสามปี แต่รู้สึกว่า 3 ปีมันเรียนเลขที่อยากเรียนได้ไม่หมด เลยคิดว่าจบ 4 ปีไปแล้วกัน ไม่เสียหาย แถมได้เรียนปี 4 แบบสบายๆด้วย
    ...

    จำได้นิดๆ ว่าคนที่อยู่บนรถตู้คันนั้นหน้าตาคลับคล้ายคลับคลา
    "มาตัวเปล่าไม่ได้หรือไงเนี่ย ทำไมต้องหอบพายุเข้ามาด้วย" เราถามพร้อมกับยื่นเสื้อกันฝนที่ยืมจากรุ่นพี่อีกคนหนึ่งให้เขา
    "นั่นสิ ธรรมชาติแถวนี้ดูตื่นตาตื่นใจดีนะ" เขาก็คงคิดอยู่ ว่าทำไมบรรยากาศข้างนอกรถตู้ที่นั่งมาถึงมืดสนิท และทำไมที่ถนนที่ Illinois ถึงมีน้ำไหลกรากอย่างกับคลอง
    "ที่นี่ดีจังนะ" เขาพูดหลังจากเข้าไปแวะบ้านรุ่นพี่เพื่อคืนเสื้อกันฝน และชวนกันเล่นไพ่ อีกทั้งยังบ่นๆว่าไม่ได้เล่นไพ่มาได้ 2 ปีแล้ว

    อ้อ ลืมบอกไป พี่ที่มาเยี่ยมชื่อพี่เจด ศึกษาวิชาเคมี ในระดับปริญญาตรี ที่ University of Pennsylvania
    รู้จักกับเขาครั้งแรกตอนเขาไป Brewster Academy โรงเรียนที่นักเรียนทุนที่ USA เกือบทุกคนต้องไปเข้าค่ายกักกัน เอ้ย ค่ายฤดูร้อน เป็นเวลา 3เดือน ก่อนที่จะถูกปล่อยไปเผชิญโลกแห่งความจริง(อันโหดร้าย)ที่ prep school
    ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นเค้าแค่ไปเที่ยวเฉยๆ แล้วที่ค่ายเค้าพาไปห้าง เราก็เลยเดินเตาะแตะๆแล้วไปจับพลัดจับผลูเดินกับพี่เจดซะงั้น
    พี่เค้าทักเราก็เพราะตอนนั้นเราใส่ wristband ของสวนกุหลาบ และพี่เค้าจบมาจากอัสสัมชัญพอดี ก็เลยท้าตีด้วยวาจา คุยเรื่องโรงเรียนไปมาซะงั้น
    (ภายหลังพี่เค้าบอกเราว่า ตอนนั้นเราไปเป็นตัวกขค. ... เพราะตอนเดินมีแค่เรา พี่เจด กับพี่ ... อีกคนหนึ่ง)

    หลังจาก Brewster ก็ได้เจอเค้าอีกที่มหาลัย UPenn ช่วง Thanksgiving Break เพราะเป็นวันหยุดยาวครั้งแรกที่จะได้เจอเพื่อนๆ ฟื้นฟู HP หลังจากถูกการบ้านและ Culture Shock ที่ prep school มากว่า 3 เดือน ทุกคนเลยใช้ช่วงเวลานี้จับกลุ่มนัดกันไปเยี่ยมเยียน (ออกแนวบุกรุกมากกว่า) มหาลัยต่างๆ จะได้ไปดูสภาพบรรยากาศของมหาลัยในฝัน นอกฝัน ในความจริง ที่จะยื่นใบสมัครเปื้อนรอยน้ำตาให้คณะกรรมการเห็นใจ รับไปอุปถัมภ์ในมหาลัยเหล่านั้น
    (ว่าเข้าไปนั่น ที่เราไป UPenn จริงๆแล้วเพราะมันใกล้ prep school เราต่างหาก จะให้สู้ค่าเครื่องบินแพงหูฉี่บินไปไหนไกลๆก็คงไม่เอา)
    นั่นหละ เป็นเหตุผลกับโชคชะตาฟ้าลิควิด เอ้ย ลิขิต ให้เราไปเจอ(ก่อกวน)พี่เจดอีกครั้ง

    หลังจากนั้น ก็ไปหา(วุ่นวาย)อีกครั้งตอน Long Weekend เพราะโดนไล่ออกจากหอ และไม่อยากร่อนเร่ไปไหนบนเครื่องบิน เลยเกาะรถบัส made in China ราคา $12 ไป UPenn อีกแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นซ่ากินอาหารทะเล คืนนั้นเลยฉลองวันเกิดในสภาพตาบวมหน้าแดง (หรือตาแดงหน้าบวมก็จำไม่ค่อยได้) 
    ตอน Spring Break ก็ไปแวะ(เกาะ)อีกครั้ง เพราะรถไฟที่จะกลับเพรพโดยตรงไม่มี เลยนั่งไปลง UPenn แล้วนอน(แย่งอาหาศหายใจ)คืนนึงก่อนกลับ

    เค้าคงรู้สึกว่า เราไปหาเค้าบ่อยมากมาย เค้าเลยอยากมาหาเราบ้างหละมั้ง ...
    แต่เค้าอาจจะผิดหวังเล็กน้อย ที่เราให้เค้านอนโซฟา เพราะตอนเราไปเค้าจัดที่นอนให้อย่างดี ... (เพิ่งมาอยู่เหมือนกันค้าบบ ไม่ได้ซื้ออะไรเข้าบ้านมากมายเลย)

    เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มดินอุดมสมบูรณ์ อาชีพหลักของผู้คนในละแวกนี้คือปลูกพืช และพืชที่นิยมปลูกมากที่สุดคือข้าวโพด
    และเนื่องจากมหาลัยถูกล้อมรอบด้วยทุ่งข้าวโพดสีทองอร่ามละลานตาสุดขอบนภาฟ้าสีคราม ฉะนั้น ... จึงไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยว (เกริ่นซะยาว)
    พี่เค้าก็เลยได้แต่เดินเล่นรอบมหาลัย ไปดูภาควิชาเคมีที่เค้าจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท ดูตึกเรียน สนามหญ้า โรงยิม ร้านหนังสือ กระรอก กระต่าย ใบ
    สน ต้นเฟิร์น ไปของเขา เพราะเราเลิกเรียนตอนบ่ายสอง เลยปล่อยเค้าเร่ร่อนจนท้องกิ่ว

    ไปกินอาหารเกาหลี เที่ยวงานเทศกาลข้าวโพดหวานของท้องถิ่น (Sweetcorn Festival) ชวน(บังคับ)ไปเล่นไพ่ คุยคุยคุย กินกินกิน นอนนอนนอน
    ยึดโซฟาได้ 3 คืนก็กลับซะแล้ว เพราะออกเช้าไปเลยไม่ได้ตื่นมาส่ง (ตั้งนาฬิกาปลุกละ แต่ไม่ตื่น) เลยงัวเงียๆบอกลาพี่เจดตอนเค้าเข้ามาในห้อง

    เฮ้อ ...
    จำได้ว่าคุยกับพี่เจดใน msn บ่อย ด้วยคำทักทายว่า "บุ๋ง" แต่เพิ่งนึกออกว่าพี่เค้าคุยเก่งมากขนาดนี้
    เพิ่งรู้ว่ามีรุ่นพี่หนีมาเที่ยว ทั้งๆที่ยังมีงานค้างคาอยู่ในมหาลัยด้วย
    เพิ่งได้คุยว่าเวลากินข้าวเค้าชอบตักข้าวน้อยๆเนื้อพูนๆ
    เค้าบ่นว่าที่นี่อากาศดีกว่ามหาลัยของเค้า
    รู้ว่าคนอื่นให้ฉายาเค้าว่า _ม_น_ เราก็เรียกๆตามเค้า แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
    เค้าเป็นคนแนะนำให้เราดูอนิเมะเรื่อง Clannad ที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดไปแล้ว
    Spring ก่อนที่เราไปหาเค้า รู้สึกจะสื่อสารกันผิด เลยต้องให้พี่มารอที่สถานีรถไฟก่อนเวลาตั้ง 3 ชั่วโมง
    Thanksgiving นั้น เราก็ทำพะแนงไก่หกใส่ผ้าห่มเค้า ...

    ถ้านับเวลาที่ไปพบ ได้พูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา ก็ยังรวมๆกันไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำไป
    แต่ก็ได้รู้จักกันมากกว่าเพื่อนมัธยมที่หนีไปนั่งซุกอยู่มุมห้อง คุยบ่อยกว่าเพื่อนใน prep school ที่นั่งเรียนด้วยกันมาเกือบปีเสียอีก

    ขอบคุณพี่เจด ที่มาส่งสัญญาณ ให้เรารู้ว่ารุ่นพี่ที่เราเคยคุยและกวนประสาทบ่อยๆยังไม่ได้หายไปไหน
    ขอบคุณที่มาสะกิดภาพวันเก่าๆที่พี่เจดและพี่ชิน ให้ที่พักอาศัย ทำให้เราและเพื่อนๆที่แยกย้ายกันไปแต่ละโรงเรียน กลับมาเจออีกครั้ง
    ขอบคุณสำหรับอนิเมะดีๆหนึ่งเรื่อง

    ...   "บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย"  ...
    การที่เราขึ้นเรียนปีสอง แสดงว่า มีเพื่อนที่ prep school ที่เราไม่ได้ติดต่อมาหนึ่งปีเต็ม มีเพื่อนนักเรียนทุนหลายคนที่เราไม่ได้เจอหลังจากการรวมตัวที่ Stony point เป็นเวลาปีกว่า มีเพื่อนระดับชั้นมัธยมปลายที่ไม่ได้เห็นหน้ามาอย่างน้อยสองปีแล้ว
    ถึงจะเห็นชื่อผ่าน MSN เห็นผ่านๆในหนังสือรุ่น หรือนึกขึ้นได้ในตอนนั่งทำอะไรเพลินๆ แต่การที่ไม่ได้พบปะพูดคุยกัน ก็เหมือนกับว่าตัวตนของคนคนนั้น "หล่นหาย" ไปจากชีวิตเราทีละเล็กละน้อย
    ในชีวิตเราตอนนี้ เราทำใครหล่นหายไปบ้างหรือยังนะ ...