sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 26 Scholar meeting camp20-22 มีนา
ไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อนมิค สิทธิ์ กานต์ ปอนด์ กร
สนุกสนานกับกิจกรรม ATV, Go cart, ปาเป้า, โดดน้ำ, เที่ยวน้ำตก, แวะปั๊ม!?! ,แล้วก็กิจกรรมฝึกสมองยามต่ำคืน รวม 2 วันกว่า 10 ชั่วโมง
23-25 มีนา
ลนุกสนานกับอีกค่าย (กระเป๋าเดิม เสื้อเกือบเดิม รองเท้าเดิม) เป็นค่ายสัมมนาที่กระทรวงวิทย์จัดให้นักเรียนทุนที่นครนายก Royal hills resort & spa (เสียดาย ไม่ได้เข้าสปา)
ก็มีเพื่อนนักเรียนทุน 24 คนกับอาจารย์ต้นสังกัดและพี่ๆทุนรุ่น 10 ปีก่อนมาพูดคุยกัน กิจกรรมโดยรวมๆก็มี
- Ice Breaking ระหว่างนักเรียนกับพี่ๆและอาจารย์ มีคนตั้งชื่อกลุ่มความยาวประมาณชื่อกรุงเทพ(จำไม่ได้แล้วแหละ แต่ย่อว่า งงงง)
- กิจกรรมช่วงแรก มีพิฑีกร MTV ยำโฆษณา กับกิจกรรมพวก แนะนำตัวเอง
- สัมมนา เป็นพวกข้อมูลประสบการณ์รุ่นี่ปีก่อน เรื่องการเตรียมตัว เรื่องเงิน (อันนี้ห้ามพลาด
- สันทนาการ กับพี่โต้งและพี่แจ๋น สนุกสนานได้ทุกช่วง พูดได้ทั้งวัน และเล่นมุขแป้กได้ไม่อายใคร...
- อาหาร (อันนี้ขาดไม่ได้) อาหารเช้าแบบที่คิดว่าคงได้กินอีก 10 ปี อาหารกลางวันและเย็น และข้าวต้มทะเลรอบค่ำ รับรองว่าถ้าชั่งน้ำหนักคงจะขึ้นอีกสัก 2-3 โลได้
- Walk rally อันนี้สนุกมากๆ ให้ถุงกับหลอด กรรไกร กระดาษหนังสือพิมพ์ คัตเตอร์ ด้าย จานร่อน เทปกาว แล้วก็มีด่านแบบ
1.ทำให้ลูกโป่ง 12 แตกให้มากที่สุดในทีเดียว โดยลูกโป่งอยู่ในกล่องไม้ผืนผ้า 3*4 ช่อง (อันนี้ทีมเราชนะได้ไป 6 ลูก ทีมอื่นทีมละลูก - -)
2.ทำที่ตักลูกบอลโดยตักไปอีกที่นึง มีบอล 4 ขนาด ใช้เวลา 30 วินาที (อันนี้ใช้ถุง ซึ่งตักเข้าได้ แต่ตอนออกติด...)
3.เล่นเกมที่เป็น 4*4 ช่องมีเลข 1-15 ให้เลื่อนๆๆ จนเรียงเบอร์ แต่อันนี้มัน 1-12 แล้วก็มีช่อง X ห้ามผ่าน 3 ช่อง อย่างยากส์ ทำไม่ผ่าน รูปตามด้านล่าง (ช่องว่างคือที่ให้เลื่อนนะ)
1 2 3 4 12 11 10
5 6 X 7 > 9 8 X 7
8 9 10 11 6 5 4 3
X 12 X X 2 1 X
4.อัจฉริยะข้ามคลอง
+ เราต้องนำ ตำรวจ+โจร+พ่อ+แม่+ลูกสาว2+ลูกชาย2 ข้ามคลองไปอีกฝั่ง
+ มีเรือ 1 ลำขึ้นได้อย่างมาก 2 คน แล้วก็เด็กห้ามพายเรือเอง
+ โจรอยู่กับคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่มีตำรวจ
+พ่อ อยู่กับลูกสาวไม่ได้ ถ้าไม่มีแม่
+ แม่ อยู่กับลูกชายไม่ได้ ถ้าไม่มีพ่อ
+ ต้องเอาทุกคนข้ามไปให้ได้ตามกฎ
ถ้าใครไม่เคยทำก็ดูเฉลยได้ที่ข้างซองมาม่า แล้วส่งคำตอบมาได้ตามที่อยู่ข้างๆจอคอม หรือโทรเลขมาหาเรา ทุกท่านที่ตอบถูกจะได้รับตั๋วเอนท์ติดคณะตามใจฝัน 1 ใบ
5.ทำเครื่องบินกรัดาษ แล้วร่อนให้ถึงระยะ 15 เมตร อุปกรณ์ก็กระดาษ โฟม หลอด กระดาษกาว กาว > ผลสรุป...ไม่ผ่านสักคน (กลุ่ม 1 มีระเบิดกลางอากาศด้วย)
- กิจกรรมยามค่ำ มีการแสดง MV ลิเกอังกฤษ คอนเสิร์ต ยำละครไทย ยำนิทานไทย ดันดารา UglyFantasia แล้วก็ร้องเพลงอีกกว่า 30 เพลง เลิกซะ 5 ทุ่ม แต่เราเข้าห้องก่อน...ง่วง
- กิจกรรมยามดึก รวมกลุ่มเล่นกีฬาฝึกสมอง ณ ห้องอิงผา 7/4 รวมประชากร 13 นาย(เยอะกว่าครึ่งของเด็กที่ไป) ไปทำอะไรน่าจะรู้ๆกันอยู่ ถ้าไม่รู้ก็ใบ้ให้ว่ามีอุปกรณ์ 3-4 สำรับ ครึกครื้นตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง ตี2 แล้วก็มีอีกกลุ่มที่ถึงตี4 (กลุ่มเราเองแหละ) หลับเป็นตายไม่รับรู้อะไรภายนอก ตื่นมาดูกั๊ซเบลเกือบ 9 โมง (แต่เค้านัด 8 โมงอะนะ)
- คาราโอเกะบนรถขากลับ โชคดีที่กลุ่มนักเรียนมีคนร้องเก่งคนนึงก็เลยครื้นเครง ยาวตั้งกะนครนายกถึง อนสาวรีย์ชัย แล้วก็มีกิจกรรมฝึกสมองอีกสักครึ่ง ชม. บนรถ
แล้วก็กลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ ได้สมุดข้อมูลเพื่อนๆ ได้ข้อมูลจากรุ่นพี่ ได้อาหารอร่อย ได้สนุกสนานกับกิจกรรม แล้วได้ความทรงจำดีๆกลับมา ใครอยากดูรูปเข้าไปที่ stscholar.nstda.or.th
อ้อแล้วก็ 26 มีนา ฉีดยาไปอีก 2 เข็ม รวมๆไปก็โดนเจาะไปแล้ว 7 เข็ม แถมหมอนัดฉีดเดือนหน้าอีก 2 เข็ม เฮ้อ... March 17 Ninety daysตอนนี้กำลังกลายสภาพ จากเด็กทุนเป็นเด็กพรุน !!!
วันจันทร์ 12 มีนา ไปตรวจร่างกายที่ศิริราชมา เพิ่งรู้ว่าโรงพยาบาลมีคนเยอะอย่างกับหัวลำโพง
ขนาดไปนั่งตามบันได บางคนก็หอบข้าวของมาอย่างกับจะย้ายบ้าน ไม่ก็จูงลูกจูงหลานมา
ทั้งๆที่ไปตั้งกะ 6 โมงกว่า คนก็ยังแน่น แต่ก็ดีที่ กพ. เค้ามีลัดคิวมีอะไรให้ด้วย เลยเร็วขึ้นเยอะ
ก็ไม่มีอะไรมาก ไป X-Rays ปอด ไปวัดความดัน ความสูง ชั่งน้ำหนัก ตรวจตา(เอาไฟส่อง) แล้วก็ให้อ่านที่ตรวจตาบอดสีเล่น
และก็ ... เจาะเลือด
ตอนเจาะคงไม่มีอะไรมากหรอก ถ้าหมอเค้าไม่ให้เราเห็นว่ามีหลอดเก็บเลือดอยู่ 5 หลอด
เข็มเจาะเลือดก็ใหญ่อย่างกับเข็มเย็บผ้า
ตอนเจาะเข้าไปก็เจ็บแปลบๆ ก็คิดว่าคงแป๊บเดียว ที่ไหนได้ กว่าเลือดจะเต็มทั้ง 5 หลอด เล่นเอาเกือบนาที
ถ้าใครอยากเห็นภาพชัดๆ เชิญที่โรงพยาบาลได้ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ถ้ายังไม่พอใจ เรามีบริการฉีดยาแถมให้อีก ...
เค้าบอกว่าถ้าไปอเมริกา ต้องฉีดวัคซีนด้วย ก็เลยฉีดเพิ่มไป 1 เข็ม แล้วมีทำ Skin test อีก 1 ที่ ซึ่งก็ใช้ไอเข็มฉีดยานั่นแหละ
สรุปวันนั้นโดนไป 3 เข็ม ปวดไหล่ขวาไป 4 วัน
ยัง...ยังไม่พอ วันพฤหัสไปโรงพยาบาลอีก ปรากฏว่าให้ใบตรวจเค้าไม่ครบ เลยโดนเจาะเลือดเพิ่มอีก 1 ที (โชคดียังแค่ 1 หลอด)
แล้วก็ไปฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 1 เข็ม แล้วก็รอผลตรวจเลือดอีก ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรสักอย่างก็ต้องโดนอีก 1 เข็ม
สรุปแล้ว โดนเจาะไป 5 เข็ม !!! (รู้งี้ไปอังกฤษดีกว่า - -)
16 มีนา ก็ไปทำพาสปอร์ตกับตรวจสุขภาพจิต
ตอนตรวจก็ไม่อะไรมาก ให้บรรยากาศสอบ O-NET ด้วยข้อสอบแบบฝน 566 ข้อ
นั่งทำกันตาเหลือก ดีหน่อยมีแค่ True กะ False ไม่งั้นมือคงพัง
คำถามก็เป็นพวก >>> คุณรู้สึกว่ามีคนสะกดรอยคุณ, คุณเชื่อว่านรกมีจริง, คุณคิดว่าโลกนี้มีศาสนาเดียว, คุณคิดว่าคุณคือศาสดา, คุณรู้สึกว่ากำลังถูกวางกับดัก ฯลฯ
อ่านไปขำไป
คำถามทั้งหมดจะแบ่งเป็น - ศาสนา กฎหมาย สังคม บุคลิก ประวัติการเจ็บป่วย เกี่ยวกับจิต(แบบที่บอกไปข้างบน) ความฝัน กับอะไรอีกนิดหน่อย นั่งฝนจนนิ้วบวม
ต่อไปก็เข้าไปคุยกับหมอ อันนี้แหละของจริง ถามเกี่ยวกับจิตแบบจิตใต้สำนึกได้เลย
เค้ามีรูปสีน้ำ ที่เหมือนวาดด้านซ้ายแล้วพับครึ่งให้ด้านขวาเหมือนกัน แล้วถามว่าคุณเห็นภาพอะไร ซึ่งมันก็ไม่เป็นภาพ ... เป็นเหมือนภาพปิกัสโซ่ประมาณนั้น บอกไม่ถูก
นั่งตอบ 10 ภาพแล้วก็กลับบ้าน รอผล 26 มีนาคม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหละก็ 15 มิถุนายนก็คงได้ไปชัวร์ๆ
แล้วก็วันที่ 2 เมษา เม่นจะหนีเพื่อนๆไปเรียนญี่ปุ่นซะ 5 ปี ก็คงต้องไปส่งที่สนามบินตอนเช้าๆ จะได้ไปสี่เสาส่งท้ายซะหน่อย (เหอๆ)
แล้วก็วันที่ 2 เมษานี่หละ เป็นวันสุดท้ายจริงๆของชีวิตนักเรียนสวนกุหลาบ วันรับใบ ปพ. ที่รุ่น 125 จะอยู่พร้อมหน้ากัน...
March 09 Go onหลังจากการรอคอยอันยาวนานกว่า 5 วันก็ถึงวันปฐมนิเทศซะที
7 มีนาคม 2550
ไปที่ กพ. นั่งฟังพี่ๆเค้าบรรยาย กับเพื่อนๆทุนต่างๆเกือบ 90 คน
รวมๆแล้วที่ได้มาจากวันนี้ก็คือ
- เอกสารกองพะเนิน >> ใบสมัคร prep school ที่ต้องไปอยู่ก่อน 1 ปี, รายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้กว่า 20 ชุด, ใบประวัติฉีดวัคซีน, รายละเอียดขั้นตอนต่างๆ [ส่งเอกสาร ทำพาสปอร์ต ฯลฯ], แฟ้มเอกสารพร้อมปากกา 1 ด้าม
- ประสบการณ์ของพี่ๆที่เคยได้ทุนเล่าโดยผู้รับผิดชอบ ประมาณว่าพวกซึมเศร้าเพราะไม่ได้เห็นแสงตะวัน กับพวก Homesick ที่กลับมาไทยปุ๊บ หายปั๊บ
- อาหารกลางวัน พร้อมกับการสนทนากับเพื่อนๆ สนุกสนานมากโดยเฉพาะคนที่ได้ทุนไปอินเดีย เล่าเรื่องอินเดียซะไปค่อยน่าไปเลย
- แนะแนวการศึกษา ว่าไปเรียนอะไรกี่ปี ประเทศไหนระบบเป็นไง อากาศดีมั้ย
- หนังสือแนะนำโรงเรียน Prep school อ่านๆแล้วน่าสนใจดี แต่อ่านไม่ค่อยออก - -"
ที่เหลือก็นั่งฟังเค้าเล่าเรื่องต่างๆ แล้วก็กลับโรงเรียนไปถ่ายรูป (ที่อยู่ตรงบอร์ดกุหลาบเพชรนั่นแหละ)
สรุปแล้ว ก็เลือกไปที่ USA อะนะ เพะราเพื่อนๆเยอะดี (เกือบ 50 คน) แล้วก็เรื่องบริการต่างๆจะดีกว่า เพราะเป็นคนกลุ่มใหญ่ รุ่นพี่ก็เยอะ แถมแนะนำว่าอบอุ่นดีด้วย
แล้วก็...ออกเดินทาง 15 มิถุนายนนะครับ นับตอนนี้ก็อีก 98 วันเอง กว่าจะทำอะไรเสร็จก็คงบินไปนู่นแล้วหละ
ส่วนเรื่องการเรียน เค้าว่าต้องไปเรียน Preparatory school ก่อน 1 ปีถึงจะไปเอนท์ ก็คือเป็นรุ่นน้องเพื่อนร่วมรุ่นไป 1 ปี (งงมั้ย) พี่ๆเค้าวาช่วงนั้นสนุกกันมาก เดี๋ยวอีกนิดก็รู้เอง
8 มีนาคม 2550
เข้าสอบ TOEFL ITP เป็นข้อสอบบังคับถ้าจะไปเรียนที่นู่นแบ่งเป็น 3 ตอน
Listening > เค้าจะพูดๆๆๆ แล้วให้เราฟังแล้วตอบ เป็นครั้งแรกที่เจอกะรดาษคำถามที่มีแต่ Choice ไม่มีคำถาม !!! เพราะเค้าถามในที่พูดๆๆ นั่นหละ ฟังรู้เรื่องไม่ถึง 5 ข้อจาก 40 เรื่องคะแนนคงไม่ต้องพูดถึง
Writing > เป็น Cloze test แบบข้อเดียว กับ Error check ก็พอทนได้ไปบ้าง (สภาพดีกว่าตอนฟัง) 50 ข้อ
Reading > ให้ Passage เกือบหน้านึงแล้วถาม 10 ข้อ มีเรื่องศิลปะ สี กอริลา หนังสือพิมพ์ กับอะไรสักอย่างรวม 50 ข้อ
ผลสอบน่ะหรอ... อย่ารู้เลย จริงๆประกาศวันนี้แหละ แต่ตื่นไม่ทัน คนบอกคะแนนกลับบ้านแล้วโทรถามไม่ได้ (หมายถึงนอนกลางวันน่ะ)
ตอนบ่ายไปโรงเรียน ไปหาอาจารย์ให้ช่วยเซ็นใบ Recommendation เดินผ่านอาจารย์หลายคนที่รู้จัก ก็มาทักเรื่องทุนซะทุกคนเลย
ก็ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกๆท่าน ที่มาแสดงความยินดีเรื่องทุนนี้ เท่าที่จำได้นะ
อ.ผกาวดี อ.ดรุณี อ.พรทิพย์ อ.ไพลิน อ.บุญทรัพย์ อ.กาญจนา อ.สมพรพงศ์ อ.สกุลรัตน์ อ.สมศรีทั้ง 2 ท่าน อ.ธนวัฒน์
แล้วก็เพื่อนๆอีกหลายๆคนที่เข้ามาทักทายกัน แล้วก็บรรยากาศอบอุ่นภายในโรงเรียน (อาหารแพงไปนิด แต่ปาเป้าสนุกดี)
จากนี้ไปคงไม่ได้มาในบรรยากาศของอาจารย์ เพื่อนๆร่วมรุ่น ตึกยาวที่ประดับด้วยไฟหลากสี และพี่ๆศิษย์เก่า ไปอีกนาน เริ่มคิดถึงเวลาเก่าๆในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา(รู้สึกเหมือนแก่แล้วยังไงไม่รู้)
สรุปแล้ว เดือนนี้แทบจะไม่ว่างเลย นอกจากไปเที่ยว 3 วันกับไปค่าย 3 วันแล้วก็มีตรวจร่างกาย ทำพาสปอร์ต ทำ Transcript ติดต่ออะไรอีกสารพัด
แล้วจะรู้ว่าการได้ทุน...มันเหนื่อย March 02 At the beginningเทียนหนึ่งถูกจุดที่นี่
เทียนนี้ถูกจุดลุกไสว
เทียนหนึ่งถูกจุดที่ใจ
เปลวไฟถูกจุดขึ้นมา ...
ตรงนี้ก็คงจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของเรา ในชีวิต "เด็กทุน กพ."
หลังจากการสอบโดยไม่หวังอะไรมากมาย (แต่ข้อสอบเลขสนุกดีนะ)
การประกาศผลว่ามีสิทธิ์สัมภาษณ์ กับคู่แข่งอีก 1 คน (ทำเอานอนไม่หลับไป 1 คืน เพราะค่อนข้างช๊อก)
แล้วก็ไปสัมภาษณ์ (ผู้สัมภาษณ์ 4 คน ดีที่เป็นภาษาไทย)
แล้วก็ ... ประกาศผล (เม่นโทรมาบอกก่อนวันประกาศ ไม่งั้นคงไปรู้ 28 กุมภา)
พอรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเด็กทุนไปซะแล้ว บอกกับเพื่อนไปซะเยอะว่าจะอยู่จุฬา คงผิดหวังกันน่าดู
ไปรายงานตัววันแรก 1มีนาคม ก็เห็นเลยว่าต่อจากนี้ชีวิตคงไม่สงบสุขอย่างเดิมแน่ๆ
เจอ TOEFL ITP ,SAT I-II ,ตรวจร่างกายที่สมเด็จเจ้าพระยา O_o ,เข้าค่าย ,ทำพาสปอร์ต ฯลฯ อ๊ากกกกก....
กำลังคิดว่าจะหนีวิชาสังคมกับพวกวิทย์ได้แล้ว กลับต้องมาสอบ SAT อีก (ข้อสอบภาษาไทยยังไม่รอด ภาษาอังกฤษจะเป็นไงหนอ)
แถมวันสอบ TOEFL ดันมาลงวันที่ 8 มีนาคม :'( อดเจอกับเพื่อนๆอีกแล้ว
ส่วนจะไปประเทศไหนหรอ ... เค้ามีให้เลือกน่ะ มี อเมริกา อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย 5 ประเทศ
ญี่ปุ่นก็น่าไปดี ที่เที่ยวเยอะ แต่ต้องไปเหนื่อยเรียนภาษา อย่าดีกว่า
คิดๆว่าไม่อเมริกา ก็ อังกฤษ คิดว่าเพื่อนกับรุ่นพี่เยอะ ได้ภาษา และก็อื่นๆอีก ตอนนี้ก็ตัดสินใจหาข้อมูลอยู่อีกไม่นานเกินรอ(ถ้าจะรอ)
เสียดายเล็กๆที่ไม่ได้อยู่วันละอ่อน สมานมิตร จตุรมิตร นิทรรศสวน ฯลฯ เพราะคงมาไม่ทัน
แต่คิดว่า 8 มีนาน่ะมาแน่ๆ (ถ้าปิดเทอมแล้วนะ)
ส่วนข้อมูลอื่นๆจะเอามาแจ้งให้ทราบในภายหลัง... |
|
|