sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 21 The last Songkranอีกเดือนกว่าๆ
จะว่าไป ก็ยังงงๆอยู่ว่ามาตรงจุดนี้ได้ยังไง
ตอนเรียนก็คิดว่าได้โควตาเข้าจุฬา คณะที่ชอบได้ก็ดีมากๆแล้ว ก็นึกว่าคงจะสบาย
แต่มาวันนี้ ... มันก็ผิดไปจากที่คิดไว้ ประมาณว่ากำลังฝันอยู่ก็ว่าได้
แต่ก่อนเคยคิดว่านักเรียนทุนเรียนเมืองนอก คงจะเป็นพวกเรียนเก่งๆ อาจจะใส่แว้น หัวฟูๆ หน้าตาฉลาดๆ
ตอนนี้ส่องหน้าตัวเองในกระจก...ไม่เจออะไรสักอย่าง
นอกจากที่ชอบเลขและก็เรียนเลขได้ดีแล้ว วิชาอื่นก็ไม่ได้เก่งหนักหนา แต่ก็อุตส่าห์สอบทุนติด
มานั่งนึกๆดู อาจจะเป็นเพราะเราโชคดีมากกว่า ที่สาขาที่เราเลือกอาจจะมีคนเลือกน้อย (Pure Mathนี่นา) ไม่แน่ว่าอาจจะสมัครสอบกันแค่ 2 คน
แต่ยังไงก็มาถึงตรงนี้แล้วหละ ต้องขอบคุณอ.อาคม สันติรณรงค์ กับเม่นที่บอกให้เรารู้ว่ามีทุนนี้อยู่ในโลก
ช่วงนี้เริ่มกังวลกับภาษาอังกฤษนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเกรด3 .5 จากไทยจะช่วยอะไรมั้ย ไม่ได้วางแผนไปเรียนพิเศษอะไรเลย
โชคดีนิดที่ตั้งใจเรียนอังกฤษ(ส่วนใหญ่)นึกถึงหน้าอาจารย์คงจะช่วยได้เยอะ
นึกภาพตัวเองตอนพูดภาษาอังกฤษไม่ออก - - เดี๋ยวปีหน้ากลับมาคงจะได้เห็นกัน
ที่กังวลอีกเรื่องก็เรื่องตอนไปเนี่ยแหละ
เพราะเราไม่ได้ไปอย่างเดียว ยังแบกอะไรไปหลายๆอย่าง
แบกเงินภาษีประชาชนไปเรียน
แบกภาระจาก กพ.
แบกความหวังจากเพื่อนๆ ญาติๆ คนรู้จัก ครูบาอาจารย์
แบกอนาคตของเรา
คิดๆแล้วมันก็ ... นะ
อ้อแล้วก็อีกอย่าง คะแนน O-NET (น่าจะช้าไปมั้งที่เอามาลงเนี่ย)
ไทย-83.75
อังกฤษ-84.00
สังคม-51.25
วิทย์-67.50
คณิตศาสตร์-100.00
อยากบอกว่า...คณิตศาสตร์ของเราเนี่ย ตอนทำมันกดดันตัวเองไว้เยอะ
ข้อสอบไม่ยากอะไรนักหรอก แต่มันกดดันตรงที่ว่า...ไม่เต็มแล้วเครียด(เหมือนกับข้อสอบกลางภาคที่ผ่านมา) ต่างกับคนอื่นที่ทำแทบเป้นแทบตาย ขอแค่ 80 ก็ยังดี
ตอนทำนี่เหมือนคนบ้า นั่งตรวจไป 3 รอบ แถมรอบที่ 4 ดันมาเจอที่ผิดอีก 2 ข้อ(เกือบตกต้นไม้ไปอีกคน)
แต่ยังไงก็ไม่ได้ใช้อะไรนักหนา อยากแบ่งๆให้เพื่อนๆบางคนจัง เผื่อจะได้ติดคณะที่อยากได้ -/\-
วันนี้มีของเล่นมาฝาก สำหรับคนที่ผ่าน ป.6 มาแล้วคงเล่นเป็น
ก็อย่างที่บอก ใครจบป.6คงเล่นเป็น สำหรับเราครั้งแรกได้ 47 มากสุดก็แค่ 53 (หมายถึงตอนที่ไม่ต้องปรับอะไรเลยนะ)
ที่ 1 คะแนนสัก 105 ไม่รู้ว่าสมองใส่ software Calculator ไว้หรือเปล่า
แล้วก็อีกเกม อันนี้อยู่ ป.1 ก็ยังเล่นได้ แต่คิดว่าถ้าจะเล่นให้ผ่านในรอบเดียว ดอกเตอร์ก็อาจทำไม่ได้
ไม่แน่ใจว่าถูกเปล่านะ - ลองเล่นดู แล้วจะรู้ว่าคุณฉลาดขนาดไหน
แล้วก็สงกรานต์ที่ผ่านมา(ครั้งสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่น) ไปเยี่ยมญาติ เข้าวัด และเล่นน้ำ เอาให้ครบก่อนจะไม่ได้เล่นอีก 10 ปี
ทำให้รู้ว่าการขึ้นรถเมล์สงกรานต์นี่ โหดมาก
จากที่ปกติ 1.30 ชม.ถึงบ้าน นี่ล่อซะเกือบ 3 ชั่วโมง
แถมขึ้นรถ เปียกน้ำ อบ(เพราะปิดหน้าต่างกลัวเปียกกัน) ยืน+คนแน่นอีก บอกเลยว่าทรมาน
ส่วนอีกวันไปเล่นน้ำที่บ้านไม้ (ซึ่งปกติเป็นบ้านเม่น แต่ ... )
นัด 11 โมง ได้ออกจริงล่อไป 5 โมงเย็น ก็เลยได้พังคีย์บอร์ดบ้านนั้น ^_^
เป็นการเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆครั้งแรก...แต่อาจเป็นครั้งสุดท้ายด้วย... April 13 Entertainmentอีกเพียง 65 วัน ...
ตอนนี้รู้เที่ยวบินแล้ว ไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่า
TG790 วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน เวลา 00.40 @ สนามบินสุวรรณภูมิ
กำลังคิดว่า วันที่ 14 คงจะมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง แต่มานับอีกที ... มันเป็นวันละอ่อน !!!
จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ เพราะได้เจอเพื่อนๆเกือบทั้งระดับ และอาจารย์ก่อนออกบิน
ส่วนเรื่องจะทำอะไรบ้างนั้น รอใกล้ๆแล้วค่อยคิดแล้วกัน อีกตั้ง 65 วัน ...
ช่วงนี้ทางกพ.เค้ายังไม่มีข่าวอะไร ก็ต้องรอเค้าตอบรับมาก่อน แล้วจะได้รู้สักทีว่าจะไปเรียน Prep school ที่ไหน
น่าแปลก ที่ทุนกระทรวงวิทย์มีคนสละสิทธิ์ไปเป็น 10 (แต่ก็เป็นข่าวดีที่ทำให้มิ้งได้ไปแทน) สงสัยจะไปเป็นหมอกันหมด
ช่วงนี้ก็เลยไม่รู้จะทำอะไร
เพื่อนที่มีโควตาในไทย > เล่นเกมสบายใจเฉิบ รอเปิดเทอม
เพื่อนที่ยังไม่มีที่เรียน > ก็เล่นเกมสบายใจเฉิบ รอสมัครมหาลัย
ส่วนเรา > กระวนกระวายกับการนั่งรอผล กพ.(ซึ่งไม่รู้ว่ามาเมื่อไร) นั่งเตรียมภาษาอังกฤษ นั่งทำใจกะอีก 2 เดือนที่เหลือในไทย
ส่วนเรื่องอื่นๆก็ ไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่รอกับรอ
สัปดาห์หนังสือครั้งสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่น งานก็ดูไม่แปลกใหม่อะไรมาก นอกจากมีคนใส่ชุดตุ๊กตาตัวใหม่ให้เป็นกระสอบทราย
ที่เหมือนเดิมคือ คนแน่น กับหนังสือเยอะ ได้หนังสืออังกฤษเล่มนึง กับหนังสือ"เรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกา ไม่ยากอย่างที่คิด" (แสดงว่ามันยากกว่าที่คิด ฮา)
แน่นอนว่า เขียนโดยนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เนื้อหาก็ทุกอย่างเกี่ยวกับ Universites ที่นู่น คงได้ใช้ช่วงปีหน้า
งานนี้เสียดายอยู่ 2 อย่าง คือ หา Number ไม่เจอ กับ เงินไม่พอซื้อ My math เศร้า...
ตอนนี้ก็ยังเรื่อยๆ พังคีย์บอร์ดเล่นไปวันๆ นั่งรอข่าวจากทาง กพ. กับรอเล่นสงกรานต์
อืม ...
April 03 Panot's departure ช่วงเวลาที่ดีที่สุด มักจะผ่านไปเร็วเสมอ
โดยเฉพาะ ... ช่วงเวลาแห่งการลาจาก
1 เมษายน 2550
วันนี้นับว่าเป็นวันสุดท้าย ที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเพื่อนคนหนึ่ง ในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบรุ่น 12 ทศวรรธ
เพื่อน ... คนที่เราเคยไปแย่งกระดานโกะเค้าเล่นตอน ม.1
เพื่อน ... คนที่ไปแข่งหมากล้อมผิดวัน
เพื่อน ... คนที่อยู่ร่วมกัน ณ ห้อง ม.301
เพื่อน ... ประธานเป่ายิ้งฉุบของชุมนุม
เพื่อน ... ผู้ประสานงานค่ายตั้งพิรุฬธรรม
และตอนนี้ กลายเป็นเพื่อน ... ที่กำลังจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
เย็นวันนี้เริ่มต้นด้วยการพบปะของกลุ่มเพื่อนกว่า 18 คน ที่ค่อยๆมากันทีละคนสองคน
บ้านที่เคยไปบ่อยๆ ดูเหมือนจะโล่งเป็นพิเศษ ถ้าไม่นับกระเป๋าเดินทางสีเทาอันใหญ่ และกระเป๋าใบธรรมดาอีก 3 ใบ
แน่นอนว่าวันนี้จะเป็นวันที่ครึกครื้นเป็นพิเศษ
เริ่มต้นด้วยเสียงเพลงกับกีตาร์ ที่เหน็บแนมเพื่อนโจ ๑๒๕.๕ เป็นพิเศษ
หลังจากที่มี PS2 และ กันดั้มสักพัก ก็ได้เวลา The last supper เป็นพิซซ่า 10 ถาดกับไก่อีก 5 กล่อง
คุณแม่เจ้าของงานบอกว่างานนี้เลี้ยงคุ้มถึง 5 โอกาส ทั้งงานเลี้ยงส่งเม่น งานวันเกิดไพสิฐย้อนหลัง 1 วัน งานฉลองนิสิตแพทย์ศิริราช+ตัวสำรองแพทย์ธรรมศาสตร์ และฉลองทุนกพ.(ของใครวะ?)
พวกเราโดยเฉพาะตี๋ ก็ไล่ฟาดกันอย่างเอร็ดอร่อย เศษซากกล่องและขวดน้ำอัดลมกองพะเนิน
แล้วงานก็ดำเนินต่อไปด้วย PS2 2เครื่อง Anime อีก 2 เครื่อง วงไพ่ 2 วงกีตาร์ 1 ตัว คีย์บอร์ด1ตัว
บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงดังอึกทึกทั้งคืน (ไม่น่าเชื่อว่าชีสทำให้คนเมาได้)
ในฐานะผู้ร่วมงานคนหนึ่ง บอกได้ว่าเฮฮาดี
แต่พอมานั่งคิดอีกมุมหนึ่ง ... แล้วถ้าคนไปกลายเป็นเรา จะไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงหละ? จะรู้สึกยังไงกันบ้าง
ดีใจ?
ตื่นเต้น?
สนุก?
ใจหาย?
กังวล?
เศร้า?
เสียดาย?
คิดถึงเพื่อน?
คิดถึงพ่อแม่?
อยากให้เวลาผ่านไปช้าๆ?
อยากจะรีบไป?
ความรู้สึกต่างๆ คงจะปนเปกันอยู่ในช่วงเวลาสุดท้าย คงเป็นความรู้สึกที่คนอื่นๆคงจะไม่มีทางรู้ได้ นอกจากว่านั่นเป้นงานของตัวเราเอง
และที่แน่นอนก็คือ มันคงเป็นความรู้สึกแรก และอาจเป็นความรู้สึกสุดท้าย ที่ทั้งชีวิตนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว
และที่แนอนกว่านั้นคือ ... เป็นสิ่งที่จะพูดออกมาหรือเขียนใส่กระดาษคงไม่ได้
และแล้วช่วงเวลาเดินทางก็มาถึง ...
ทุกคนเริ่มทยอยกันแต่งชุดนักเรียน เว้นแต่คนคนหนึ่ง ที่ใส่เสื้อเหลือง กางเกงดำขายาว ผูกเนคไทสีเขียว ดูดีเป็นพิเศษ ในช่วงเวลาพิเศษ
หลังจากยัด(สัม)ภาระขึ้นรถ และยัดนักเรียน 16 คนขึ้นรถตู้เรียบร้อยก็ออกเดินทาง ด้วยสภาพงัวเงีย
กะจะนอนก็ไม่ได้นอน นั่งคุยนอนคุยกันเรื่องว่า ไปถึงสนามบินแล้วจะทำอะไร
ไอเดียบรรเจิดน้องต๊าฟบอกว่า ไปถึงแล้วก็กลับเลย ให้มันงงๆ ก็เป็นการส่งที่งงๆดี(หรอ) ซึ่งก็คงไม่ผ่านที่ประชุม
ไอเดียต่างๆอย่าง 4เสา กักตัวไว้ไม่ให้ไป สร้างความประทับใจ และอะไรต่างๆก็เอามาพูด(หรือเรียกว่าเผา) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง...
ไปถึงสนามบิน เดินเข้าประตูไป แล้วก็ยืนรอเวลา
ด้วยความหิวจึงยกพลไปบุก Family mart ราคาธรรมดา เหมาขนมปัง นม น้ำดื่ม ขนมต่างๆมากัน
ตัดภาพไปยังห้องส่ง ... คนเสื้อเหลืองนั่นก็เข้าไป Check-in เรียบร้อย แล้วก็ยืนคุยกับญาติๆเค้า (ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อน เพราะเมื่อคืนคุยไปหมดแล้ว)
ประมาณ 6 โมง อ.ผกาวดีพร้อมนักเรียนอีกกลุ่มก็มาถึง หอบกุหลาบมาช่อนึง และโฆษิต ประธานโกะปีล่าสุดก็หอบกุหลาบมาอีกช่อ เป็นตัวแทนในชุมนุม
บรยากาศก็ครึกครื้นตลอด ถ่ายรูปเป็นว่าเล่น แต่ติดไปกี่รูปนี่ก็ไม่รู้ เพราะคนเยอะเหลือเกิน
แล้วก็มีมุมประทับใจอย่าง ถ่ายคู่กับพ่อแม่ กับอ.ผกาวดี กับคนรักเก่าที่มาส่งด้วย
มีคนบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เม่นถ่ายรูปที่ไม่ใช่ยืนตรง ยืดอก ตามองกล้อง คราวนี้มีชู 2 นิ้ว ใส่หมวกแดง พันผ้าพันคอ ฯลฯ
แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ...
เริ่มยกโขยงไปออที่ประตู บรรยากาศของการลาเคล้าน้ำตาก็ผ่านไปด้วยดี พร้อมคำพูดสุดท้ายว่า "แล้วจะกลับมา"
บรรยากาศก็น่าจะซึ้งดีอยู่ ถ้าเจ้าตัวไม่ออกมา 2 รอบ รอบแรกลืมคืนมือถือ รอบ2 มาดูของฝากจากมิ้นท์ ที่ดันมาเกือบไม่ทัน(อันนี้เค้าเซงมากเพราะถึงคิวเค้าแล้ว ต้องมาต่อแถวอีกรอบ)
แล้วก็จบ... ถึงแม้จะเป็นจุดจบของการมาส่ง แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของอนาคตอีก 5 ปี ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา ตลอดไป...
เม่น - นายปณต ไชยมงคล นักเรียนทุน Monbusho
|
|
|