sakulbuth 的个人资料:: OSK 125 & TS50 :|: le...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


8月29日

Trip to MIT

เศร้ามาหลายๆ Entry แล้ว มาเปลี่ยนเป็นอะไรสนุกๆอย่างไปเที่ยวบ้าง
ทุกวันพุธของสิงหา เค้าจะพาไปตะลอนเที่ยวมหาลัย
เท่าที่ไปมาก็ Bowdoin Tuft Dartmouth แล้วทีนี้ก็ไปมหาลัยชื่อดัง Harvard&MIT เย้

เดินทางครั้งนี้มาแปลก เอารถใหญ่นั่งทีเดียว 40 กว่าคน ก็ดีไม่ต้องไปเดินหาคนขับอีก
ตอนเช้าก็บรรยากาศเศร้านิดๆ เพราะรุ้งโดนโหวตออกไป Dana Hall ส่งกันสักพักก็แยกกัน
หมอนพร้อม กล้องพร้อม อาหารเที่ยวพร้อม ไพ่พร้อม ขาไพ่ครบ คนขับมา ล้อหมุน

ถึงที่หมาย Harvard มหาลัยอันดับต้นๆของที่นี่เค้า อายุก็แค่ 400 กว่าปี หลังไทยเสียกรุงครั้งแรกนิดเดียว
ก็กว่้างๆดี อยู่ในเมือง นั่งฟังแล้วก็เดินไปมา พี่ๆใจดีพาเที่ยวอีกเช่นเคย
ไม่มีอะไรมาก ก็เพราะว่าที่นี่ดีอยู่แล้ว แล้วเราก็คงเข้าไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลยเป็นเดินชมวิวซะมากกว่า วิวก็ดี สวนเยอะทั้งๆที่อยู่ในเมือง 
นั่งกินแซนด์วิชใต้ร่ม Ivy กินเสร็จก็เล่นไพ่ไปพลาง (ทำสถิติเล่นไพ่ทุกมหาลัยอยู่)
ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ก็งมงายไม่แพ้ไทย เค้าว่ากันว่าใึครจับเท้ารูปปั้น John Harvard ผู้ก่อตั้งมหาลัย แล้วจะติด
ส่วนเราก็เอามือออกห่างๆ แล้วก็ถ่ายรูปไว้ แบบว่าไกลเกินเอื้อม 

อิ่มเสร็จก็ไปที่MIT ต่อเลย ที่นี่เค้าล้อกันว่าย่อมาจาก Mahasarakarm Institute of Techonlogy (จริงๆเป็น Masschusett) นะ
ตึกก็ใหญ่สมชื่อ เข้าไปหลับสักพักก็เดินทัวร์กับรุ่นพี่กว่า 20 คน แบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆแยกกันไป
เดินไปถ่ายรูปข้างแม่น้ำสวยๆ ที่เขียวสะอาดไม่เหมือนบ้านเรา
เดินไปเรื่อยๆก็คุยกัน เค้าก็เล่าให้ฟังว่าตึกที่นี่เค้าเรียงสมมาตร แล้วก็ใช้เลขแปลกๆ เรียกว่าเอกลักษณ์ก็ได้
สนามหญ้าเค้าก็มีรูปปั้นแนวๆ สวยดีแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ถ่านเน่ากระทันหัน
ตึกที่นี่เด่นอีกอย่างตรงที่ทุกตึกเรียนเชื่อมใต้ดินกันหมด ที่มาที่เค้าลือกันก็คือ วิศวกรออกไปสูบบุหรี่ แล้วก็โดนขังนอนตึกตอนหน้าหนาว ก็เลยเชื่อมมันซะให้หมดจะได้ไม่พลาดอย่างเค้า (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ตึกที่นี่ก้แนวไม่แพ้กัน ขออภัยที่ไม่มีภาพอีกแล้ว แบบว่าอะไรไม่รู้แย่งกันโผล่ขึ้นข้างบน
ตอนเย็นกินข้าว อาหารไทยอีกแล้ว คราวนี้ก็ยังกะเพราะไก่กรอบเช่นเคย เพราะอันอืื่นไม่พื้นๆไป ก็กินไม่ได้
ตั้งวงถ่ายรูปรวมที่มีพี่ๆหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้าร่วมกล้องด้วย วิวหลังเป็นตึกใหญ่ๆที่ดูขลัง
เจออะไรแปลกๆ ก็คืออยู่ๆก็มีพี่หน้าแปลกคนนึง วิ่งหน้าตั้งมาจากตึกพร้อมเสื้อเขียวๆเป้นกำ แล้วก้มีคนวิ่งหยิบตามๆกันมา แล้วบอกว่าฟรี
เท่านั้นหละ สัญชาตญาณคนไทยเริ่มออก วิ่งกันหน้าตั้ง (เราก็วิ่งนะ) ไปหา
และแล้วก็ได้มา เสื้อเขียว MIT จะดูดีมากถ้าไม่มีคำว่า Graduate ที่หมายถึงพวกโทเอก ติดมาด้่วย
วันนี้ก็เหนื่อย แต่ได้กินอาหารไทย ได้เสื้อ ได้เที่ยว แล้วก็ได้หยุดเรียน 1 วัน

***************************************************************
เรื่องอื่นๆที่อยากเล่าก็มีเรื่องคาบอังกฤษ แต่เป็นครูสอนเลข ก็เลยเอาของเล่นมาให้เล่น
อย่างแรกก็ให้เราสุ่มเลขเยอะๆ แล้วเค้าก็ถอดรากที่เยอะๆให้ดู ก็ได้เลขที่ห่างไม่เดิน 1
ก็อึ้งกันนิดๆ แล้วเค้าก็ให้วิธีมา ก็เป็นวิธีประมาณที่ใช้ได้จริง ใครอยากรู้ลองถามได้นะ
อีกอันก็วิธีหารากที่สองแบบในใจ ก็ใช้หลักการแล้วประมาณตอนจุดทศนิยม ใกล้เคียงอีกแล้ว
ส่วนอีกอันที่ประทับใจมาก คือใช้กลทายใจ โดนใช้หลัก Combinatoric

อย่างแรกเค้าเขียนเลข แล้วคว่ำไว้ที่มุมห้อง แล้วก็ให้เราจับไพ้ สุ่มเลข โยนเหรียญ ทอยเต๋า แล้วเอามาสุ่มถอดราก
แล้วท้ายที่สุดก็ออกมาเป็นเลขที่เค้าคว่ำไว้ ทศนิยมถูก 5 ตำแหน่งเชียว นั่งงงทั้งห้อง
... ยกเว้นเรา สงสัยเราคงเป็นพวกแปลกแหละ นั่งจับผิด พอเจอก็นั่งยิ้ม ฟังเค้า Psycho คนอื่น
หมดคาบ เพื่อนๆก็นั่งถกกันใหญ่ ว่าทำไง สุ่มเห็นๆ พอเราไปบอกเฉลยนี่ ร้องอ๋อกันเป็นแถว บ่นว่าโดนหลอก
แต่วิธีเค้าเจ๋งจริง ซ่อนซะ 4-5 Tricks ได้ แต่เลขล้วนๆ
สนุกจริงๆ รู้สึกเหมือนได้เคาะสนิมนิดๆ
**************************************
Update: 08/30
- ขีวิตที่นี่ยังมีความสุขมาก มีอะไรกวนใจหน่อยแต่ก็ยังมีความสุขได้
- ประจาณตัวเองหน่อย ซื้อเครื่องคิดเลขแต่ไปกดอะไรไม่รู้ ของไปโผล่ที่ร้าน ต้องกดยกเลิกแล้วก็สั่งใหม่ แต่ก้ดีที่ในที่สุดก็ได้มา
- ซื้อคอมอีกเหมือนกัน สั่งมาที่นี่แต่ส่งไม่ทันก่อนเราไป ก็เลยหาทางแก้อยู่
สงสัยเราคงไม่เหมาะกับซืื้อของในเนตมั้ง
- รูมเมทคนเก่าหนีไปเรียนก่อน เลยนอนเหงาอยู่ 3 คืนแล้วก็ได้รูมเมทคนใหม่มา แล้วคนนี้ก้มานอนแค่ 3 คืนก็จะหนีไปอีกคน ไม่เป้นไรหรอกเพราะจากนั้นอีก 3 วันเราก็จะไปพอดี เลขมันจะลงตัวอะไรปานนั้น
- ที่บอกว่าจะไปวันที่ 4 เนี่ยถามไปมากลายเป็นวันที่ 3 เย็นๆแทน เหอๆ อยู่กับเพื่อนน้อยลง 1 คืนแน่ะ แถมไปในวันนั้น 2 คน ไม่รู้จะมีพิธีส่งอะไรเศร้าๆหรือเปล่า (จะพยายามให้ไม่มีแล้วกัน)
- ชีวิตช่วงหลัง เอื่อยๆเฉื่อยๆ แต่ใช้ให้คุ้ม เค้าชวนไปไหนไปหมด ตีปิงปอง พายเรือ กินติม โดนัท
- งานหนังสือ Yearbook ที่เราต้องทำก็เสร็จซะที ถึงจะลืมถ่ายรูปก็เถอะ
- วันที่ 30 ไปขี้นเขาอีกแล้ว แต่แค่เดินไปมาอ้อมสระน้ำ ใช้เวลาไปเกือนชั่วโมง ก้หมือนเดิมสนุกดี เดินไปคุยไปฟังเพื่อนหัวเราะไป
- ส่งผ้านวมไปโรงเรียน กับรองเท้าสองคู่ จะได้ไม่น้ำหนักเกินตอนขึ้นเครื่องบิน ค่าส่งก็แค่ 13 เหรียญเอง อย่างน้่อยก็ถูกกว่าซื้อใหม่
- ผ่านมาแล้ว 2 เดือนยังไม่โทรกลับไปบ้่านเลย T_T ถ้าโขมยบัตรเพื่อนมาได้จะโทรนะ
- สอบ SAT & TOEFL ผลคะแนนก็ยังไม่ดีขึ้นมาก สอบจริงก็คงจะดีกว่านี้ (มั้ง)
8月26日

Check out

บรรยากาศของการลาจากในห้องนั่งเล่น ที่ดูแคบลงเมื่อนักเรียนเกือบ 50 คนเข้าอยู่พร้อมกัน
นั่งดูรอบๆ ก็เริ่มนึกถึงวันแรกๆ วันที่เรารู้จักชื่อเพื่อน 10 กว่าคน แต่ต้องมาอยู่ร่วมกันที่นี่เป็นเวลา 11 สัปดาห์
ทหาร คนใส่แว่นหนา คนอ่านหนังสือ คนที่พูดเสียงดัง คนที่เงียบตลอด คนที่แต่งตัวหรู คนที่เราไม่รู่้จัก ได้มาพบกันที่สนามบิน
ถึงเครื่องบินจะบินขึ้น แต่ก็ไม่ช่วยลดแรงโน้มถ่วงที่ดึงน้ำตาลงมาอาบแก้มได้
ถึงเราไม่มีน้ำตา แต่เราก็ยังมีความรู้สึก ใจหาย คงไม่มีอะไรบอกได้มากกว่านี้

สิ้นสุดการเดินทาง เจออะไรมากมายไม่ใหัทันตั้งตัว
ประเทศใหม่ อากาศใหม่ ทิวทัศน์ใหม่ โรงเรียนใหม่ ห้องใหม่ อาหารใหม่ และ เพื่อนใหม่
ไม่ทันไรก็มีกิจกรรมสนุก ให้จำชื่อเพื่อนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เต้นๆร้องๆ กับรุ่นพี่ที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้ว
จำได้ไม่ทันไรก็ืลืม แต่ก็ยังมีเสียงหัวเราะได้ ยื้มได้ มีความสุขกับเพื่อนใหม่ได้
ป้ายชื่อทำมือ หลากสีสัน หลากตัวอักษร แต่ร่วมจุดประสงค์เดียวกัน

เข้าเรียน กับภาษาอังกฤษตลอดเวลา
ฝรั่งพูด ไม่เข้าใจ หันมองเพื่อนๆข้าง ทำหน้าเหมือนเข้าใจกันหมด ทำไมถึงเก่งๆกันทั้งนั้นนะ
พอตาเราพูด ตะกุกตะกัก พอเพื่อนพูด คล่องปรื๋อ ไม่บอกไม่รุ้ว่าเป็นคนไทย
ดูรายชื่อ คนนี้ก็เด็กโอ คนนี้ก็โครงงานที่หนึ่งโลก คนนั้นก็เตรียมอุดม รู้เลยว่าเข้ามาอยู่ในโลกที่แปลกๆซะแล้ว แล้วเราหละ?

หมดคาบเรียน ไปเล่นกีฬา ไปกินข้าว เข้ากิจกรรมกลุ่ม ได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้น
แปลกดีที่เด็กโอชีวะชอบอ่านการ์ตูน แปลกดีที่เด็กทำโครงงานระดับโลกหยุดขำไม่ได้ แปลกดีที่คะแนนโทเฟลสูงสุดเป็นนักกีฬา แปลกดีที่เด็กคอมเก่งเปียโน
อุดมคติที่เคยอยู่ในหัวเริ่มไม่เข้าใจกับสิ่งที่เห็น ภาพนักเรียนชูเหรียญทองกับภาพนักเรียนคนเดิมที่เต้นอยู่หน้าเวที ขัดแย้งกันเอง
เริ่มรู้ว่าโลกทีเราเคยอยู่มันแคบ เริ่มรู้่ว่าภาพในหนังสือพิมพ์กับภาพที่เห็นข้างหน้ามันไม่เหมือนกัน
บางคนบอกไว้ว่า อัฉริยะก็ืคือเก่งที่พยายามเยอะกว่าเราเท่านั้นแหละ
ท่าจะจริง เพราะคนนั้นก็นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆเราเอง

2 เดือนกว่าๆก็ผ่านไป ดีใจที่จำชื่อเพื่อนๆได้ทุกคน ถึงจะไม่รู้ชื่อจริงก็เถอะ
กรอบของโรงเรียน กรอบของทุน กรอบของเหรียญ กรอบของชาย-หญิง กรอบอะไรก็ตาม ได้หายไป
ทุกคนอยู่ที่นี่ ทุกคนตื่นมากิินข้าวแล้วเข้าเรียนด้วยกัน ทุกคนไปเล่นกีฬาด่้วยกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน ทุกคนคือ TS50 เหมือนกัน
แต่...ความโหดร้ายของเวลาก็มาถึง เมื่อเราเริ่มสนิทกัน เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เริ่มคุยกันมากขึ้น เวลาแห่งการลาจากก็มาไม่ให้ตั้งตัว

17 สิงหาคม เพื่อน 2 คนแรกก็ต้่องไปทั้งๆที่ยังไม่จบค่าย
คำลา คำขอบคุณ ความรู้สึก
เสียงหััวเราะ ความเงียบ น้ำตา
เสียงเพลง ...

23 สิงหาคม เพื่อนอีก 4 คนก็ต้องไปเช่นกัน
ที่ห้องเดิม บรรยากาศเดิม กับเพื่อนที่น้อยลงไป 2 คน
ข้อความ สิ่งที่ฝาก คำขอ
เสียงเพลง ...

24 สิงหา 4 คนถัดมาก็ต้องออกเดินทาง
ห้องเดิม ที่เดิม กับคนที่น้อยลงไปถึง 6 คน
เสียงร้องไห้ อ้อมกอด จับมือ
เสียงเพลง ...

เมื่อไรถึงจะหยุดสักที
เมื่อไรน้ำตาจึงจะหายไป
เมื่อไรเรื่องเศร้าๆนี้จึงจะจบลง
เมื่อไรบรรยากาศที่เผขิญอยู่จะสิ้นสุด
ถ้าการพบเจอคือความสุข แล้วทำไมการลาจากถึงเป็นความทุกข์หละ
เข้าใจว่าอะไรๆก็ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วเราต้องเห็นน้ำตาขนาดนี้เลยหรอ แล้วเราต้องเศร้าต่อไปเรื่อยๆเลยหรอ
เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ร้องไห้ เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้พูดบอกอะไรมากกว่านี้ รู้สึกผิดที่เขียน Friendship ให้น้อยเกินไป

อีกเดี๋ยวเวลาของเราก็มาถึง
อีกไม่นานก็ถึงคราวที่เราต้องไป
อีกสัปดาห์จากคนที่โบกมือ จะเป็นคนที่นั่งในรถ
อีกไม่นาน...ทุกอย่างที่นี่จะจบลง
แต่ถ้าไม่มีการลาจาก เราก็คงไม่รู้ถึงความรู้สึกที่มีความสุขของการได้พบกันใหม่

ไม่ร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าไม่เสียใจ
เงียบ ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรจะบอก
การลาจาก ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก
จนกว่าจะถึงวันนั้น...
8月19日

Empathetic

ยุ่งไปสักพัก พอดีช่วงวันหยุดไม่ว่าง เลยไม่ได้เขียน
ช่วงนี้ก็ดีขึ้นเยอะ การบ้านไม่มากเท่าช่วงแรก แต่เรียนยาวขึ้น เหนื่อยนิดๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/8 ไป Bowdoin มา เป็นมหาลัยเล็กๆ ไปเริ่มศึกษาว่าเค้ามีอะไร เราควรจะดูอะไร
ตอนแรกคิดว่าคงไปเที่ยว นั่งรถซะ 2 ชั่วโมงได้ แต่พอไปถึงก็โดนจับเข้าห้องบรรยายซะเป็นชั่วโมง ง่วงเข้าไปใหญ่
เดินไปเดินมา ก็แปลกๆดี เพิ่งรู้ว่าตึกเค้าเป็นอิฐส้มๆซะเกือบหมด ลายตานิดๆ
ไปกินข้าว โรงอาหารก็สวยดี เค้าว่าเป็นโรงอาหารที่ดีที่สุด (ในอะไรไม่แน่ใจ) ตัวเลิือกเยอะแยะดี กินซะคุ้มค่ารถเลย
ฟังพี่ที่เรียนอยู่ที่นี่เค้าเล่า ก็ฮาๆดี มีเรื่องหนาวๆ เรื่องฮาๆ เผารูมเมท แล้วก็โฆษณาซะน่าเข้าจริง
โดยรวมก็สนุกดี(โดยเฉพาะตอนกินข้าว) นั่งฟังนานไปนิด แต่ก็ได้เห็นรูปร่างมหาวิทยาลัยของเค้า

กลับมาถึง สงสัยเค้ากลัวว่าเราจะว่างจัด เลยจัดงาน Mock Halloween ซะเลย คือไม่ใช่ของจริง เป็นคล้ายๆสอนวัฒนธรรมเค้า
คิดอะไรไม่ออก เอาทิชชู่พันตัว (ที่นี่เรียก Napkin) เป็นมัมมี่ซะเลย ไม่ลงทุนสุดๆ
ที่เห็นเพื่อนๆก็เป็นนินจา บาทหลวง(+หนังสือท่องศัพท์ SAT) บางระจัน ผีทะเล(ใส่ชุดคล้ายๆดำน้ำ) แล้วก็มีครูใส่ชุดกระต่ายกับแมว น่ารักดี
ใส่เดินไปรอบๆโรงเรียน ไปเรี่ยไรชอกโกแลตกับทอฟฟี่ ได้มาเยอะแยะ ยังกินไม่หมดเลย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/10 วันเสาร์ ไปโยนโบว์ลิ่ง ของเค้าก็ไม่ต่างกับของเรามากมาย
บรรยากาศสนุกสนานเพราะไปกันเยอะ แล้วก็เฮฮา ปนโวยวาย
แต้มไม่ต้องพูดถึง ไม่เกินร้อย แต่งานนี้แจ้งเกิดไปหลายคน มีเพื่อนผู้หญิงที่ดูเป็นเด็กเรียนนิดๆ Strike+Spare เป็นแถบๆ
แล้วก็แวะไปซื้อของต่อ ไปคุยกับพี่เจต เค้าอยู่อัสสัมชัญ มาคุยเรื่องจตุรมิตร ชุมนุม อะไรอย่างนั้น
ของก็ไม่มีอะไรมาก จริงๆก็คือไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ซื้อ เดินคุยกับพี่เค้าเพลิน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/15 ไปทัวร์มหาลัยต่อ ทีนี้ไปที่ Dartmount มหาลัยกลุ่ม Ivy league ที่ดังติดชาร์ท
ไปถึงงงเล็กน้อย เห็นสนามหญ้าใหญ่ๆตรงกลาง ตึกรอบๆ นึกว่าเมืองอะไร
ประทับใจในระดับหนึ่ง สิ่งแวดล้อมดีมาก ชอบสีตึกมากๆๆๆๆ
ตึกอิฐส้ม หน้าต่างเขียวเข้ม รู้สึกคุ้นตา เห็นแล้วแบบว่าอยากอยู่เลย แปลกดี สงสัยอาจจะมีความหลังฝังใจกับสีนี้
กินข้าว ระบบเค้าเป็นแบบเอาเงินไปซื้อ ของน่ากิืนดี ไอติมเค้าขายตามน้ำหนัก
เดินดูระบบเค้า ก็ดีทุกอย่าง น่าเข้าไปเรียนดี ไม่รู้ว่า Math เค้าจะขนาดไหน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/17 วันนี้เศร้านิดๆ เพื่อน 2 คนต้องไป Prep ก่อน คือ A&Nun

คืนก่อนก็มี slideshow รวมรูปที่อยู่ที่ Brewster มา 2 เดือนกว่าๆ
รวมภาพเหตุการณ์ซึ้งๆ(ที่ไม่ได้เอาไว้นึ่งข้าวเหนียว) ภาพฮาๆ ฮาลั่นห้อง (ภาพตัวเองยืนจ้องชาเย็น กับโดนบีบคอ) ภาพซึ้งๆ พร้อมเพลงประกอบ เหมือนกับที่ดูตอนค่ายกระทรวงวิทย์เลย แต่ครั้งนี้มาราธอนมาก ยาวซะเป็นชั่วโมง จบด้วยคำคมว่า " Life is Journey, enjoy ride " (Abby) คำสั้นๆง่ายๆ ความหมายดีๆ ตอนดึกๆก็มารวมกัน มาฝากอะไรส่งท้าย ก็มีตัวแทนพูดถึงเพื่อน แล้วก็มีร้องเพลง มีซึ้งนิดๆ เพราะคนที่จะไปเค้ามีห่วงอยู่ที่นี่ (น่าจะพอแปลออก)
วันไปก็ไปแต่เช้า ซึ่งจริงๆได้ไปเกือบ 10 โมง แต่ที่เรียกเร็วเพราะกลัวเพื่อนๆจะไม่เรียนกัน
บรรยากาศก็เรียบๆ มีบูมสวนด้วย เพราะคนที่ไป 2 คนเป็นสวนหมด คนนึงจบม.3ไปเตรียมทหาร
น้ำตาก็เริ่มมาให้เห็น เป็นเราก็คงรู้สึกแย่ ถ้าเราไปแล้วเพื่อนที่เหลืออยู่ต่อ แต่ยังไงก็ต้องมีคนไป
4 กันยาก็เป็นทีของเราบ้าง คนไปด้วยกันก็มีบ้าง แต่เราไป Prep school คนเดียว คงเหงาพิลึก
มีเขียน Friendship ให้กันด้วย ใครอยากบอกอะไรใครก็เขียนใส่กระดาษห่อ(ไม่รู้เรียกไงดี) ของคนนั้นไว้แล้วก็รวบรวมกัน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/18 วันนี้เป็นวันที่น่าจะใช้เงินเยอะสุด
เดินทางไกลขึ้นเหนือไป Maine ไปที่เค้าเรียกว่า Outlet ไปซื้อเครื่องกันหนาว
เดินทาง 2 ชั่วโมงได้ เลยมีบางคนเอาหมอนขึ้นรถไปนอนชดเชย (เราก็เอาไปด้วยแหละ) เอาศัพท์ไป Nerd ก็แล้วแต่เค้าไป
ขามาก็แน่นอน เล่นไพ่ ขาครบ ไพ่มี ที่เล่นได้ ก็เปิดเกม เล่นจนเกือบถึงที่หมาย
ให้เวลาซะ 6 ชั่วโมง ฟังดูเยอะๆ แต่พอเดินไปมาก็พอดี ร้านค้าเรียงรายตามถนน เดินเข้าออกให้วุ่น

ของเราก็ได้เสื้อหนาวมา ราคาอย่าให้บอกว่า 159$ เป็นเค้าเรียกว่า 3 in 1 คือมีเสื้อสองชั้น กันฝนกับลมนอก กับกันหนาวใน
สีก็ชอบดี จริงๆมีถูกกว่านิดๆแต่กันได้แต่น้ำ แล้วก็เรียบๆ ก็เลยตัดใจซื้อตัวแพง ดีอย่างที่มีบริการส่งที่ Prep เลย ไม่เสียตัวเพิ่มแถมได้ Tax 5% คืนอีก
แปลกดี เพื่อนอีกคนจะเอาบ้าง ดันเสียตังค่าส่ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
แล้วก็ได้เสื้อแขนยาวมาตัว เพิ่งนึกออกว่าไม่มี กับรองเท้ากันน้ำที่เค้าแนะนำอีกคู่ ราคาก็พอสมควร

เย็นๆ ไปบ้านครูสอนคอม Abby ไปส่งเค้าที่จะไปสอนต่อที่อื่น
ไปกิน เล่นบอล วอลเลย์ ฟริสบี้ ว่ายน้ำ ต่อเพลง พักผ่อน
ท้ายสุดก็เอาของฝากให้เค้า บอกลาเป็นพิธี แล้วเดินทางกลับ
ขากลับ มืด เล่นไพ่ไม่ได้ เลยเปิดเพลงฟัง แล้วก็นั่งต่อเพลง อีกกลุ่มก็ Gossip ไป มีคนนึงขนาด Gossip ตัวเองเฉย แบบว่าหาเรื่องคุย
ก่อนกลับแวะ 7-11 ที่เข้าครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าเซเว่นเค้าทำปั๊มน้ำมันด้วย ของก็ดูแปลกตาดี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

จิปาถะ
*สั่งคอมมาแล้ว รอส่งอยู่ ถ้าได้มาจะเล่น O2mania ซะที
*จะจบโปรแกรมแล้ว ดีใจดีเปล่าไม่รู้ ต้องจากเพื่อนใหม่ที่ร่วมเรียยนกันกว่า 2 เดือน เศร้าๆนะ แต่เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก
*ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า Yearbook แปลเป็นไทยก็ประมาณหนังสือรุ่น แต่เป็นของ Thai scholar
ของเราก็ได้งาน Diary เล่าอะไรพวกนี้ ยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย งานยังเยอะอยู่ (แต่ทำไมมีเวลามาเขียนบลอกไม่รู้เนอะ)
8月7日

New memory in old place

--- สืบเนื่องมาจากมีใครบางคนอยากให้เราเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ฉะนั้นเราก็จะเขียนภาษาไทยให้เค้าผิดหวัง ---
แล้วก็ไม่ต้องมาบอกว่ามันพิมพ์ ไม่ใช่เขียน อะไรทำนองนั้น ... เข้้าเรื่องแล้วกัน

สืบเนื่องจากวันเสาร์ 4-5 นี้มีงาน Huggin hospital fair
ไม่ใช่งานบนริจาคเลือด งานขายวัคซีน หรือผ่าตัดฟรีอะไร มันเป็นตลาดนัดที่หาเงินเข้าโรงพยาบาล
แน่นอนว่า ราคาถูก ถูกจนคนที่ไม่ค่อยซื้อของอย่างเราตัดใจหยิบ ถึงจะเป็นมือ 2 หรืออะไรก็ตาม สภาพดีก็ได้อยู่
ถูกขนาดคูณ 33 แล้วยังราคาถูกกว่าไทย

อย่างแจ๊กเกต 4 เหรียญ เสื้อหนาว 5 เหรียญ ถุงมือกันหนาว 3 เหรียญ ไพ่สองกล่องลายน่ารัก 1 เหรียญ สูท 10 เหรียญได้
ซื้อหมดยกเว้นสูท เพราไม่รู้จะเอามาทำไม ถึงเพื่อนบางคนจะเหมามาก็เหอะ
เสื้อหนาว ไหมพรม รองเท้า เนคไท กางเกง มีหมด ส่วนเสื้อผ้าผู้หญิงไม่ได้ไปดู แต่เห็นซุ้มใหญ่เหมือนกัน
เครื่องตกแต่ง Handcraft ก็โผล่มา ไม่ได้ไปดูเช่นเคย

ของอื่นๆที่คิดว่าในบ้านน่าจะมี ก็มีขายหมด หนังสือ โต๊ะ โคมไฟ เก้าอีี้ มีด เครื่องครัว โปสการ์ด เครื่องกีฬา ของเล่น ตุ๊กตา
ที่ดูเวอร์ๆหน่อยก็มีพวกสกี จักรยาน จอคอม วีดีโอ รูปใหญ่ๆ แต่ที่ช๊อคสุดคือ เค้าเอาเรือมาตั้งขายด้วยแฮะ
รู้สึกว่าแถวๆนี้เค้าจะนิยมใช้เรือ มีเลคใหญ่ๆให้ใช้งาน โฮสที่เราไปมาก็มี Kayak ตั้ง 3 ลำแน่ะ

ชอปเสร็จก็ไปต่อที่อาหาร มีไอศกรีม น้ำ ข้าวโพดคั่่ว อะไรที่คล้ายๆโรตี
ข้างๆก็มีซุ้มเกม ตกปลาแลกตุ๊กตา ปาเป้า ซุ้มก็ออกแนวฝรั่งเค้า มีแสง สี เสียง เหมือนที่ดูในหนัง
ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นเครื่องเล่น มีชิงช้าสวรรค์ที่เอาขาห้อยลงมาแล้วก็ไม่มีกล่อง มีแต่เก้าอี้กับสายรัด หวาดเสียวไปอีกแบบ
มีแอปเปิ้ลหมุนๆ เก้าอี้เหวี่ยงๆ ของหลอกเด็กเล็กๆที่ไม่ได้เข้าไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้เล่นสักอย่างหรอก
และก็ที่แปลกๆอีกอย่าง คือมีบริการขี่ม้า ม้าที่ไม่ใช่ม้าหมุน ม้าที่ไม่ใช่ม้านาว หรือม้าแลงปอ 3 $ ราคาเท่าไทยเลย

ที่ประทับใจสุดงานนี้คือ ตอนก่อนเก็บงาน เค้าจะแบบว่าขี้เกียจเก็บของกลับบ้าน
น่าจะเดาออกว่า ... หยิบทุกอย่างได้ฟรี เย้ ...
คราวนี้หละได้เห็นฝรั่งมุง จ้วงๆกันไป หิ้วถุงหิ้วกล่องมากวาดโดยเฉพาะ
เราก็ได้ร่วมเหตุการณ์เช่นกัน ก็แจมกันไป ของที่เหลือก็ดีบ้าง เน่าบ้าง ตาดีได้ ตาร้ายช่างมัน หยิบไปก่อน แยกทีหลัง
ได้กระเป๋า กับเสื้อพอประมาณ มีตุ๊กตาสีฟ้ามาอีกตัว ส่วนเพื่อนๆก็ใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หยิบแหลก
เอากล่องมาคนละใบสองใบ อะไรดูดีก็ใส่กล่องหมด ใช้ได้หรือเปล่าไม่รู้ ขนาดกรอบรูปที่ใหญ่กว่าประตูห้องยังเอามา
ก็มีความสุขกันไป ของฟรีซะอย่าง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันที่ 5 ก็มีอะไรทำต่อ เตรียมตัวกับใจแล้วสะพายเป้ ออกเดินทาง
ไปไหนหรอ ไปปีนเขา แน่นอนว่า...เขาลูกเดิมกับที่เคยไปกับโฮส

ถึงที่จอดรถที่เดิม ก็ออกเดินทางกับเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ
ไม่รู้จะรีบไปทำไม เพราะเคยมาแล้ว ก็เลยเดินช้าๆ หากลุ่มเพื่อนคุย
กลุ่มแรกๆพวกอารมณ์ร้อน ก็เดินปรู๊ดหายไปจากสายตา มีคนนึงบอกว่าถ้าไปคนแรกแล้วจะได้รูปวิวที่ไม่มีคน ก็ปล่อยเค้าไป
เดินไปเรื่อยๆสักพักก็เจอกลุ่ม Jeep Toy ก็เกาะๆกันไป ถ้าอยากอ่านอีกมุมหนึ่งก็ไปอ่านของเพื่อนเราได้
* jeep4wd & chocoluffy * (ขออนุญาตโฆษณานะ)
มาเดินกันต่อ เดินไปเรื่อยๆ คุยๆๆๆๆ ร้องเพลงนิดๆ ช่วยๆกันขึ้นเขา สนุกสนานดี
ได้เป็นไม้เท้าให้กับเพื่อนด้วย เพราะบางจุดชันมาก เลยช่วยๆกันลากขึ้นไป
ได้เป็นนาวิเกเตอร์ เพราะเพื่อนๆรู้สึกว่าไม่เห็นกลุ่มหน้าแล้วกลัวหลง เราก็เลยบอกให้ตามต้นไม้ที่ทาสีฟ้าไป ฮือฮากันใหญ่ เพราะถ้าเราไม่บอกก็ไม่่มีใครเห็น
คุยสนุกเพราะว่าได้คุยกับเพื่อนที่ไม่ใช่สวนกุหลาบ ไม่ใช่ Roommate ไม่ใช่ขาไพ่ ไม่ใช่เพื่อนในชั้นเรียน
เป็นเพื่อนที่เจอกันบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันมาก ก็เลยได้เห็นมุมใหม่ๆ ทีเราไม่ค่อยได้เห็น

ถึงยอดเขาเดิมๆ แต่บรรยากาศวุ่นวายกว่าเยอะ
ถ่ายรูปรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ได้ รัวกล้องเป็นว่าเล่น มีคนเอาธงชาติขึ้นไป แต่ไม่ได้เอาไปปักเหมือนดาวอังคาร เอาไปให้มันติดกล้องเท่ๆ
ตรงกลางมีกองหินคล้ายๆห้อง สูงนิดๆ ขึ้นไปยืนถ่ายรูปนึง เพราะมันเป็นจุดที่สูงที่สุดในละแวกนั้น
ไอเดียดีๆ ก็ถ่ายแนวนอนกับก้อนหินให้เหมือนปีนเขาขึ้น เนียนใช้ได้
ถ่ายรูปหมู่อีกแล้ว อยู่ข้างหลังอีกแล้ว ติดแต่หัวอีกแล้ว ใครบอกว่าตัวสูงแล้วจะดี
หลังจากอู้สักพัก ก็เริ่มเดินกลับ ไปชิมบลูเบอร์รี่สดเช่นเคย แล้วก็เดินกลับอีกทางเช่นเดิม กับเพื่อนร่วมทางกลุ่มเดิมอย่างเก่า
คราวนี้เป็นบรรยากาศตู้เพลง เดินไปร้องเพลงไปเกือบตลอดทาง ชอบมากมายเพราะทางเรียบๆ บรรยากาศดีๆ กับเพื่อนดีๆ
เดินลื่นกันบ้างพอเป็นพิธี ก็เป็นสีสันกันไป
ทางไกลก็สั้นได้ด้วยเสียงดนตรี ไม่นานก็ถึงตีนเขา กินถั่วลิสงคล้ายๆหมั่นลี้หม่ง ขึ้นรถกลับ
*** ภาพเก่า ความทรงจำใหม่ ***

พูดๆไปแล้วรู้สึกว่า ทำไมเราถึงไม่ได้คุยกันบ่อยนะทั้งๆที่เจอกันทุกวัน
ลองคิดดูอาจเป็นเพราะเจอกันทุกวัน เลยเห็นหน้ากันบ่อยๆตอนเดินผ่าน เลยรู้สึกว่าอยู่ใกล้กัน รู้จักกัน ทักทายกัน แต่ไม่สนิทกันมาก
อย่างที่เค้าว่ากันไว้ ว่าคนเราจะเห็นคุณค่าที่แท้จริง เมื่อเราเสียสิ่งนั้นไป
ยังไม่ถึงเวลานั้นคงไม่รู้หรอก ตอนนี้เรามีเพื่อนรอบๆ มีพี่ๆที่ใจดี มีอาจารย์ที่น่ารัก มีความทรงจำดีๆอยู่

ช่วงเวลาของชีวิตที่นี่ จากที่เคยนับเพิ่มขึ้นตามวัน เริ่มเดินถอยหลังสู่วันลาจาก...ที่ไม่ถึงเดือนข้างหน้า
จะว่าน้อยก็ได้ที่เรารู้จักกัน เกือบ 2 เดือนที่ได้มาใช้ชีวิตทุกวันด้วยกันในโลกใบใหม่
เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่เครื่องบิน เข้าหอพัก เรียนหนังสือ ร้องเพลง เล่นละคร ไปเที่ยว ทำการบ้าน ซื้อของ กินไอศกรีม
อยู่ว่างๆก็มาเจอกัน เดินผ่านก็ทักทาย กินข้าวก็คุยเรื่องทั่วไป เล่นกีฬาก็เฮฮา เข้าเรียนก็ช่วยๆกันปลุก ซักผ้าก็ช่วยกันยก ลืมของก็หยิบมาให้ ว่างมากก็มาเล่นไฟ่

ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี่จะเกิดขึ้นภายในเวลาแค่เดือนกว่าๆ เวลาไม่ได้ผ่านไปเร็ว และก็ไม่ได้ช้า
รู้สึกว่าทุกวันต้องมีอะไรทำ ทุกวันต้องเจอกัน ทุกวันต้องมีเรื่องให้หัวเราะ ทุกวันก็ยังมีทุกคนอยู่ ทุุกวันยังมีความสุข
ไม่ได้เสียดายเวลาที่ผ่านไปเพราะเราใช้มันแล้ว ไม่ได้เสียดายกับเวลาที่เหลืออยู่เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ที่เหลือก็แค่ปล่อยทุกอย่างไปตามกาลเวลา แล้วก็เดินไปกับมัน ...
-------------------------------------------------
ขอโทษทีที่เขียนยาวมาก หรือถ้าใครชอบอ่านเยอะๆก็ยินดีด้วย
ตอนนี้ก็เหนื่อยขึ้นนิด มีคนจากที่อื่นๆมาให้ข้อมูลทุกวัน ได้ทั้งเนื้อหา ได้ทั้งภาษา ได้ใบปลิวมาอีกโหล ช่วงนี้คงต้องเลือกที่เรียนจริงๆจังแล้วหละ
ตัวเองก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือเปล่า แต่เดี๋ยวก็ผ่านไปได้แหละน่า เจออะไรมาเยอะแยะแล้วนี่
เคยคิดจะเล่าถึงเพื่อนๆที่นี่ แต่ไม่ได้ใส่สักทีเพราะใส่อย่างอื่นก็เต็มแล้ว วันหลังคงได้มาอ่านกัน
8月1日

New day, new month, new season

Brewster Academy Season 2
ไม่ใช่รายการร้องเพลงโหวตออกอะไรนั่นหรอก
คือตอนนี้การเรียนเข้่าสู่ช่วงที่ 2 หรือเรียกว่าช่วงท้ายของ Summer ก็ได้

เป็นช่วงที่เรียกได้ว่า Summer จริงๆ เพราะอากาศร้อน ร้อนไม่มากมาย แต่ก็คงร้อนกว่าวันแรกๆเยอะ พัดลมเริ่มได้ยืดเส้นยืดสาย จากที่เคยยืนเหงามาเป็นเดือน เสื้อหนาวที่เคยใส่ไปเรียนช่วงแรกๆ ตอนนี้ก็ได้เอาไปซักสักที เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย... แต่เรื่องสุขภาพก็ยังดีอยู่ แค่ปวดศอกขวา เจ็บเข่าซ้าย นิ้วโป้งซ้ายแตกเกือบครึ่ง ก็ยังดี ถ้าเทียบกับการเป็นหวัดนอนซม หรือคิ้วแตกเลือดอาบ อย่างเพื่อนบางคน แปลกดี พึ่งจะเห็นว่านิ้วโป้งซ้ายใช้งานทั้งวัน ใส่เสื้อ แปรงฟัน ถือของ เปิดประตู อะไรก็ตามก็ใช้นิ้วโป้งซ้ายทั้งนั้น ที่รู้ก็เพราะว่าทำอะไรก็เจ็บนิ้วไปหมด ยิ่งตอนถือผ้า ด้ายก็ไปติดซอกที่แตกอยู่แล้วก็ไปดึงเล็บให้มันเจ็บ นึกถึงเพลงของ B5 ที่ว่าเราจะไม่รู้ค่าของสิ่งๆนั้น เมื่อเราเสียมันไป ตอนนี้ตารางก็เปลี่ยนเกือบหมด ยกเว้นข้าวเข้ากับเวลาเข้าหอ
มีวิชา SAT, TOEFL, Writing, College Essay, College Class, Writing reference
ดูก็รู้ว่าเป็นช่วงที่เรียกว่าเตรียมสอบก็ได้ เริ่มต้องเตรียมตัวเข้า Unversity ที่เค้าเรียกกันว่า College
ได้ชีทกับแฟ้มมาเป็นปึกเช่นเคย วิชาการล้วนๆ

เรื่องภาษา ตอนนี้มีกฏอัยการศึก ให้พูดอังกฤษ 8.00-15.00 20.00-22.00 ทุกวันเรียน
ก็ดีนะ ได้คิดได้อะไรบ้าง ถ้าแต่ก่อนก็คงพูดแต่ในคาบ กับพูดกับฝรั่งข้างนอก
ส่วนใครพูดไทย ก็มีบทลงโทษ ให้ใส่ชุดผีเรียนวันนึง น่าสนใจดีแต่ไม่เอาหรอก ท่าทางจะร้อน

เรื่องอื่นๆก็ถือว่าเปลี่ยนไปเยอะ
กลุ่มเดิมก็ยุบเเหลือ 3 จาก 4 กลุ่ม Discussion group ก็เป็น 7 จาก 6 เพราะมีคนมาเพิ่ม พวกที่ไปแข่งโอลิมปิกแล้วมาทีหลัง
มีกลุ่ม College รวมๆวิชาที่คล้่ายๆกัน แต่เราที่เป็น Mathematics โดนจับไปกลุ่มจับฉ่ายซะงั้น มีปิโตร บริหาร ชีวะโผล่มาด้วย
มีคนที่หลงทาง คิดผิด หลวมตัวมาเรียน Math คนนึง แต่เค้าไปทาง Applied ก็ดีอย่างน้อยก็ไม่เป็นพวกชนกลุ่มน้อย
มีกลุ่มเรียน College Essay ที่จัดตามตัวอักษรเฉย แบ่ง 2 กลุ่ม

ช่วงนี้ก็เริ่มวุ่นๆ ต้องหา College มาใส่หัว เริ่มดูๆใบสมัคร เตรียมสอบ SAT TOEFL เดือนหน้า
และที่สำคัญ...เริ่มนับถอยหลังที่จะจบ Summer program
เวลาก็ยังผ่านไปเร็วเหมือนเดิม รู้สึกได้ว่าเพิ่งลงเครื่องมาไม่กี่วัน
บรรยากาศที่สนามบินก็ยังอยู่ เพื่อนๆที่นี่ก็รู้จักกันได้ไม่นานมาก แต่ก็นานพอที่จะคุยกันได้
... เรื่องนั้นไว้ก่อน อนาคตยังไงมันก็ต้องมา ใช้เวลาที่มีอยู่ก่อนดีกว่า
ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้เริ่ม และยังไม่คิดจะทำอีกหลายอย่าง
การบ้านเยอะ นอนดึกขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังเอื่อยๆเหมือนเดิม อย่างตอนนี้ยังอุคส่าห์มีเวลามาเขียนอะไรให้อ่านได้เลย

เรื่องงานพิเศษๆก็มีงานขายของถูก Huggin hospital fair ที่จะมีวันศุกร์ ผ้านวม 3$ จักรยาน 10 $ น่าสนใจดี คงได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง
เดี๋ยวก็จะมี Special Halloween, College visit, Bowling, Hiking ไปปีนเขา

ภายนอก ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก อาจจะยังไม่ชินกับการอยู่โรงเรียนสหมั้ง เลยรู้สึกเหมือนตะกุกตะกักนิดหน่อย
ภายใน ก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนขนาดเป็นอีกคนหรอก เริ่มรู้สึกถึงอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกเดือนข้างหน้า
ก็ไม่ได้กลัวหรืออะไรมากมาย เรียนรู้จากรุ่นพี่มาเยอะพอสมควร ก็คงไม่ได้ไปตะเกียกตะกายมาก ถึงจะไปคนเดียวก็เถอะ
ได้อ่านบล๊อกเพื่อน ได้เห็นมุมใหม่ๆนอกจากที่เจอกันอยู่ทุกวัน แล้วเริ่มหันมามองตัวเองที่ยังคงทำอะไรเหมือนๆเดิม
อย่างที่มีคนบอกไว้ว่า คนเรากลัวความเปลี่ยนแปลง

ไปๆมาๆก็รู้สึกเหมือนพูดวนอยู่ที่เดิม
เพราะยังคงมีความสุขกับชีวิตที่ยังมีเพื่อนๆอยู่มั้ง เลยยังไม่รู้สึกอะไรมาก
ยังมีภาพดีๆที่อยู่ด้วยกัน มีเสียงหัวเราะรอบๆ ไม่รู้ว่าวันที่ต้องจากกันจะรู้สึกขนาดไหน...อย่างน้อยก็คงเสียดายหละ
คงเหมือนๆตอนวันจากเหย้า...

อย่างที่บอกว่าการบ้านเยอะ ไปปั่่นต่อแล้วหละ