sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 19

    Empathetic

    ยุ่งไปสักพัก พอดีช่วงวันหยุดไม่ว่าง เลยไม่ได้เขียน
    ช่วงนี้ก็ดีขึ้นเยอะ การบ้านไม่มากเท่าช่วงแรก แต่เรียนยาวขึ้น เหนื่อยนิดๆ

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    8/8 ไป Bowdoin มา เป็นมหาลัยเล็กๆ ไปเริ่มศึกษาว่าเค้ามีอะไร เราควรจะดูอะไร
    ตอนแรกคิดว่าคงไปเที่ยว นั่งรถซะ 2 ชั่วโมงได้ แต่พอไปถึงก็โดนจับเข้าห้องบรรยายซะเป็นชั่วโมง ง่วงเข้าไปใหญ่
    เดินไปเดินมา ก็แปลกๆดี เพิ่งรู้ว่าตึกเค้าเป็นอิฐส้มๆซะเกือบหมด ลายตานิดๆ
    ไปกินข้าว โรงอาหารก็สวยดี เค้าว่าเป็นโรงอาหารที่ดีที่สุด (ในอะไรไม่แน่ใจ) ตัวเลิือกเยอะแยะดี กินซะคุ้มค่ารถเลย
    ฟังพี่ที่เรียนอยู่ที่นี่เค้าเล่า ก็ฮาๆดี มีเรื่องหนาวๆ เรื่องฮาๆ เผารูมเมท แล้วก็โฆษณาซะน่าเข้าจริง
    โดยรวมก็สนุกดี(โดยเฉพาะตอนกินข้าว) นั่งฟังนานไปนิด แต่ก็ได้เห็นรูปร่างมหาวิทยาลัยของเค้า

    กลับมาถึง สงสัยเค้ากลัวว่าเราจะว่างจัด เลยจัดงาน Mock Halloween ซะเลย คือไม่ใช่ของจริง เป็นคล้ายๆสอนวัฒนธรรมเค้า
    คิดอะไรไม่ออก เอาทิชชู่พันตัว (ที่นี่เรียก Napkin) เป็นมัมมี่ซะเลย ไม่ลงทุนสุดๆ
    ที่เห็นเพื่อนๆก็เป็นนินจา บาทหลวง(+หนังสือท่องศัพท์ SAT) บางระจัน ผีทะเล(ใส่ชุดคล้ายๆดำน้ำ) แล้วก็มีครูใส่ชุดกระต่ายกับแมว น่ารักดี
    ใส่เดินไปรอบๆโรงเรียน ไปเรี่ยไรชอกโกแลตกับทอฟฟี่ ได้มาเยอะแยะ ยังกินไม่หมดเลย

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    8/10 วันเสาร์ ไปโยนโบว์ลิ่ง ของเค้าก็ไม่ต่างกับของเรามากมาย
    บรรยากาศสนุกสนานเพราะไปกันเยอะ แล้วก็เฮฮา ปนโวยวาย
    แต้มไม่ต้องพูดถึง ไม่เกินร้อย แต่งานนี้แจ้งเกิดไปหลายคน มีเพื่อนผู้หญิงที่ดูเป็นเด็กเรียนนิดๆ Strike+Spare เป็นแถบๆ
    แล้วก็แวะไปซื้อของต่อ ไปคุยกับพี่เจต เค้าอยู่อัสสัมชัญ มาคุยเรื่องจตุรมิตร ชุมนุม อะไรอย่างนั้น
    ของก็ไม่มีอะไรมาก จริงๆก็คือไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ซื้อ เดินคุยกับพี่เค้าเพลิน

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    8/15 ไปทัวร์มหาลัยต่อ ทีนี้ไปที่ Dartmount มหาลัยกลุ่ม Ivy league ที่ดังติดชาร์ท
    ไปถึงงงเล็กน้อย เห็นสนามหญ้าใหญ่ๆตรงกลาง ตึกรอบๆ นึกว่าเมืองอะไร
    ประทับใจในระดับหนึ่ง สิ่งแวดล้อมดีมาก ชอบสีตึกมากๆๆๆๆ
    ตึกอิฐส้ม หน้าต่างเขียวเข้ม รู้สึกคุ้นตา เห็นแล้วแบบว่าอยากอยู่เลย แปลกดี สงสัยอาจจะมีความหลังฝังใจกับสีนี้
    กินข้าว ระบบเค้าเป็นแบบเอาเงินไปซื้อ ของน่ากิืนดี ไอติมเค้าขายตามน้ำหนัก
    เดินดูระบบเค้า ก็ดีทุกอย่าง น่าเข้าไปเรียนดี ไม่รู้ว่า Math เค้าจะขนาดไหน

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    8/17 วันนี้เศร้านิดๆ เพื่อน 2 คนต้องไป Prep ก่อน คือ A&Nun

    คืนก่อนก็มี slideshow รวมรูปที่อยู่ที่ Brewster มา 2 เดือนกว่าๆ
    รวมภาพเหตุการณ์ซึ้งๆ(ที่ไม่ได้เอาไว้นึ่งข้าวเหนียว) ภาพฮาๆ ฮาลั่นห้อง (ภาพตัวเองยืนจ้องชาเย็น กับโดนบีบคอ) ภาพซึ้งๆ พร้อมเพลงประกอบ เหมือนกับที่ดูตอนค่ายกระทรวงวิทย์เลย แต่ครั้งนี้มาราธอนมาก ยาวซะเป็นชั่วโมง จบด้วยคำคมว่า " Life is Journey, enjoy ride " (Abby) คำสั้นๆง่ายๆ ความหมายดีๆ ตอนดึกๆก็มารวมกัน มาฝากอะไรส่งท้าย ก็มีตัวแทนพูดถึงเพื่อน แล้วก็มีร้องเพลง มีซึ้งนิดๆ เพราะคนที่จะไปเค้ามีห่วงอยู่ที่นี่ (น่าจะพอแปลออก)
    วันไปก็ไปแต่เช้า ซึ่งจริงๆได้ไปเกือบ 10 โมง แต่ที่เรียกเร็วเพราะกลัวเพื่อนๆจะไม่เรียนกัน
    บรรยากาศก็เรียบๆ มีบูมสวนด้วย เพราะคนที่ไป 2 คนเป็นสวนหมด คนนึงจบม.3ไปเตรียมทหาร
    น้ำตาก็เริ่มมาให้เห็น เป็นเราก็คงรู้สึกแย่ ถ้าเราไปแล้วเพื่อนที่เหลืออยู่ต่อ แต่ยังไงก็ต้องมีคนไป
    4 กันยาก็เป็นทีของเราบ้าง คนไปด้วยกันก็มีบ้าง แต่เราไป Prep school คนเดียว คงเหงาพิลึก
    มีเขียน Friendship ให้กันด้วย ใครอยากบอกอะไรใครก็เขียนใส่กระดาษห่อ(ไม่รู้เรียกไงดี) ของคนนั้นไว้แล้วก็รวบรวมกัน

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    8/18 วันนี้เป็นวันที่น่าจะใช้เงินเยอะสุด
    เดินทางไกลขึ้นเหนือไป Maine ไปที่เค้าเรียกว่า Outlet ไปซื้อเครื่องกันหนาว
    เดินทาง 2 ชั่วโมงได้ เลยมีบางคนเอาหมอนขึ้นรถไปนอนชดเชย (เราก็เอาไปด้วยแหละ) เอาศัพท์ไป Nerd ก็แล้วแต่เค้าไป
    ขามาก็แน่นอน เล่นไพ่ ขาครบ ไพ่มี ที่เล่นได้ ก็เปิดเกม เล่นจนเกือบถึงที่หมาย
    ให้เวลาซะ 6 ชั่วโมง ฟังดูเยอะๆ แต่พอเดินไปมาก็พอดี ร้านค้าเรียงรายตามถนน เดินเข้าออกให้วุ่น

    ของเราก็ได้เสื้อหนาวมา ราคาอย่าให้บอกว่า 159$ เป็นเค้าเรียกว่า 3 in 1 คือมีเสื้อสองชั้น กันฝนกับลมนอก กับกันหนาวใน
    สีก็ชอบดี จริงๆมีถูกกว่านิดๆแต่กันได้แต่น้ำ แล้วก็เรียบๆ ก็เลยตัดใจซื้อตัวแพง ดีอย่างที่มีบริการส่งที่ Prep เลย ไม่เสียตัวเพิ่มแถมได้ Tax 5% คืนอีก
    แปลกดี เพื่อนอีกคนจะเอาบ้าง ดันเสียตังค่าส่ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
    แล้วก็ได้เสื้อแขนยาวมาตัว เพิ่งนึกออกว่าไม่มี กับรองเท้ากันน้ำที่เค้าแนะนำอีกคู่ ราคาก็พอสมควร

    เย็นๆ ไปบ้านครูสอนคอม Abby ไปส่งเค้าที่จะไปสอนต่อที่อื่น
    ไปกิน เล่นบอล วอลเลย์ ฟริสบี้ ว่ายน้ำ ต่อเพลง พักผ่อน
    ท้ายสุดก็เอาของฝากให้เค้า บอกลาเป็นพิธี แล้วเดินทางกลับ
    ขากลับ มืด เล่นไพ่ไม่ได้ เลยเปิดเพลงฟัง แล้วก็นั่งต่อเพลง อีกกลุ่มก็ Gossip ไป มีคนนึงขนาด Gossip ตัวเองเฉย แบบว่าหาเรื่องคุย
    ก่อนกลับแวะ 7-11 ที่เข้าครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าเซเว่นเค้าทำปั๊มน้ำมันด้วย ของก็ดูแปลกตาดี

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

    จิปาถะ
    *สั่งคอมมาแล้ว รอส่งอยู่ ถ้าได้มาจะเล่น O2mania ซะที
    *จะจบโปรแกรมแล้ว ดีใจดีเปล่าไม่รู้ ต้องจากเพื่อนใหม่ที่ร่วมเรียยนกันกว่า 2 เดือน เศร้าๆนะ แต่เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก
    *ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า Yearbook แปลเป็นไทยก็ประมาณหนังสือรุ่น แต่เป็นของ Thai scholar
    ของเราก็ได้งาน Diary เล่าอะไรพวกนี้ ยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย งานยังเยอะอยู่ (แต่ทำไมมีเวลามาเขียนบลอกไม่รู้เนอะ)
    August 07

    New memory in old place

    --- สืบเนื่องมาจากมีใครบางคนอยากให้เราเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ฉะนั้นเราก็จะเขียนภาษาไทยให้เค้าผิดหวัง ---
    แล้วก็ไม่ต้องมาบอกว่ามันพิมพ์ ไม่ใช่เขียน อะไรทำนองนั้น ... เข้้าเรื่องแล้วกัน

    สืบเนื่องจากวันเสาร์ 4-5 นี้มีงาน Huggin hospital fair
    ไม่ใช่งานบนริจาคเลือด งานขายวัคซีน หรือผ่าตัดฟรีอะไร มันเป็นตลาดนัดที่หาเงินเข้าโรงพยาบาล
    แน่นอนว่า ราคาถูก ถูกจนคนที่ไม่ค่อยซื้อของอย่างเราตัดใจหยิบ ถึงจะเป็นมือ 2 หรืออะไรก็ตาม สภาพดีก็ได้อยู่
    ถูกขนาดคูณ 33 แล้วยังราคาถูกกว่าไทย

    อย่างแจ๊กเกต 4 เหรียญ เสื้อหนาว 5 เหรียญ ถุงมือกันหนาว 3 เหรียญ ไพ่สองกล่องลายน่ารัก 1 เหรียญ สูท 10 เหรียญได้
    ซื้อหมดยกเว้นสูท เพราไม่รู้จะเอามาทำไม ถึงเพื่อนบางคนจะเหมามาก็เหอะ
    เสื้อหนาว ไหมพรม รองเท้า เนคไท กางเกง มีหมด ส่วนเสื้อผ้าผู้หญิงไม่ได้ไปดู แต่เห็นซุ้มใหญ่เหมือนกัน
    เครื่องตกแต่ง Handcraft ก็โผล่มา ไม่ได้ไปดูเช่นเคย

    ของอื่นๆที่คิดว่าในบ้านน่าจะมี ก็มีขายหมด หนังสือ โต๊ะ โคมไฟ เก้าอีี้ มีด เครื่องครัว โปสการ์ด เครื่องกีฬา ของเล่น ตุ๊กตา
    ที่ดูเวอร์ๆหน่อยก็มีพวกสกี จักรยาน จอคอม วีดีโอ รูปใหญ่ๆ แต่ที่ช๊อคสุดคือ เค้าเอาเรือมาตั้งขายด้วยแฮะ
    รู้สึกว่าแถวๆนี้เค้าจะนิยมใช้เรือ มีเลคใหญ่ๆให้ใช้งาน โฮสที่เราไปมาก็มี Kayak ตั้ง 3 ลำแน่ะ

    ชอปเสร็จก็ไปต่อที่อาหาร มีไอศกรีม น้ำ ข้าวโพดคั่่ว อะไรที่คล้ายๆโรตี
    ข้างๆก็มีซุ้มเกม ตกปลาแลกตุ๊กตา ปาเป้า ซุ้มก็ออกแนวฝรั่งเค้า มีแสง สี เสียง เหมือนที่ดูในหนัง
    ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นเครื่องเล่น มีชิงช้าสวรรค์ที่เอาขาห้อยลงมาแล้วก็ไม่มีกล่อง มีแต่เก้าอี้กับสายรัด หวาดเสียวไปอีกแบบ
    มีแอปเปิ้ลหมุนๆ เก้าอี้เหวี่ยงๆ ของหลอกเด็กเล็กๆที่ไม่ได้เข้าไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้เล่นสักอย่างหรอก
    และก็ที่แปลกๆอีกอย่าง คือมีบริการขี่ม้า ม้าที่ไม่ใช่ม้าหมุน ม้าที่ไม่ใช่ม้านาว หรือม้าแลงปอ 3 $ ราคาเท่าไทยเลย

    ที่ประทับใจสุดงานนี้คือ ตอนก่อนเก็บงาน เค้าจะแบบว่าขี้เกียจเก็บของกลับบ้าน
    น่าจะเดาออกว่า ... หยิบทุกอย่างได้ฟรี เย้ ...
    คราวนี้หละได้เห็นฝรั่งมุง จ้วงๆกันไป หิ้วถุงหิ้วกล่องมากวาดโดยเฉพาะ
    เราก็ได้ร่วมเหตุการณ์เช่นกัน ก็แจมกันไป ของที่เหลือก็ดีบ้าง เน่าบ้าง ตาดีได้ ตาร้ายช่างมัน หยิบไปก่อน แยกทีหลัง
    ได้กระเป๋า กับเสื้อพอประมาณ มีตุ๊กตาสีฟ้ามาอีกตัว ส่วนเพื่อนๆก็ใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หยิบแหลก
    เอากล่องมาคนละใบสองใบ อะไรดูดีก็ใส่กล่องหมด ใช้ได้หรือเปล่าไม่รู้ ขนาดกรอบรูปที่ใหญ่กว่าประตูห้องยังเอามา
    ก็มีความสุขกันไป ของฟรีซะอย่าง

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------
    วันที่ 5 ก็มีอะไรทำต่อ เตรียมตัวกับใจแล้วสะพายเป้ ออกเดินทาง
    ไปไหนหรอ ไปปีนเขา แน่นอนว่า...เขาลูกเดิมกับที่เคยไปกับโฮส

    ถึงที่จอดรถที่เดิม ก็ออกเดินทางกับเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ
    ไม่รู้จะรีบไปทำไม เพราะเคยมาแล้ว ก็เลยเดินช้าๆ หากลุ่มเพื่อนคุย
    กลุ่มแรกๆพวกอารมณ์ร้อน ก็เดินปรู๊ดหายไปจากสายตา มีคนนึงบอกว่าถ้าไปคนแรกแล้วจะได้รูปวิวที่ไม่มีคน ก็ปล่อยเค้าไป
    เดินไปเรื่อยๆสักพักก็เจอกลุ่ม Jeep Toy ก็เกาะๆกันไป ถ้าอยากอ่านอีกมุมหนึ่งก็ไปอ่านของเพื่อนเราได้
    * jeep4wd & chocoluffy * (ขออนุญาตโฆษณานะ)
    มาเดินกันต่อ เดินไปเรื่อยๆ คุยๆๆๆๆ ร้องเพลงนิดๆ ช่วยๆกันขึ้นเขา สนุกสนานดี
    ได้เป็นไม้เท้าให้กับเพื่อนด้วย เพราะบางจุดชันมาก เลยช่วยๆกันลากขึ้นไป
    ได้เป็นนาวิเกเตอร์ เพราะเพื่อนๆรู้สึกว่าไม่เห็นกลุ่มหน้าแล้วกลัวหลง เราก็เลยบอกให้ตามต้นไม้ที่ทาสีฟ้าไป ฮือฮากันใหญ่ เพราะถ้าเราไม่บอกก็ไม่่มีใครเห็น
    คุยสนุกเพราะว่าได้คุยกับเพื่อนที่ไม่ใช่สวนกุหลาบ ไม่ใช่ Roommate ไม่ใช่ขาไพ่ ไม่ใช่เพื่อนในชั้นเรียน
    เป็นเพื่อนที่เจอกันบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันมาก ก็เลยได้เห็นมุมใหม่ๆ ทีเราไม่ค่อยได้เห็น

    ถึงยอดเขาเดิมๆ แต่บรรยากาศวุ่นวายกว่าเยอะ
    ถ่ายรูปรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ได้ รัวกล้องเป็นว่าเล่น มีคนเอาธงชาติขึ้นไป แต่ไม่ได้เอาไปปักเหมือนดาวอังคาร เอาไปให้มันติดกล้องเท่ๆ
    ตรงกลางมีกองหินคล้ายๆห้อง สูงนิดๆ ขึ้นไปยืนถ่ายรูปนึง เพราะมันเป็นจุดที่สูงที่สุดในละแวกนั้น
    ไอเดียดีๆ ก็ถ่ายแนวนอนกับก้อนหินให้เหมือนปีนเขาขึ้น เนียนใช้ได้
    ถ่ายรูปหมู่อีกแล้ว อยู่ข้างหลังอีกแล้ว ติดแต่หัวอีกแล้ว ใครบอกว่าตัวสูงแล้วจะดี
    หลังจากอู้สักพัก ก็เริ่มเดินกลับ ไปชิมบลูเบอร์รี่สดเช่นเคย แล้วก็เดินกลับอีกทางเช่นเดิม กับเพื่อนร่วมทางกลุ่มเดิมอย่างเก่า
    คราวนี้เป็นบรรยากาศตู้เพลง เดินไปร้องเพลงไปเกือบตลอดทาง ชอบมากมายเพราะทางเรียบๆ บรรยากาศดีๆ กับเพื่อนดีๆ
    เดินลื่นกันบ้างพอเป็นพิธี ก็เป็นสีสันกันไป
    ทางไกลก็สั้นได้ด้วยเสียงดนตรี ไม่นานก็ถึงตีนเขา กินถั่วลิสงคล้ายๆหมั่นลี้หม่ง ขึ้นรถกลับ
    *** ภาพเก่า ความทรงจำใหม่ ***

    พูดๆไปแล้วรู้สึกว่า ทำไมเราถึงไม่ได้คุยกันบ่อยนะทั้งๆที่เจอกันทุกวัน
    ลองคิดดูอาจเป็นเพราะเจอกันทุกวัน เลยเห็นหน้ากันบ่อยๆตอนเดินผ่าน เลยรู้สึกว่าอยู่ใกล้กัน รู้จักกัน ทักทายกัน แต่ไม่สนิทกันมาก
    อย่างที่เค้าว่ากันไว้ ว่าคนเราจะเห็นคุณค่าที่แท้จริง เมื่อเราเสียสิ่งนั้นไป
    ยังไม่ถึงเวลานั้นคงไม่รู้หรอก ตอนนี้เรามีเพื่อนรอบๆ มีพี่ๆที่ใจดี มีอาจารย์ที่น่ารัก มีความทรงจำดีๆอยู่

    ช่วงเวลาของชีวิตที่นี่ จากที่เคยนับเพิ่มขึ้นตามวัน เริ่มเดินถอยหลังสู่วันลาจาก...ที่ไม่ถึงเดือนข้างหน้า
    จะว่าน้อยก็ได้ที่เรารู้จักกัน เกือบ 2 เดือนที่ได้มาใช้ชีวิตทุกวันด้วยกันในโลกใบใหม่
    เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่เครื่องบิน เข้าหอพัก เรียนหนังสือ ร้องเพลง เล่นละคร ไปเที่ยว ทำการบ้าน ซื้อของ กินไอศกรีม
    อยู่ว่างๆก็มาเจอกัน เดินผ่านก็ทักทาย กินข้าวก็คุยเรื่องทั่วไป เล่นกีฬาก็เฮฮา เข้าเรียนก็ช่วยๆกันปลุก ซักผ้าก็ช่วยกันยก ลืมของก็หยิบมาให้ ว่างมากก็มาเล่นไฟ่

    ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี่จะเกิดขึ้นภายในเวลาแค่เดือนกว่าๆ เวลาไม่ได้ผ่านไปเร็ว และก็ไม่ได้ช้า
    รู้สึกว่าทุกวันต้องมีอะไรทำ ทุกวันต้องเจอกัน ทุกวันต้องมีเรื่องให้หัวเราะ ทุกวันก็ยังมีทุกคนอยู่ ทุุกวันยังมีความสุข
    ไม่ได้เสียดายเวลาที่ผ่านไปเพราะเราใช้มันแล้ว ไม่ได้เสียดายกับเวลาที่เหลืออยู่เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
    ที่เหลือก็แค่ปล่อยทุกอย่างไปตามกาลเวลา แล้วก็เดินไปกับมัน ...
    -------------------------------------------------
    ขอโทษทีที่เขียนยาวมาก หรือถ้าใครชอบอ่านเยอะๆก็ยินดีด้วย
    ตอนนี้ก็เหนื่อยขึ้นนิด มีคนจากที่อื่นๆมาให้ข้อมูลทุกวัน ได้ทั้งเนื้อหา ได้ทั้งภาษา ได้ใบปลิวมาอีกโหล ช่วงนี้คงต้องเลือกที่เรียนจริงๆจังแล้วหละ
    ตัวเองก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือเปล่า แต่เดี๋ยวก็ผ่านไปได้แหละน่า เจออะไรมาเยอะแยะแล้วนี่
    เคยคิดจะเล่าถึงเพื่อนๆที่นี่ แต่ไม่ได้ใส่สักทีเพราะใส่อย่างอื่นก็เต็มแล้ว วันหลังคงได้มาอ่านกัน
    August 01

    New day, new month, new season

    Brewster Academy Season 2
    ไม่ใช่รายการร้องเพลงโหวตออกอะไรนั่นหรอก
    คือตอนนี้การเรียนเข้่าสู่ช่วงที่ 2 หรือเรียกว่าช่วงท้ายของ Summer ก็ได้

    เป็นช่วงที่เรียกได้ว่า Summer จริงๆ เพราะอากาศร้อน ร้อนไม่มากมาย แต่ก็คงร้อนกว่าวันแรกๆเยอะ พัดลมเริ่มได้ยืดเส้นยืดสาย จากที่เคยยืนเหงามาเป็นเดือน เสื้อหนาวที่เคยใส่ไปเรียนช่วงแรกๆ ตอนนี้ก็ได้เอาไปซักสักที เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย... แต่เรื่องสุขภาพก็ยังดีอยู่ แค่ปวดศอกขวา เจ็บเข่าซ้าย นิ้วโป้งซ้ายแตกเกือบครึ่ง ก็ยังดี ถ้าเทียบกับการเป็นหวัดนอนซม หรือคิ้วแตกเลือดอาบ อย่างเพื่อนบางคน แปลกดี พึ่งจะเห็นว่านิ้วโป้งซ้ายใช้งานทั้งวัน ใส่เสื้อ แปรงฟัน ถือของ เปิดประตู อะไรก็ตามก็ใช้นิ้วโป้งซ้ายทั้งนั้น ที่รู้ก็เพราะว่าทำอะไรก็เจ็บนิ้วไปหมด ยิ่งตอนถือผ้า ด้ายก็ไปติดซอกที่แตกอยู่แล้วก็ไปดึงเล็บให้มันเจ็บ นึกถึงเพลงของ B5 ที่ว่าเราจะไม่รู้ค่าของสิ่งๆนั้น เมื่อเราเสียมันไป ตอนนี้ตารางก็เปลี่ยนเกือบหมด ยกเว้นข้าวเข้ากับเวลาเข้าหอ
    มีวิชา SAT, TOEFL, Writing, College Essay, College Class, Writing reference
    ดูก็รู้ว่าเป็นช่วงที่เรียกว่าเตรียมสอบก็ได้ เริ่มต้องเตรียมตัวเข้า Unversity ที่เค้าเรียกกันว่า College
    ได้ชีทกับแฟ้มมาเป็นปึกเช่นเคย วิชาการล้วนๆ

    เรื่องภาษา ตอนนี้มีกฏอัยการศึก ให้พูดอังกฤษ 8.00-15.00 20.00-22.00 ทุกวันเรียน
    ก็ดีนะ ได้คิดได้อะไรบ้าง ถ้าแต่ก่อนก็คงพูดแต่ในคาบ กับพูดกับฝรั่งข้างนอก
    ส่วนใครพูดไทย ก็มีบทลงโทษ ให้ใส่ชุดผีเรียนวันนึง น่าสนใจดีแต่ไม่เอาหรอก ท่าทางจะร้อน

    เรื่องอื่นๆก็ถือว่าเปลี่ยนไปเยอะ
    กลุ่มเดิมก็ยุบเเหลือ 3 จาก 4 กลุ่ม Discussion group ก็เป็น 7 จาก 6 เพราะมีคนมาเพิ่ม พวกที่ไปแข่งโอลิมปิกแล้วมาทีหลัง
    มีกลุ่ม College รวมๆวิชาที่คล้่ายๆกัน แต่เราที่เป็น Mathematics โดนจับไปกลุ่มจับฉ่ายซะงั้น มีปิโตร บริหาร ชีวะโผล่มาด้วย
    มีคนที่หลงทาง คิดผิด หลวมตัวมาเรียน Math คนนึง แต่เค้าไปทาง Applied ก็ดีอย่างน้อยก็ไม่เป็นพวกชนกลุ่มน้อย
    มีกลุ่มเรียน College Essay ที่จัดตามตัวอักษรเฉย แบ่ง 2 กลุ่ม

    ช่วงนี้ก็เริ่มวุ่นๆ ต้องหา College มาใส่หัว เริ่มดูๆใบสมัคร เตรียมสอบ SAT TOEFL เดือนหน้า
    และที่สำคัญ...เริ่มนับถอยหลังที่จะจบ Summer program
    เวลาก็ยังผ่านไปเร็วเหมือนเดิม รู้สึกได้ว่าเพิ่งลงเครื่องมาไม่กี่วัน
    บรรยากาศที่สนามบินก็ยังอยู่ เพื่อนๆที่นี่ก็รู้จักกันได้ไม่นานมาก แต่ก็นานพอที่จะคุยกันได้
    ... เรื่องนั้นไว้ก่อน อนาคตยังไงมันก็ต้องมา ใช้เวลาที่มีอยู่ก่อนดีกว่า
    ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้เริ่ม และยังไม่คิดจะทำอีกหลายอย่าง
    การบ้านเยอะ นอนดึกขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังเอื่อยๆเหมือนเดิม อย่างตอนนี้ยังอุคส่าห์มีเวลามาเขียนอะไรให้อ่านได้เลย

    เรื่องงานพิเศษๆก็มีงานขายของถูก Huggin hospital fair ที่จะมีวันศุกร์ ผ้านวม 3$ จักรยาน 10 $ น่าสนใจดี คงได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง
    เดี๋ยวก็จะมี Special Halloween, College visit, Bowling, Hiking ไปปีนเขา

    ภายนอก ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก อาจจะยังไม่ชินกับการอยู่โรงเรียนสหมั้ง เลยรู้สึกเหมือนตะกุกตะกักนิดหน่อย
    ภายใน ก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนขนาดเป็นอีกคนหรอก เริ่มรู้สึกถึงอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกเดือนข้างหน้า
    ก็ไม่ได้กลัวหรืออะไรมากมาย เรียนรู้จากรุ่นพี่มาเยอะพอสมควร ก็คงไม่ได้ไปตะเกียกตะกายมาก ถึงจะไปคนเดียวก็เถอะ
    ได้อ่านบล๊อกเพื่อน ได้เห็นมุมใหม่ๆนอกจากที่เจอกันอยู่ทุกวัน แล้วเริ่มหันมามองตัวเองที่ยังคงทำอะไรเหมือนๆเดิม
    อย่างที่มีคนบอกไว้ว่า คนเรากลัวความเปลี่ยนแปลง

    ไปๆมาๆก็รู้สึกเหมือนพูดวนอยู่ที่เดิม
    เพราะยังคงมีความสุขกับชีวิตที่ยังมีเพื่อนๆอยู่มั้ง เลยยังไม่รู้สึกอะไรมาก
    ยังมีภาพดีๆที่อยู่ด้วยกัน มีเสียงหัวเราะรอบๆ ไม่รู้ว่าวันที่ต้องจากกันจะรู้สึกขนาดไหน...อย่างน้อยก็คงเสียดายหละ
    คงเหมือนๆตอนวันจากเหย้า...

    อย่างที่บอกว่าการบ้านเยอะ ไปปั่่นต่อแล้วหละ
    July 29

    Rain in Boston

    วันนี้ฝนตก ไหลลงที่ Boston
    กางร่มแทบไม่ทัน ก็เปียกกันเป็นแถว
    เมื่อกลางวันเมื่อกี้ ท้องฟ้ายังคงใสแจ๋ว แดดเข้าตา

    เดินอยู่ 8 คน ค้นเมืองที่ Boston
    Scaventure Hunt เดินสามชั่วโมงกว่า
    ถ่ายรูปกับเป็ด เสร็จแล้วพวกเราก็มุ่งหน้า เดินเข้าห้าง ไปดูของแพง

    ---------------------------------------------------------------

    ไม่มีอะไรมากมายหรอก อาการปกติอยู่ ก็แค่เจอฝนแล้วเพลงนี้ก็ผ่านเข้าหัว
    เลยมาใส่เล่น แล้วก็เล่าว่าวันที่ 28 ไป Boston มา

    แก๊งเสื้อเหลือง (ใส่เสื้อแบบเดียวกันทั้งหมด) ออกเดินทางด้วยรถแดงคันเดิม สู่เมือง Boston เน้นคำว่าเมือง เพราะมันเมืองจริงๆ
    นั่งรถไฟใต้ดินราคาเที่ยวละ 2$ แบบ ... ทรุดโทรม (หาคำที่แย่กว่านี้ไม่ได้) เหมือนกับตึกร้างใต้ดิน (มีรูปภาพปลากรอบ เอ้ย! ประกอบ)

    ถึงที่ ออกจากสถานี รู้สึกเหมือนเด็กต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ เห็นเมืองครั้งแรกในรอบ 1 เดือน
    ตึกโตๆ คนเกลื่อนกลาด ร้านอะไรไม่รู้เกะกะ รถยั้วเยี้ย
    มีสวนสาธารณะตรงกลาง ก็เริ่มที่นั่นแล้วก็ออกเดินทาง ตามหาหัวใจ ... ไม่สิ ตามหาสถานที่ในตำนาน ... เกินไป สถานที่ที่กำหนดไว้
    โดยที่เราต้องถ่ายรูปทั้งกลุ่ม Discussion Group มี Beer Book Gift Gim First Oat Prae Seth & Mccaila ก็เป็นรูปแนวๆ(ติงต๊องนั่นเอง)
    มีโบสถ์ อนุสาวรีย์ บ้าน พวกที่สำคัญ รวมทั้งถ่ายรูปกับเป็ดด้วยแหละ เป็นเป็ดที่ดัง(เค้าว่างั้น)
    ชื่อ Jack Kack Lack Mack Nack Ouack Pack & Quack เดินตามแม่มาเที่ยว Boston (มีรูปประกอบ)

    เดินไปแรกๆ ฝนตก ตกซะ 5 นาทีให้เราได้ฝึกใช้ร่ม แล้วก็หยุดพร้อมแดดออก
    แล้วก็ตกอีกแป๊บ อะไรไม่รู้ ตอนหลังสุดมียืนเก๊กถ่ายรูป แล้วมือว่างๆก็เลยเอาร่มออกมากางเล่น กางปุ๊บ ฝนมาปั๊บ โชคดีไป

    ถ่ายครบก็ไปห้างที่ไม่รู้ชื่อ ไปเดินดูราคาแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่ค่อยอยากคูณ 33 เท่าไร
    แวะร้านหนังสือ เพิ่งรู้ว่า Su Doku ดังขนาดมีชั้นเป็นของตัวเอง หนังสือเพียบ ไม่แพงนะถ้าคูณเป็นเงินไทย แต่ไม่ซื้อเพราะคงไม่มีเวลาเล่น
    ไปแวะดูการ์ตูน เล่มละ 8$ + ใครอยากได้อะไรลองถามดูก็ได้ แต่คงไม่คุ้มเท่าไร การ์ตูนแปลกๆก็มี
    ไปที่รวมพล ฝนตกหนัก เลยเพิ่มเงิน 2$ ซื้อตัวไปโผล่ที่รวมเลย ไม่ต้องเดินตากฝน...ตัวเปียกฝน เธอก็ยังสวยดี ... เอ้ย! เพลงเฉยเลย

    ขากลับนี่พิเศษหน่อย นั่งรถไฟมาลงที่จอดรถ แล้วก็ ... กินอาหารไทย
    เลือกวันพุธมั้ง มีกระเพราะไก่กรอบ คั่วไก่ คะน้า สุกี้ ไข่เยี่ยวม้า ฯลฯ
    เรากินกระเพราะไก่กรอบ รสชาติไม่ต้องบอก อร่อยแบบไทยๆเลย แต่กินไม่หมด กล่องใหญ่มากๆ
    เป็นอาหารไทยครั้งแรก ถ้าไม่นับครัวไทยที่มีแต่ไก่กระเทียม ไข่เจียว ปลาหมึกกระเทียม
    ก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับอาหารไทยมากมาย แต่ก็ทำให้รู้ว่าอาหารไทยอร่อยกว่าเยอะ

    Trip นี้สนุกมาก ได้เดินเที่ยวที่ใหม่ๆ ได้เปิดโลก เปิดหู เปิดตา เปิดใจ เปิดประตู เปิดฝาขวด ฯลฯ
    ได้รู้ว่า USA ก็มีที่อื่นนอกจากสนามบิน ป่า และ Brewster Academy

    ---------------------------------------------------------

    ย้อนไปวันที่ 27 ได้เอาชุดสูทมาใส่ครั้งแรก
    แน่นอนว่าไม่ได้ใส่เรียน ตอนเช้าก็มี Spirit Day ใส่เสื้อเหมือน TA ก็มีฝาแฝดเป็นแถว
    ตกเย็น อากาศกำลังดี บรรยากาศยามเย็นก็เริ่มงาน Mock Wedding

    อ่านไม่ผิดหรอก ก็งานแต่งนั่นแหละ เอา TS มาคู่นึง มาแต่งงานเล่นๆ ในพิธีจริงๆ ผู้โชคดีก็เป็น ต่อ กับ ตอย
    มีคนอื่นเป็นพ่อแม่กับเพื่อนเจ้าบ่าว สาวถือดอกไม้ หนุ่มถือแหวน ท่ามกลางผู้ร่วมงานในสูทกับชุดราตรี
    แน่นอนว่าผุ้หญิงก็แข่งกันอลังการงานสร้าง แต่งหน้าอะไรมาพร้อมถึงงานจะจัดกันเองก็เถอะ แบบว่าไม่น้อยหน้ากัน
    ส่วนผู้ชายก็ไม่มีอะไรมาก เชิ้ต ไท สูท จบ บางคนมีแว่นดำมาเสริมบารมีคนขายลอตเตอรี่กับบอดี้การ์ด
    ถ่ายรูปทีนี่อย่างเท่ แต่ก็แลกกับหยาดเหงื่อจากความร้อน

    พิธีก็เริ่มแบบทางการ มีนักบวชมาร่วมจริงๆด้วย มีคนเล่น Piano Canon ประกอบ
    ไม่ใช่โบสถ์ แต่จำลองมาคล้ายๆ บรรยากาศใช่เลย
    งานเริ่ม ก็มีเดินโชว์ตัว แล้วก็มีพูดๆๆ แล้วก็แลกแหวน ตอนจบที่รู้ๆกัน ก็เปลี่ยนเป็น shake hand แทน ดูดีไปอีกแบบ
    ออกมาขึ้นรถที่แต่งซะเหมือนงานจริง มีกระป๋องห้อยหลัง พ่นสีรถประมาณว่า old man deaf

    จบงานแต่งานไม่จบ มีพิธีต่อที่โรงอาหาร ไปเต้นรำ เพื่อนเจ้าบ่าวพูด แล้วก็ตัดเค้ก
    ฮานิดนึงเพราะเจ้าสาวทรยศ เอาเค้กป้ายหน้า เจ้าบ่าวเลยหน้าหวานเชียว
    หลังๆคนอื่นก็เล่นป้ายเพื่อนกันไป เละเป็นแถบๆ

    จบพิธีการ ก็มาถึงงานรื่นเริง ก็คือเต้นนั่นแหละ เพลงแรกก็เต้นรำอยู่ เพลงเบาๆ
    หลังๆเป็น Dance เฉย เลยมีล้อมวงเต้นกันทั้งหมด TA ก็มาร่วมด้วย คนไม่เต้นก็นั่งฮาไป
    สูทเริ่มเกะกะ ก็ถอดไว้ข้างๆ สีดำในงานก็กลายเป็นสีขาว
    จบงาน กะว่าจะใส่สูทเล่นไพ่ แต่คงไม่ดีก็เลยเปลี่ยนชุดไป

    สรุป งานสนุก จริงๆเราว่าสนุกทุกงานนั่น แต่งานนี้ออก Hiso หรูๆ ทางการนิดนึง
    ก็เหมือนเดิม เห็นอะไรมากขึ้น เห็นว่าโลกกว้างขึ้น เห็นเพื่อนๆ เห็นตัวเอง
    July 23

    Explorer

    วันที่ 20 ไปดูแฮร์รี่ 5 มา

    ก็เหมือนเดิม นั่งรถโรงเรียน ชมวิว คุยกันไป เล่นไพ่ แล้วก็เข้าโรงหนังเดิม

    เข้าไปรอๆๆๆ รู้สึกเหมือนยึดโีรงหนังเพราะมาก่อนซะเป็นชั่วโมง ก็นั่งคุยกันไป เล่นไพ่รอ

    หนังมา เหมือนเดิม เบลอๆ มึนๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เพื่อนบอกว่าเป็นสำเนียง British รู้สึกว่าเรื่อง Ratatouilee จะดูง่ายกว่า

    ดูๆไป ก็น่าเบื่อนิดๆเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง หนังสือก็ลืมหมด ที่คิดว่าดีก็ฉากตอนสู้ตอนจบเนี่ยแหละ

    Sirius Black ตายง่ายกว่าในหนังสืออีก โดนคาถา แล้วก็ลอยหายเลย ไม่ถึง 10 วิ

    ก็โอเค ไม่มีอะไรมาก สนุกดี อย่างน้อยก็รู้ว่าเท่าที่เรียนมายังไม่พอ

    นั่งรถกลับ นั่งคุย ถึงที่หมาย นอน ชีวิตก็ยังสุขสบายดีอยู่

    -----------------------------------------------------------

    อีกวันไป Host Family นามว่า Patrick & Kris Apfeld ไปอยู่เสาร์ อาทิตย์ กับกิมอีกคน

    นั่งรถไปเกือบ 20 นาที ก็ไม่ไกลมากหรอก เพราะเค้าไปไปรษณีย์รับ Harry 7 15 นาทีได้

    บ้านเค้าก็ไม่ไกลมาก เดินไปยังได้ เป็นบ้านไม้สึขาว 2.5 ชั้น

    เค้าเล่าว่ามาจาก Tennacee (เขียนไม่ถูก) มาปีกว่าๆเอง รู้สึกว่าจะเป็นโฮสปีที่ 2

    Host ก็ใจดี คุณพ่อตลกดี เค้ามีลูก 3 คน ผู้หญืงก็นั่งอ่านแฮรรี่ 7

    อีก 2 คนก็มานั่งเล่น มาอะไรเป็นเพื่อนเรา ไปตบปิงปอง เล่น Yahtzee เล่นโต๊ะบอล

    ไปถึงปุ๊บเค้าก็พาไปปั่นจักรยานรอบๆเมือง ชมวิว ไปชายหาดที่ใหญ่กว่าที่ Brewster แล้วก็ปั่นกลับ

    กินข้าวเที่ยงแบบ Ameircan(เค้าว่างั้น) ก็มีขนมปัง ผัก เนื้อ ครีม อะไรก็ตาม ยัดลง Sandwich แล้วก็จบ มีผลไม้กับขนมกรอบๆ

    นั่งกินกลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะลมเย็น อากาศดี

    สักพักเค้าก็พาไป Hiking หรือก็คือเดินขึ้นเขา

    ก็เดินดุ่ยๆๆ ไปถึงยอด ไม่เหนื่อยมากถ้าเทียบกับเขาชนไก่ ไปเจอเอกับเบียร์ที่บนๆ มากับอีกโฮสนึง

    ลืมเอากล้องไป ไม่เป็นไร ยืนชมวิวไปเรื่อยๆ เอกับโฮสมีรูปถ่ายมา

    ลมเย็นๆ แดดร่ม วิวสวยด้วยภูเขาล้อมรอบ กับ lake ใหญ่ๆตรงกลาง ที่มีเกาะเล็กเกาะน้อย เห็นบ้านเรือนที่ไม่เคยเห็นในไทย เพราะมีแต่ป่า

    ยืนคนเดียว คิดอะไรหลายๆอย่างไปเรื่อยๆ ก็มีความสุขดี ถึงจะไม่มีเพื่อน หรือใครๆ อยู่ข้างๆก็เหอะ

    คิดถึงตอนที่เดินขึ้นเขาแล้วคุยกับเพื่อน คิดถึงตอนที่ใส่ชุดเขียวๆ แล้วขึ้นไปตีระฆัง

    ชมวิวสวยๆ ไปเรื่อยๆ ก็ถึงเวลากลับ ไปเด็ดบลูเบอร์รี่กิน ต้นเล็กๆเท่าพริกแต่ขึ้นกลางเขา น่าจะไม่มีพิษ เพราะไม่งั้นคงไม่ได้มาเล่าให้ฟัง

    เดินกลับ ชมไมไปเรื่อยๆ บรรยากาศไม่ต่างจากไทยมาก เพราะมีแต่ต้นไม้ หิน กับ น้ำ

    ขากลับแวะกินไอศกรีีม ที่นี่ขนาดเล็กเค้าเท่าใหญ่ Dairy queen ได้ โคนก็คูณสอง ราคา 2-3 เหรียญได้ รสชาติก็อร่อย

    กินข้าวเย็นที่ชื่ิอ Tartulla มั้ง เหมือนโรตีที่ใส่เครื่องไป

    ดูหนังอะไรหน่อยก็ขึ้นไปนอน ห้องนอนลูกเค้าก็แบบอเมริกัน มีโปสเตอร์แปะ มีของเล่นเยอะแยะ เตียงเล็กๆ ห้องเล็ก หลับสบาย

    ตื่นเช้ามาก็กินข้าว แล้วก็ไป Kayaking พายเรือครั้งแรก แบกเรือขึ้นลง ชมวิวเรื่อยๆ

    พายไปมาติดกิ่งไม้ ดูตลกดี เลยได้รูปมาประดับ โฮสเค้าถ่ายให้

    กลับไป แล้วก็ไปเดิน Downtown ซื้อไอศกรีมกิน เดินเล่น แล้วก็กลับไปดูทีวีแป๊บ แล้วก็กลับไป Brewster

    Host family เค้าใจดีมาก พาไปเที่ยวเยอะดี เค้าก็คุยกับเราเรื่อยๆ ลูกเค้าก็เล่นกับเราได้ มีอะไรมาเล่าให้ฟัง

    บรรยากาศครอบครัวมาก นั่งกินข้าวด้วยกัน คุยเรื่อง Harry 7 ว่าใครตาย นั่งเปิดหน้าสุดท้ายดู เฮฮาดี

    ทุกอย่างดีหมด ใช่แล้วหละ ยกเว้นตัวเราเอง

    รู้สึกว่าตัวเองเงียบมาก นั่งฟังเค้้าก็ไม่ได้หมด เริ่มกดดันนิดๆเพราะเพื่อนอีกคนพูดคล่องกว่าเยอะ

    ก็หัวเราะ ตอบเค้าไปได้บ้าง แต่ยังรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่าง

    ไม่ใช่ว่าท้อ ไม่ใช่ว่าคิดถึงบ้าน ไม่ใช่ว่าทนไม่ได้

    ก็แค่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกโหวงเหวง คิดถึงเพื่อนๆ ที่อยู่ Brewster ที่ึคุยๆกัน

    ก็เริ่มเห็นอะไร เห็นอนาคตที่จะต้องเจอ เห็นความเป็นอยู่ American แล้วก็เห็นตัวเองมากขึ้น อะไรๆเริ่มชัดขึ้น

    ถึงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้กับมัน เจอคราวหน้าจะได้ไม่โซเซมากเหมือนตอนนี้

    ได้รูป ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ ได้อะไรมากมายใน 2 วัน
    July 13

    Lonely live

    ครบรอบ 1 เดือนสำหรับชีวิตในต่างประเทศ
    ชีวิตก็ยังราบเรียบดีอยู่ ต่างกับที่คิดไว้ตั้งเยอะ

    เรียนเหนื่อยขึ้น การบ้านกองสูงยึ้น รู้จักเพื่อนดีขึ้น พูดอังกฤษมากขึ้น อากาศดีขึ้น(เย็นๆ ร้อนๆ ไม่หนาวเหมือนตอนแรกๆ)
    เวลานอนน้อยลง กินข้าวน้อยลง(เริ่มชืน) ความขี้เกียจน้อยลง(มั้ง) กังวลน้อยลง(จาก 0.001 เป็น 0.0001)

    ที่เราเห็นว่าอะไรๆไม่ค่อยลำบากเพราะยังไม่เจอปัญหาหละมั้ง ตั้งแต่มานี่ก็ใช้ชีวิตเรื่อยๆอยู่ อยู่กับเพื่อนๆรวม 47 คน
    เรียนๆๆๆ เล่นกีฬาๆๆๆ เที่ยวๆๆๆๆ กินๆๆๆๆ นอนๆๆๆๆ วันๆก็ผ่านไปเรื่อยๆ ตามการบ้านและตารางเที่ยว

    อีกเดือนกว่าๆก็ต้องไป Prep school แล้ว คงได้เจออะไรมากขึ้นหละมั้ง
    ได้อยู่คนเดียว ท่ามกลางสังคมใหม่ กับภาษาที่ไม่คุ้นหูเท่าไร
    ก็หวังว่าอะไรๆ จะต่างกับที่คิดเหมือนกัน ...

    --------------------------------------------
    ชีวิตในหอก็ราบเรียบดีอยู่
    ห้องกว้างกำลัังดี มีเตียง โต๊ะ ลื้นชัก โคมไฟ มีเพื่อนร่วมห้องอีกคน

    ปัญหาคือ ... เมื่อวาu roommate เค้าปวดท้อง ไปโรงพยาบาล แล้วปรากฎว่าเป็นโรคเกี่ยวกับไส้ตื่ง
    ตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อย นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล อีกวันสองวันก็กลับแล้ว แต่เค้าว่าไม่ได้เล่นกีฬาหนัักๆไปอีก 2-3 เดือน
    เพื่อนๆก็พับนกไว้รอต้อนรับกลับ ก็มารวมๆไว้ในห้อง

    ก็เลยกลายเป็นห้องเดี่ยวไป
    พออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกว่า .. มีเพื่อนอยู่ดีกว่ากันเยอะ
    ไม่มีคนมาทำการบ้าน ปั่น Journal อยู่ข้าง ไม่มีใครให้รอเวลากินข้าว ไม่มีใครมาปลุกตอนเช้า ไม่มีเสียงเพลงดังมาจากโต๊ะข้างๆ ไม่มีใครเดินกลับห้องด้วยกัน
    คิดๆถึงตอนที่ไป prep แล้วก็ ... ใจหายนิดๆ ว่าเราต้องมาเจออย่างนี้ทุกวัน
    ห้องเดี่ยวที่เคยคิดว่าดี ตอนนี้คงได้รู้อะไรอย่างนึง
    ก็อย่างที่เค้าว่ากัน ว่าเวลาเปลี่ยนอะไรได้หลายๆอย่าง
    July 10

    Euclidean Geometry at St. Paul's school

    St. Paul's school - prep school in concord (some where in New Hampshire)

    We go to that school because we will attend class and tour prep school exclude Brewster Academy.
    The school is luxuriance with old brick building and large area. It seem school in movie. The chapel is very graceful and beautiful. I think
    I will add photo later. The library has wireless. There is mini waterfall in garden.

    The class, Advanced Mathematics, is about geometry; The inversion of point in circle. I study with Anak, an encyclopedist. It is new for
    me !!! It is not hard(for me only?) to learn except new software, Cinderella, Ploting graph and calculate something.
    I try to push some button and ask for help for my classmate. The class ends with a scary terribly graph with 7 circles, 4lines and 10 points
    that my friends, A&Beer, will continue studying. it is fun for me (for me only?)

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    Life is Brewster is quite stable. Wake up >Eat >Learn >Recreation(sport) >Study hall >Sleep ..z..2..Z
    July 08

    Ratatouilee

    Ratatouilee ? It is a animation moviea about a blue rat that can cook like professional and help a boy to recover his father restaurant. It is better if I can read English subtitle. So it is fun and free :D. I go to watch this movie instead of soccer because it is rainy day. I think this movie is not show in Thailand yet. The cinema is different from Thailand.It is small and so short that my head can hide a movie from behind person. The ticket costs 5.5$ but medium popcorn costs 6$ (her her). yesterday, 07/07/07, is a very beautiful date but I had class ... Art Science Com and Library Art - Play with color and paper like kindercarten. It is fun. Science - use Logger Pro, a tool that use to calculate velocity and collect data and transfer in Excel, and had experimant- drop a coffee filter and evaculate N from F[drag] = b v^n Com - design T-shirt, Wow! The problems is I am not good at Photoshop. I hope to get it back to Thailand (if it doesn't lost) Library - Listening how to search data... finish Anything else? Umm... I think there is something. I will tell if I remember it.
    June 27

    At Brewster

    First, This is my dorm telephone number (603) 569 - seven - three - two - eight
    I would stay at my dorm about 22.00-23.30 and always stay in my weekend. I have a thousand of program in my schdule such as
    college visit, meet host family, bowling, Boston trip, ... I cannot guarantee that I can recieve your call in that time.

    Next, I will tell about Brester Academy that I forgot to tell about 2 weeks because of homework, activities, my friends and my laziness.

    - Campus -
    There is Winnipesaukee lake with a 100-square-metres beach that I usually have a swim class. I can see mountain, sunshine and sky
    from big field in school. Curriculum is great with many grass fields and trees.It's in a quiet small town that have ice-cream shop,
    Rite-aid(like Lotus express), many gift shop, old railway, Citizen Bank, Dunkin Donuts, Bailey's Bubble ice-cream shop :P
    and grocery. The campus is consist of health center, dinning hall, small libraly, dorm (some dorm is home!!!),
    smith center with fitness and other that I have never gone. I think it is a great deal to start new life in USA.

    - Dormitory -
    I live in Sargent I with Kin. You can see my room in my photo gallery picasaweb.google.com/lemononmars . There are a bed,
    a drawer, a cup board, a table, a lamp, LAN port and a telephone. We have Lounge or common room (public living room),
    tiny bathroom and restroom. TS48 stay with us for helping in dorm and homework.

    - Food -
    Food is OK. Cereal, soft drink, fruit and salad are always prepared for every meal. Much food is fattening. I love dessert - cookies,
    cakes jelly and chocolate - . I sometimes have rice but its taste is not delicious. Anyway, we had Thai bar yesterday that we
    cooked Thai food by ourselves.

    - Learning -
    Ahhh, It is quite hard. I have writing, reading, listening and speaking, computer and culture classes everyday (and also have
    homework everyday even weekend). The hardest class is culture because I get a lot of sheet and I have to write journal, like essay
    +diary, at least 1 pages everyday. I don't study academics now. I have study hall in 2 hours that everyone must go to
    library to finish their homework from sunday to thursday. There is Recreation class (sport class) about 2 hours to play
    American sport such as speedball, capture the flag, dogdeball, kickball, wiffle, frisbee ultimate and swimming (O_o I don't like it).

    - Activities -
    I have to write about 4 pages if I want to write all of them. To make it easy, I will use a list.
    6/14 - eat buffet at Red Apple Chinese Restaurant for my first day in USA
    6/15 - Downtown tour
    6/19 - Flat raising with Thai costume, Thai games, Thai songs, Thai dancing and Thai boxing
    6/23 - Go to walmart (supermarket). Price is... (I thinl everyone knows) except electronic and pringle 1$.
    6/30 - karaoke night in dinning hall !!! including Thai songs :)
    7/4 - Independence day with parade and holiday
    7/5 - firework at night (after study hall) & Pajamas day (wear pajamas in class)
    June 16

    Head To USA !!!

    Now I am at Brewster Academy, my summer program before I go to prep school.
    Why don't I write in Thai? Because I am using MacBook and I don't install thai font yet.
    So, it is better to practice english now, isn't it?

    At Suwanapoom, that is the busiest time. The event was like Mel's departure but this is my turn.
    I know that many people are there so I will skip that event :)

    After getting in the gate, I went to wait for plane and it took off about 00.40 AM.
    Living on a plane was usually on a seat. There was a personal entertainment that I can watch movies and
    play games (there were Mario ,Dr.Mario, Pokemon and others).
    I was in that plane for eighteen hours! It was so long. I had three meals which I didn't know it was breakfast, lunch, dinner or supper.
    The plane arrived to New york about half six o'clock. The weather was cold even summer, about 15 'c.
    I had to go to next plane in 12.22 AM, arrive to New Hamshire and go to Brewster Academy about 5.00 PM.
    I had a buffet dinner at chinese restaurant (there was rice :D ) did anything in my dorm and finished that day.

    You can see little picture at here(if I can post it).
    Today I'm so tired.The other interested thing will be added next chance. See you next time.

    PS:If you want to meet me on MSN, you should add your time by 13 and guess my free time.
    PS2:This school is very large and very beautiful. PS3:You can see picture from " picasaweb.google.com/lemononmars "
    June 11

    Wholy busy month

    รู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด ตั้งกะ 30 - 14 มีว่างวันที่ 6 วันเดียว (แต่ก็ยังอุตส่าห์มาลงให้อ่านเนอะ)
    ตรงนี้คงจะเป็นบทความสุดท้ายก่อนจะไปแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่วางแผนวันที่ 14 เลย ก็คงอะไรเรื่อยๆเหมือนเดิม
    ซื้อของครบแล้วมั้ง จริงๆก็ยังขาดอีกเยอะ ชุดไทย หูฟัง ถ่านชาร์จ กับอะไรนิดหน่อย เดี๋ยวก็คงครบเองแหละ
    มีตั๋ว ตังค์ กระเป๋า สัมภาระ ครบแล้ว เหลือแต่ขึ้นเครื่อง
    อ้อ เรื่องคอม ยังไม่ได้ซื้อ ฉะนั้นคงหาออนคุยยากหน่อย แต่ที่นู่นเค้ามีคอมให้ใช้ด้วยนะ คิดว่าถ้าดวงดีอาจจะเจอกัน (อย่าลืมบวกเวลาไป 10 ชั่วโมงด้วยหละ)
    เรื่องอื่นๆก็เยอะแยะ เล่าไม่หมด ฉะนั้นข้ามชอตไปเลยแล้วกัน
    เจอกันอีกทีที่ USA ครับ !!!
    May 23

    School review

    และแล้วสิ่งที่เรารอมากว่า 2 เดือนก็เปิดเผย
    โรงเรียนที่จะไปอยู่อีกปี >>> THE MASTERS SCHOOL !!!
    แค่ชื่อก็ดูจะหรูหรานิดนึง เพราะเป็นโรงเรียนที่อยู่ใน New york
    ข้อมูลคร่าวๆที่พอรู้ และก็ที่พี่ Bird TS49 บอกมา
    - ขนาด 96-acre มีนักเรียนซะเกือบ 500 คน ตำแหน่งก็ปลายๆล่างสุดของ NY
    - แน่นอนว่า เป้นโรงเรียนสห อยากบอกว่ามิ้งกะจี๊บที่ไป Prep ด้วย ได้โรงเรียนชายล้วน ค่อนข้างซวย
    - สภาพโรงเรียนจะค่อนข้างเมือง เรียกว่าเมืองเลยก็ได้ เพราะนั่งรถไฟแค่ 35 นาทีก็ถึง New York City แล้ว
    - โรงเรียนไม่มี Dress code (เย้) แต่บังคับใส่เสื้อคอปก และห้ามกางเกงยีน (แต่ใส่ยีนวันศุกร์ได้ถ้าบริจาค 1$ !?!)
    - อยู่ Dorm และที่สำคัญคือ ห้องเดี่ยว ! นั่นหมายความว่าจะไม่มี Roommate มาคอยกวนใจตอนทำการบ้าน (แต่ก็ไม่มีใครมาแย่งเล่นเกม - -)
    - วิชาเรียนก็ทั่วๆไป มี ESL(English as Second Language) กะ AP(Advanced Placement) ที่เราสามารถสอบ Cal BC ได้
    - กฏของหอก็คือ รายงานตัวกับ Dorm parents ตอน 2 ทุ่ม ตัดไฟตอนตี 1 Bit กับ Game online ไม่ได้ ที่เหลืออยากทำอะไรก็ทำ อย่ารบกวนห้องข้างๆก็พอ
    - อยากไปเที่ยว? เสาร์-อาทิตย์ โรงเรียนจะมี Trip พาไป แล้วแต่โปรแกรมอาทิตย์นั้น อย่างไปดูแข่งกีฬา เข้าเมือง อะไรทำนองนี้
    - เรื่องซื้อของไม่ต้องห่วง มีห้างที่ใหญ่อันดับ 2 ของอเมริกาอยู่ใกล้ ไม่เกิน 15 นาที (ส่วนเรื่องเงินอีกเรื่องนึง)
    - อย่างที่บอกว่าเมือง มีร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่นครบ แต่ร้านไอติมไม่ค่อยมีแฮะ
    - มีอาจารย์ที่พูดไทยได้คนนึง
    - อาหารที่โรงเรียนก็ดี(ยังไงเราก็ไม่เรื่องมากเรื่องนี้อยู่แล้ว กินหมด)
     
    อันนี้ก็เท่าที่รู้นะ ยังไงอีก 4 เดือนก็ได้ไปอยู่จริงๆแล้ว รุ่นพี่เค้าบอกว่าอยู่สบาย การบ้านน้อย กฏน้อย (ถ้าการบ้านน้อยจริงนี่ก็เยี่ยม)
    แต่พี่เค้าบอกเลขก็ง่ายๆ ก็ไม่เป็นไรมั้ง
    รู้สึกว่าจะอยู่คนเดียว คือไม่มีเพื่อนไทยไปด้วย แต่อาจจะมีตัวละครลับโผล่ออกมาก็ได้
     
    อ้อ แล้วก็ 3 เดือนแรกจะไปอยู่ที่ Brewster นะครับ แถวๆ New Hampshire (ไม่ใช่แถวๆหละ ห็อยู่ในนั้นเลย)
    เค้าให้ Poster มาดู ก็บรรยากาศดี มีทะเลสาบด้วย เค้าก้มีคอมให้ใช้ ถ้าไปถึงคงได้รูปมาฝากเร็วๆนี้
     

    เรื่อง VISA ที่คิดว่ายุ่งยาก แต่สงสัยเป้นกลุ่มละมั้ง เลยดูเหมือนไม่มีอะไร

    กรอกรเอกสาร 3 ชุด รูป 2*2 นิ้ว เอกสาร กพ. จ่ายตัง 4256 บาท กับซื้อซอง 55 บาท

    ตอนไปยื่นสัมภาษณ์ เค้าก็อ่านชื่อให้ฟัง ถามอายุ ถามว่าไปกี่ปี จบ... ก็ใช้ภาษาอังกฤษประมาณ ป.6

    หลังจากทำวีซ่า ก็ไป MBK ไปกิน Swensen กันทั้งก๊วน  20 คน นั่งโต๊ะยาวที่เค้าเหมือนจะจัดมาให้เราโดยเฉพาะ

    20 คน สั่ง 59 Chocolate กิน 19 คน มี 69Mango คนนึงแล้วบ่นไม่อร่อย จริงๆก็มีรูปอะ แต่คนถ่ายยังไม่เอามาลงก็รออีกนิด

    ต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้ว ไปงานกพ. 3-5มิถุนา งานรุ่นพี่ 9 มิถุนา งานของโรงเรียนสักวัน งานละอ่อน(น่าจะ) 14มิถุนา วันที่อยู่ไทยวันสุดท้ายของปี แล้วก็บินปาย

    พูดซะไปถึงนู่น อยากบอกว่าก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย นอกจากของฝากที่เป็นพวงกุญแจกะแม่เหล็ก - - เฮ้อ!

    สำหรับวันที่ 14 ยังไม่มีแผนอะไร แต่ใครจะไปกับดรงเรียนก็รถออก 4 ทุ่ม แค่นี้หละครับ

     

    May 13

    Nerdless

    และแล้ว ผล Admission ก็ออก
    อยากจะบอกว่า...เราไม่ติดที่ไหนเลยอะ . . . . . .
     
    แต่คนเข้ามาอ่านคงรู้แกวหมดแล้ว ฉะนั้นช่างมันเหอะ
    เพื่อนๆก็มีสมหวัง ผิดหวังกันไปบ้าง อย่างที่เค้าบอกว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งชีวิต (แต่ถ้าเราไมได้ที่เรียนก็อาจจะเครียด)
    แล้วก็ ยังไม่รู้ Prep (จะไปแล้ว ยังไม่รู้โรงเรียนเลย) ทั้งๆที่คนอื่นรู้กันเกือบครึ่งแล้วววว
     ตอนนี้ก็เลย รอ.... ยังไม่ได้เตรียมซื้อของเลยแฮะ นั่งๆนอนๆ หนังสือก็อ่านบ้างตามอารมณ์ ...
     
     
    วันที่ 8-11 ก็ได้ไปค่ายโรงเรียนตั้งพิรุฬธรรมมา ก็ยังคงเหนื่อยและก็สนุกเหมือนเดิม แต่ได้สีใหม่ เป็นสีฟ้า (ลุย!!!)
    สบายขึ้นนิดนึงที่มีน้องๆศิษย์เก่าของที่นั่นมาช่วยงานด้วย แบบว่าคุ้นๆหน้าทั้งนั้น แต่ก็ดีเพราะเค้าก็รู้งานบ้างหละ
    Concept งาน - เหมือนเดิม - สั้น ง่าย ได้ใจความ
    จะมีแปลกใหม่ก็ น้องๆเพิ่มจาก 10 เป็น 30 คนต่อกลุ่ม แผนงานคนใหม่<รันย์> มาแทนใครสักคนที่หนีงานค่ายไปญี่ปุ่น
    แล้วก็ที่สำคัญที่สุด ... ได้ไป Dream world !!!
    อื่นๆก็ยัง ... เหมือนเดิม คุมน้องขึ้นรถ เล่นๆๆ เอาน้องลง เข้างาน
    อยากบอกว่า ได้เล่นเครื่องเล่นชิ้นเดียว --" Crazy bus ที่เหลือก็เฝ้าของ แล้วก็บัตรดันเข้าเมืองหิมะไม่ได้ เฮ้อ!
     
    ที่สนุกสุดก็ตอนขากลับ เอาเกม Back to the future ให้น้องเล่น
    แล้วก็ลามมาถึงพี่เลี้ยง มีมิกกี้เมาส์ กิ๊บกิ้ว ปังๆๆ Blackmagic หมูไก่ปลากุ้ง นับไม่ถ้วน
    ฮาสุดก็น้องโม โดนพี่ๆรุม
    เล่น 12345 ไม่ได้ พี่ๆก็ช่วยเต็มที่ เอาปากกามาเขียนใบ้ให้ ถึงขนาดบอกไปแล้วก็ยังไม่รู้
    เล่นปังๆๆ ใครตาย ก็โดนเขียนอีกรอบ ก็เหมือนเดิม ไม่รู้ ก็เขียนมือกันต่อไป กว่าจะรู้ก็เต็มซะ 2 มือ
    น่าเสียดายที่ปิดเทอมเราไม่ตรงกับค่ายนี้ คงจะไม่ได้มาจัดกับเพื่อนๆอีกแล้วหละ
     

     
    ความเดิมจากเมื่อกี้ ที่เล่นเครื่องเล่นดรีมเวิรล์ดไป 1 เครื่อง ก็เลยไปเล่นอีกทีวันที่ 13 กับเพื่อนๆที่จะไป Brewster ด้วยกัน
    ไปกัน 21 คน เลยขึ้นรถตู้คล้ายๆเหมารถ เลยนั่งคุยกันสบาย
    ถึงดรีมเวิร์ลดก็ ลุยแหลก เล่นๆๆเล่นไปได้ 3 อันก็ ... ฝนตก
    หลบฝนไปกินข้าว ดีที่ฝนหยุดเลยได้ลุยเล่นต่อ
    ที่เด่นๆก็มี แมงปอ โดนเพื่อนแกล้งว่าความสูงไม่ผ่าน ใครสักคนนัตอนไวกิ้ง ตอย โดนเพื่อน 7 คนล้อมแล้วหันหน้าเข้าชนตอนรถบัมป์ จี๊บที่เล่น Hurricane แล้วบอกสนุก แต่แย่?!?
    สรุปว่า ก็ได้มาคุย เฮฮา ตื่นเต้น(บางคน) ระลึกความหลัง อะไรก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ได้เจอกับเพื่อนๆ ที่จะต้องไปใช้ชีวติอยู่ด้วยกันอีกนาน
    ขากลับนี่มีสาระหน่อย นั่งคุยเรื่องเวบรุ่น TS50 เรื่องบอร์ดกับอะไรพวกนั้น แล้วก็นั่งต่อเพลง เฮอาขากลับอีกที
    แล้วเดี๋ยวก็จะมีงาน 3-4-5 มิถุนา ได้เจอกันอีกแบบค้างคืน คราวนี้คงมีเข้ามือแน่นอน (จะกี่วงอีกเรื่องนึง)
     
    April 21

    The last Songkran

    อีกเดือนกว่าๆ
    จะว่าไป ก็ยังงงๆอยู่ว่ามาตรงจุดนี้ได้ยังไง
    ตอนเรียนก็คิดว่าได้โควตาเข้าจุฬา คณะที่ชอบได้ก็ดีมากๆแล้ว ก็นึกว่าคงจะสบาย
    แต่มาวันนี้ ... มันก็ผิดไปจากที่คิดไว้ ประมาณว่ากำลังฝันอยู่ก็ว่าได้
    แต่ก่อนเคยคิดว่านักเรียนทุนเรียนเมืองนอก คงจะเป็นพวกเรียนเก่งๆ อาจจะใส่แว้น หัวฟูๆ หน้าตาฉลาดๆ
    ตอนนี้ส่องหน้าตัวเองในกระจก...ไม่เจออะไรสักอย่าง
    นอกจากที่ชอบเลขและก็เรียนเลขได้ดีแล้ว วิชาอื่นก็ไม่ได้เก่งหนักหนา แต่ก็อุตส่าห์สอบทุนติด
    มานั่งนึกๆดู อาจจะเป็นเพราะเราโชคดีมากกว่า ที่สาขาที่เราเลือกอาจจะมีคนเลือกน้อย (Pure Mathนี่นา) ไม่แน่ว่าอาจจะสมัครสอบกันแค่ 2 คน
    แต่ยังไงก็มาถึงตรงนี้แล้วหละ ต้องขอบคุณอ.อาคม สันติรณรงค์ กับเม่นที่บอกให้เรารู้ว่ามีทุนนี้อยู่ในโลก
     
    ช่วงนี้เริ่มกังวลกับภาษาอังกฤษนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเกรด3 .5 จากไทยจะช่วยอะไรมั้ย ไม่ได้วางแผนไปเรียนพิเศษอะไรเลย
    โชคดีนิดที่ตั้งใจเรียนอังกฤษ(ส่วนใหญ่)นึกถึงหน้าอาจารย์คงจะช่วยได้เยอะ
    นึกภาพตัวเองตอนพูดภาษาอังกฤษไม่ออก - - เดี๋ยวปีหน้ากลับมาคงจะได้เห็นกัน
     
    ที่กังวลอีกเรื่องก็เรื่องตอนไปเนี่ยแหละ
    เพราะเราไม่ได้ไปอย่างเดียว ยังแบกอะไรไปหลายๆอย่าง
    แบกเงินภาษีประชาชนไปเรียน
    แบกภาระจาก กพ.
    แบกความหวังจากเพื่อนๆ ญาติๆ คนรู้จัก ครูบาอาจารย์
    แบกอนาคตของเรา
    คิดๆแล้วมันก็ ... นะ
     
    อ้อแล้วก็อีกอย่าง คะแนน O-NET (น่าจะช้าไปมั้งที่เอามาลงเนี่ย)
    ไทย-83.75
    อังกฤษ-84.00
    สังคม-51.25
    วิทย์-67.50
    คณิตศาสตร์-100.00
    อยากบอกว่า...คณิตศาสตร์ของเราเนี่ย ตอนทำมันกดดันตัวเองไว้เยอะ
    ข้อสอบไม่ยากอะไรนักหรอก แต่มันกดดันตรงที่ว่า...ไม่เต็มแล้วเครียด(เหมือนกับข้อสอบกลางภาคที่ผ่านมา) ต่างกับคนอื่นที่ทำแทบเป้นแทบตาย ขอแค่ 80 ก็ยังดี
    ตอนทำนี่เหมือนคนบ้า นั่งตรวจไป 3 รอบ แถมรอบที่ 4 ดันมาเจอที่ผิดอีก 2 ข้อ(เกือบตกต้นไม้ไปอีกคน)
    แต่ยังไงก็ไม่ได้ใช้อะไรนักหนา อยากแบ่งๆให้เพื่อนๆบางคนจัง เผื่อจะได้ติดคณะที่อยากได้ -/\-
     
    วันนี้มีของเล่นมาฝาก สำหรับคนที่ผ่าน ป.6 มาแล้วคงเล่นเป็น
    ก็อย่างที่บอก ใครจบป.6คงเล่นเป็น สำหรับเราครั้งแรกได้ 47 มากสุดก็แค่ 53 (หมายถึงตอนที่ไม่ต้องปรับอะไรเลยนะ)
    ที่ 1 คะแนนสัก 105 ไม่รู้ว่าสมองใส่ software Calculator ไว้หรือเปล่า
     
    แล้วก็อีกเกม อันนี้อยู่ ป.1 ก็ยังเล่นได้ แต่คิดว่าถ้าจะเล่นให้ผ่านในรอบเดียว ดอกเตอร์ก็อาจทำไม่ได้
    ไม่แน่ใจว่าถูกเปล่านะ - ลองเล่นดู แล้วจะรู้ว่าคุณฉลาดขนาดไหน
     
     
    แล้วก็สงกรานต์ที่ผ่านมา(ครั้งสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่น) ไปเยี่ยมญาติ เข้าวัด และเล่นน้ำ เอาให้ครบก่อนจะไม่ได้เล่นอีก 10 ปี
    ทำให้รู้ว่าการขึ้นรถเมล์สงกรานต์นี่ โหดมาก
    จากที่ปกติ 1.30 ชม.ถึงบ้าน นี่ล่อซะเกือบ 3 ชั่วโมง
    แถมขึ้นรถ เปียกน้ำ อบ(เพราะปิดหน้าต่างกลัวเปียกกัน) ยืน+คนแน่นอีก บอกเลยว่าทรมาน
    ส่วนอีกวันไปเล่นน้ำที่บ้านไม้ (ซึ่งปกติเป็นบ้านเม่น แต่ ... )
    นัด 11 โมง ได้ออกจริงล่อไป 5 โมงเย็น ก็เลยได้พังคีย์บอร์ดบ้านนั้น ^_^
    เป็นการเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆครั้งแรก...แต่อาจเป็นครั้งสุดท้ายด้วย...
    April 13

    Entertainment

    อีกเพียง 65 วัน ...
    ตอนนี้รู้เที่ยวบินแล้ว ไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่า
    TG790 วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน เวลา 00.40 @ สนามบินสุวรรณภูมิ
    กำลังคิดว่า วันที่ 14 คงจะมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง แต่มานับอีกที ... มันเป็นวันละอ่อน !!!
    จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ เพราะได้เจอเพื่อนๆเกือบทั้งระดับ และอาจารย์ก่อนออกบิน
    ส่วนเรื่องจะทำอะไรบ้างนั้น รอใกล้ๆแล้วค่อยคิดแล้วกัน อีกตั้ง 65 วัน ...
     
    ช่วงนี้ทางกพ.เค้ายังไม่มีข่าวอะไร ก็ต้องรอเค้าตอบรับมาก่อน แล้วจะได้รู้สักทีว่าจะไปเรียน Prep school ที่ไหน
    น่าแปลก ที่ทุนกระทรวงวิทย์มีคนสละสิทธิ์ไปเป็น 10 (แต่ก็เป็นข่าวดีที่ทำให้มิ้งได้ไปแทน) สงสัยจะไปเป็นหมอกันหมด
    ช่วงนี้ก็เลยไม่รู้จะทำอะไร
    เพื่อนที่มีโควตาในไทย > เล่นเกมสบายใจเฉิบ รอเปิดเทอม
    เพื่อนที่ยังไม่มีที่เรียน > ก็เล่นเกมสบายใจเฉิบ รอสมัครมหาลัย
    ส่วนเรา > กระวนกระวายกับการนั่งรอผล กพ.(ซึ่งไม่รู้ว่ามาเมื่อไร) นั่งเตรียมภาษาอังกฤษ นั่งทำใจกะอีก 2 เดือนที่เหลือในไทย
    ส่วนเรื่องอื่นๆก็ ไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่รอกับรอ
     
     สัปดาห์หนังสือครั้งสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่น งานก็ดูไม่แปลกใหม่อะไรมาก นอกจากมีคนใส่ชุดตุ๊กตาตัวใหม่ให้เป็นกระสอบทราย
    ที่เหมือนเดิมคือ คนแน่น กับหนังสือเยอะ ได้หนังสืออังกฤษเล่มนึง กับหนังสือ"เรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกา ไม่ยากอย่างที่คิด" (แสดงว่ามันยากกว่าที่คิด ฮา)
    แน่นอนว่า เขียนโดยนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เนื้อหาก็ทุกอย่างเกี่ยวกับ Universites ที่นู่น คงได้ใช้ช่วงปีหน้า
    งานนี้เสียดายอยู่ 2 อย่าง คือ หา Number ไม่เจอ กับ เงินไม่พอซื้อ My math เศร้า...
     
    ตอนนี้ก็ยังเรื่อยๆ พังคีย์บอร์ดเล่นไปวันๆ นั่งรอข่าวจากทาง กพ. กับรอเล่นสงกรานต์
    อืม ...
     
     
    April 03

    Panot's departure

     ช่วงเวลาที่ดีที่สุด มักจะผ่านไปเร็วเสมอ
    โดยเฉพาะ ... ช่วงเวลาแห่งการลาจาก
     
    1 เมษายน 2550
     วันนี้นับว่าเป็นวันสุดท้าย ที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเพื่อนคนหนึ่ง ในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบรุ่น 12 ทศวรรธ
    เพื่อน ... คนที่เราเคยไปแย่งกระดานโกะเค้าเล่นตอน ม.1
    เพื่อน ... คนที่ไปแข่งหมากล้อมผิดวัน
    เพื่อน ... คนที่อยู่ร่วมกัน ณ ห้อง ม.301
    เพื่อน ... ประธานเป่ายิ้งฉุบของชุมนุม
    เพื่อน ... ผู้ประสานงานค่ายตั้งพิรุฬธรรม
    และตอนนี้ กลายเป็นเพื่อน ... ที่กำลังจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
     
    เย็นวันนี้เริ่มต้นด้วยการพบปะของกลุ่มเพื่อนกว่า 18 คน ที่ค่อยๆมากันทีละคนสองคน
    บ้านที่เคยไปบ่อยๆ ดูเหมือนจะโล่งเป็นพิเศษ ถ้าไม่นับกระเป๋าเดินทางสีเทาอันใหญ่ และกระเป๋าใบธรรมดาอีก 3 ใบ
    แน่นอนว่าวันนี้จะเป็นวันที่ครึกครื้นเป็นพิเศษ
    เริ่มต้นด้วยเสียงเพลงกับกีตาร์ ที่เหน็บแนมเพื่อนโจ ๑๒๕.๕ เป็นพิเศษ
    หลังจากที่มี PS2 และ กันดั้มสักพัก ก็ได้เวลา The last supper เป็นพิซซ่า 10 ถาดกับไก่อีก 5 กล่อง
    คุณแม่เจ้าของงานบอกว่างานนี้เลี้ยงคุ้มถึง 5 โอกาส ทั้งงานเลี้ยงส่งเม่น งานวันเกิดไพสิฐย้อนหลัง 1 วัน งานฉลองนิสิตแพทย์ศิริราช+ตัวสำรองแพทย์ธรรมศาสตร์ และฉลองทุนกพ.(ของใครวะ?)
    พวกเราโดยเฉพาะตี๋ ก็ไล่ฟาดกันอย่างเอร็ดอร่อย เศษซากกล่องและขวดน้ำอัดลมกองพะเนิน
    แล้วงานก็ดำเนินต่อไปด้วย PS2 2เครื่อง Anime อีก 2 เครื่อง วงไพ่ 2 วงกีตาร์ 1 ตัว คีย์บอร์ด1ตัว
    บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงดังอึกทึกทั้งคืน (ไม่น่าเชื่อว่าชีสทำให้คนเมาได้)
     
     ในฐานะผู้ร่วมงานคนหนึ่ง บอกได้ว่าเฮฮาดี
    แต่พอมานั่งคิดอีกมุมหนึ่ง ... แล้วถ้าคนไปกลายเป็นเรา จะไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงหละ? จะรู้สึกยังไงกันบ้าง
    ดีใจ?
    ตื่นเต้น?
    สนุก?
    ใจหาย?
    กังวล?
    เศร้า?
    เสียดาย?
    คิดถึงเพื่อน?
    คิดถึงพ่อแม่?
    อยากให้เวลาผ่านไปช้าๆ?
    อยากจะรีบไป?
    ความรู้สึกต่างๆ คงจะปนเปกันอยู่ในช่วงเวลาสุดท้าย คงเป็นความรู้สึกที่คนอื่นๆคงจะไม่มีทางรู้ได้ นอกจากว่านั่นเป้นงานของตัวเราเอง
    และที่แน่นอนก็คือ มันคงเป็นความรู้สึกแรก และอาจเป็นความรู้สึกสุดท้าย ที่ทั้งชีวิตนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว
    และที่แนอนกว่านั้นคือ ... เป็นสิ่งที่จะพูดออกมาหรือเขียนใส่กระดาษคงไม่ได้
     
     
    และแล้วช่วงเวลาเดินทางก็มาถึง ...
    ทุกคนเริ่มทยอยกันแต่งชุดนักเรียน เว้นแต่คนคนหนึ่ง ที่ใส่เสื้อเหลือง กางเกงดำขายาว ผูกเนคไทสีเขียว ดูดีเป็นพิเศษ ในช่วงเวลาพิเศษ
     หลังจากยัด(สัม)ภาระขึ้นรถ และยัดนักเรียน 16 คนขึ้นรถตู้เรียบร้อยก็ออกเดินทาง ด้วยสภาพงัวเงีย
    กะจะนอนก็ไม่ได้นอน นั่งคุยนอนคุยกันเรื่องว่า ไปถึงสนามบินแล้วจะทำอะไร
    ไอเดียบรรเจิดน้องต๊าฟบอกว่า ไปถึงแล้วก็กลับเลย ให้มันงงๆ ก็เป็นการส่งที่งงๆดี(หรอ) ซึ่งก็คงไม่ผ่านที่ประชุม
    ไอเดียต่างๆอย่าง 4เสา กักตัวไว้ไม่ให้ไป สร้างความประทับใจ และอะไรต่างๆก็เอามาพูด(หรือเรียกว่าเผา) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง...
     
    ไปถึงสนามบิน เดินเข้าประตูไป แล้วก็ยืนรอเวลา
    ด้วยความหิวจึงยกพลไปบุก Family mart ราคาธรรมดา เหมาขนมปัง นม น้ำดื่ม ขนมต่างๆมากัน
    ตัดภาพไปยังห้องส่ง ... คนเสื้อเหลืองนั่นก็เข้าไป Check-in เรียบร้อย แล้วก็ยืนคุยกับญาติๆเค้า (ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อน เพราะเมื่อคืนคุยไปหมดแล้ว)
    ประมาณ 6 โมง อ.ผกาวดีพร้อมนักเรียนอีกกลุ่มก็มาถึง หอบกุหลาบมาช่อนึง และโฆษิต ประธานโกะปีล่าสุดก็หอบกุหลาบมาอีกช่อ เป็นตัวแทนในชุมนุม
    บรยากาศก็ครึกครื้นตลอด ถ่ายรูปเป็นว่าเล่น แต่ติดไปกี่รูปนี่ก็ไม่รู้ เพราะคนเยอะเหลือเกิน
    แล้วก็มีมุมประทับใจอย่าง ถ่ายคู่กับพ่อแม่ กับอ.ผกาวดี กับคนรักเก่าที่มาส่งด้วย
    มีคนบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เม่นถ่ายรูปที่ไม่ใช่ยืนตรง ยืดอก ตามองกล้อง คราวนี้มีชู 2 นิ้ว ใส่หมวกแดง พันผ้าพันคอ ฯลฯ
     
    แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ...
    เริ่มยกโขยงไปออที่ประตู บรรยากาศของการลาเคล้าน้ำตาก็ผ่านไปด้วยดี พร้อมคำพูดสุดท้ายว่า "แล้วจะกลับมา"
    บรรยากาศก็น่าจะซึ้งดีอยู่ ถ้าเจ้าตัวไม่ออกมา 2 รอบ รอบแรกลืมคืนมือถือ รอบ2 มาดูของฝากจากมิ้นท์ ที่ดันมาเกือบไม่ทัน(อันนี้เค้าเซงมากเพราะถึงคิวเค้าแล้ว ต้องมาต่อแถวอีกรอบ)
     
    แล้วก็จบ... ถึงแม้จะเป็นจุดจบของการมาส่ง แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของอนาคตอีก 5 ปี ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา ตลอดไป...
    เม่น - นายปณต ไชยมงคล นักเรียนทุน Monbusho
     
    March 26

    Scholar meeting camp

    20-22 มีนา
    ไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อนมิค สิทธิ์ กานต์ ปอนด์ กร
    สนุกสนานกับกิจกรรม ATV, Go cart, ปาเป้า, โดดน้ำ, เที่ยวน้ำตก, แวะปั๊ม!?! ,แล้วก็กิจกรรมฝึกสมองยามต่ำคืน รวม 2 วันกว่า 10 ชั่วโมง
     
    23-25 มีนา
    ลนุกสนานกับอีกค่าย (กระเป๋าเดิม เสื้อเกือบเดิม รองเท้าเดิม) เป็นค่ายสัมมนาที่กระทรวงวิทย์จัดให้นักเรียนทุนที่นครนายก Royal hills resort & spa (เสียดาย ไม่ได้เข้าสปา)
    ก็มีเพื่อนนักเรียนทุน 24 คนกับอาจารย์ต้นสังกัดและพี่ๆทุนรุ่น 10 ปีก่อนมาพูดคุยกัน กิจกรรมโดยรวมๆก็มี
    - Ice Breaking ระหว่างนักเรียนกับพี่ๆและอาจารย์ มีคนตั้งชื่อกลุ่มความยาวประมาณชื่อกรุงเทพ(จำไม่ได้แล้วแหละ แต่ย่อว่า งงงง)
    - กิจกรรมช่วงแรก มีพิฑีกร MTV ยำโฆษณา กับกิจกรรมพวก แนะนำตัวเอง
    - สัมมนา เป็นพวกข้อมูลประสบการณ์รุ่นี่ปีก่อน เรื่องการเตรียมตัว เรื่องเงิน (อันนี้ห้ามพลาด) คุยกับต้นสังกัด มีจิตแพทย์มาแนะนำการปรับตัว
    - สันทนาการ กับพี่โต้งและพี่แจ๋น สนุกสนานได้ทุกช่วง พูดได้ทั้งวัน และเล่นมุขแป้กได้ไม่อายใคร...
    - อาหาร (อันนี้ขาดไม่ได้) อาหารเช้าแบบที่คิดว่าคงได้กินอีก 10 ปี อาหารกลางวันและเย็น และข้าวต้มทะเลรอบค่ำ รับรองว่าถ้าชั่งน้ำหนักคงจะขึ้นอีกสัก 2-3 โลได้
    - Walk rally อันนี้สนุกมากๆ ให้ถุงกับหลอด กรรไกร กระดาษหนังสือพิมพ์ คัตเตอร์ ด้าย จานร่อน เทปกาว แล้วก็มีด่านแบบ
         1.ทำให้ลูกโป่ง 12 แตกให้มากที่สุดในทีเดียว โดยลูกโป่งอยู่ในกล่องไม้ผืนผ้า 3*4 ช่อง (อันนี้ทีมเราชนะได้ไป 6 ลูก ทีมอื่นทีมละลูก - -)
         2.ทำที่ตักลูกบอลโดยตักไปอีกที่นึง มีบอล 4 ขนาด ใช้เวลา 30 วินาที (อันนี้ใช้ถุง ซึ่งตักเข้าได้ แต่ตอนออกติด...)
         3.เล่นเกมที่เป็น 4*4 ช่องมีเลข 1-15 ให้เลื่อนๆๆ จนเรียงเบอร์ แต่อันนี้มัน 1-12 แล้วก็มีช่อง X ห้ามผ่าน 3 ช่อง อย่างยากส์ ทำไม่ผ่าน รูปตามด้านล่าง (ช่องว่างคือที่ให้เลื่อนนะ)
    1  2  3  4         12 11 10
    5  6  X  7  > 9  8  X  7
    8  9  10 11   6  5  4  3
    X 12     X    X 2  1  X
         4.อัจฉริยะข้ามคลอง  เกมมันตือ
    + เราต้องนำ ตำรวจ+โจร+พ่อ+แม่+ลูกสาว2+ลูกชาย2 ข้ามคลองไปอีกฝั่ง
    + มีเรือ 1 ลำขึ้นได้อย่างมาก 2 คน แล้วก็เด็กห้ามพายเรือเอง
    + โจรอยู่กับคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่มีตำรวจ
    +พ่อ อยู่กับลูกสาวไม่ได้ ถ้าไม่มีแม่
    + แม่ อยู่กับลูกชายไม่ได้ ถ้าไม่มีพ่อ
    + ต้องเอาทุกคนข้ามไปให้ได้ตามกฎ
    ถ้าใครไม่เคยทำก็ดูเฉลยได้ที่ข้างซองมาม่า แล้วส่งคำตอบมาได้ตามที่อยู่ข้างๆจอคอม หรือโทรเลขมาหาเรา ทุกท่านที่ตอบถูกจะได้รับตั๋วเอนท์ติดคณะตามใจฝัน 1 ใบ
         5.ทำเครื่องบินกรัดาษ แล้วร่อนให้ถึงระยะ 15 เมตร อุปกรณ์ก็กระดาษ โฟม หลอด กระดาษกาว กาว > ผลสรุป...ไม่ผ่านสักคน (กลุ่ม 1 มีระเบิดกลางอากาศด้วย)
    - กิจกรรมยามค่ำ มีการแสดง MV ลิเกอังกฤษ คอนเสิร์ต ยำละครไทย ยำนิทานไทย ดันดารา UglyFantasia แล้วก็ร้องเพลงอีกกว่า 30 เพลง เลิกซะ 5 ทุ่ม แต่เราเข้าห้องก่อน...ง่วง
    - กิจกรรมยามดึก รวมกลุ่มเล่นกีฬาฝึกสมอง ณ ห้องอิงผา 7/4 รวมประชากร 13 นาย(เยอะกว่าครึ่งของเด็กที่ไป) ไปทำอะไรน่าจะรู้ๆกันอยู่ ถ้าไม่รู้ก็ใบ้ให้ว่ามีอุปกรณ์ 3-4 สำรับ ครึกครื้นตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง ตี2 แล้วก็มีอีกกลุ่มที่ถึงตี4 (กลุ่มเราเองแหละ) หลับเป็นตายไม่รับรู้อะไรภายนอก ตื่นมาดูกั๊ซเบลเกือบ 9 โมง (แต่เค้านัด 8 โมงอะนะ)
    - คาราโอเกะบนรถขากลับ โชคดีที่กลุ่มนักเรียนมีคนร้องเก่งคนนึงก็เลยครื้นเครง ยาวตั้งกะนครนายกถึง อนสาวรีย์ชัย แล้วก็มีกิจกรรมฝึกสมองอีกสักครึ่ง ชม. บนรถ
     
    แล้วก็กลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ ได้สมุดข้อมูลเพื่อนๆ ได้ข้อมูลจากรุ่นพี่ ได้อาหารอร่อย ได้สนุกสนานกับกิจกรรม แล้วได้ความทรงจำดีๆกลับมา ใครอยากดูรูปเข้าไปที่ stscholar.nstda.or.th
     
    อ้อแล้วก็ 26 มีนา ฉีดยาไปอีก 2 เข็ม รวมๆไปก็โดนเจาะไปแล้ว 7 เข็ม แถมหมอนัดฉีดเดือนหน้าอีก 2 เข็ม เฮ้อ...
    March 17

    Ninety days

    ตอนนี้กำลังกลายสภาพ จากเด็กทุนเป็นเด็กพรุน !!!
     
    วันจันทร์ 12 มีนา ไปตรวจร่างกายที่ศิริราชมา เพิ่งรู้ว่าโรงพยาบาลมีคนเยอะอย่างกับหัวลำโพง
    ขนาดไปนั่งตามบันได บางคนก็หอบข้าวของมาอย่างกับจะย้ายบ้าน ไม่ก็จูงลูกจูงหลานมา
    ทั้งๆที่ไปตั้งกะ 6 โมงกว่า คนก็ยังแน่น แต่ก็ดีที่ กพ. เค้ามีลัดคิวมีอะไรให้ด้วย เลยเร็วขึ้นเยอะ
    ก็ไม่มีอะไรมาก ไป X-Rays ปอด ไปวัดความดัน ความสูง ชั่งน้ำหนัก ตรวจตา(เอาไฟส่อง) แล้วก็ให้อ่านที่ตรวจตาบอดสีเล่น
     
    และก็ ... เจาะเลือด
    ตอนเจาะคงไม่มีอะไรมากหรอก ถ้าหมอเค้าไม่ให้เราเห็นว่ามีหลอดเก็บเลือดอยู่ 5 หลอด
    เข็มเจาะเลือดก็ใหญ่อย่างกับเข็มเย็บผ้า
    ตอนเจาะเข้าไปก็เจ็บแปลบๆ ก็คิดว่าคงแป๊บเดียว ที่ไหนได้ กว่าเลือดจะเต็มทั้ง 5 หลอด เล่นเอาเกือบนาที
    ถ้าใครอยากเห็นภาพชัดๆ เชิญที่โรงพยาบาลได้ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
    ถ้ายังไม่พอใจ เรามีบริการฉีดยาแถมให้อีก ...
    เค้าบอกว่าถ้าไปอเมริกา ต้องฉีดวัคซีนด้วย ก็เลยฉีดเพิ่มไป 1 เข็ม แล้วมีทำ Skin test อีก 1 ที่ ซึ่งก็ใช้ไอเข็มฉีดยานั่นแหละ
    สรุปวันนั้นโดนไป 3 เข็ม ปวดไหล่ขวาไป 4 วัน
     
    ยัง...ยังไม่พอ วันพฤหัสไปโรงพยาบาลอีก ปรากฏว่าให้ใบตรวจเค้าไม่ครบ เลยโดนเจาะเลือดเพิ่มอีก 1 ที (โชคดียังแค่ 1 หลอด)
    แล้วก็ไปฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 1 เข็ม แล้วก็รอผลตรวจเลือดอีก ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรสักอย่างก็ต้องโดนอีก 1 เข็ม
    สรุปแล้ว โดนเจาะไป 5 เข็ม !!! (รู้งี้ไปอังกฤษดีกว่า - -)
     
    16 มีนา ก็ไปทำพาสปอร์ตกับตรวจสุขภาพจิต
    ตอนตรวจก็ไม่อะไรมาก ให้บรรยากาศสอบ O-NET ด้วยข้อสอบแบบฝน 566 ข้อ
    นั่งทำกันตาเหลือก ดีหน่อยมีแค่ True กะ False ไม่งั้นมือคงพัง
    คำถามก็เป็นพวก >>> คุณรู้สึกว่ามีคนสะกดรอยคุณ, คุณเชื่อว่านรกมีจริง, คุณคิดว่าโลกนี้มีศาสนาเดียว, คุณคิดว่าคุณคือศาสดา, คุณรู้สึกว่ากำลังถูกวางกับดัก ฯลฯ
    อ่านไปขำไป
    คำถามทั้งหมดจะแบ่งเป็น - ศาสนา กฎหมาย สังคม บุคลิก ประวัติการเจ็บป่วย เกี่ยวกับจิต(แบบที่บอกไปข้างบน) ความฝัน กับอะไรอีกนิดหน่อย นั่งฝนจนนิ้วบวม
    ต่อไปก็เข้าไปคุยกับหมอ อันนี้แหละของจริง ถามเกี่ยวกับจิตแบบจิตใต้สำนึกได้เลย
    เค้ามีรูปสีน้ำ ที่เหมือนวาดด้านซ้ายแล้วพับครึ่งให้ด้านขวาเหมือนกัน แล้วถามว่าคุณเห็นภาพอะไร ซึ่งมันก็ไม่เป็นภาพ ... เป็นเหมือนภาพปิกัสโซ่ประมาณนั้น บอกไม่ถูก
    นั่งตอบ 10 ภาพแล้วก็กลับบ้าน รอผล 26 มีนาคม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหละก็ 15 มิถุนายนก็คงได้ไปชัวร์ๆ
     
    แล้วก็วันที่ 2 เมษา เม่นจะหนีเพื่อนๆไปเรียนญี่ปุ่นซะ 5 ปี ก็คงต้องไปส่งที่สนามบินตอนเช้าๆ จะได้ไปสี่เสาส่งท้ายซะหน่อย (เหอๆ)
    แล้วก็วันที่ 2 เมษานี่หละ เป็นวันสุดท้ายจริงๆของชีวิตนักเรียนสวนกุหลาบ วันรับใบ ปพ. ที่รุ่น 125 จะอยู่พร้อมหน้ากัน...
     
    March 09

    Go on

    หลังจากการรอคอยอันยาวนานกว่า 5 วันก็ถึงวันปฐมนิเทศซะที
     
    7 มีนาคม 2550
    ไปที่ กพ. นั่งฟังพี่ๆเค้าบรรยาย กับเพื่อนๆทุนต่างๆเกือบ 90 คน
    รวมๆแล้วที่ได้มาจากวันนี้ก็คือ
    - เอกสารกองพะเนิน >> ใบสมัคร prep school ที่ต้องไปอยู่ก่อน 1 ปี, รายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้กว่า 20 ชุด, ใบประวัติฉีดวัคซีน, รายละเอียดขั้นตอนต่างๆ [ส่งเอกสาร ทำพาสปอร์ต ฯลฯ], แฟ้มเอกสารพร้อมปากกา 1 ด้าม
    - ประสบการณ์ของพี่ๆที่เคยได้ทุนเล่าโดยผู้รับผิดชอบ ประมาณว่าพวกซึมเศร้าเพราะไม่ได้เห็นแสงตะวัน กับพวก Homesick ที่กลับมาไทยปุ๊บ หายปั๊บ
    - อาหารกลางวัน พร้อมกับการสนทนากับเพื่อนๆ สนุกสนานมากโดยเฉพาะคนที่ได้ทุนไปอินเดีย เล่าเรื่องอินเดียซะไปค่อยน่าไปเลย
    - แนะแนวการศึกษา ว่าไปเรียนอะไรกี่ปี ประเทศไหนระบบเป็นไง อากาศดีมั้ย
    - หนังสือแนะนำโรงเรียน Prep school อ่านๆแล้วน่าสนใจดี แต่อ่านไม่ค่อยออก - -"
    ที่เหลือก็นั่งฟังเค้าเล่าเรื่องต่างๆ แล้วก็กลับโรงเรียนไปถ่ายรูป (ที่อยู่ตรงบอร์ดกุหลาบเพชรนั่นแหละ)
     
    สรุปแล้ว ก็เลือกไปที่ USA อะนะ เพะราเพื่อนๆเยอะดี (เกือบ 50 คน) แล้วก็เรื่องบริการต่างๆจะดีกว่า เพราะเป็นคนกลุ่มใหญ่ รุ่นพี่ก็เยอะ แถมแนะนำว่าอบอุ่นดีด้วย
    แล้วก็...ออกเดินทาง 15 มิถุนายนนะครับ นับตอนนี้ก็อีก 98 วันเอง กว่าจะทำอะไรเสร็จก็คงบินไปนู่นแล้วหละ
    ส่วนเรื่องการเรียน เค้าว่าต้องไปเรียน Preparatory school ก่อน 1 ปีถึงจะไปเอนท์ ก็คือเป็นรุ่นน้องเพื่อนร่วมรุ่นไป 1 ปี (งงมั้ย) พี่ๆเค้าวาช่วงนั้นสนุกกันมาก เดี๋ยวอีกนิดก็รู้เอง
     
    8 มีนาคม 2550
    เข้าสอบ TOEFL ITP เป็นข้อสอบบังคับถ้าจะไปเรียนที่นู่นแบ่งเป็น 3 ตอน
    Listening > เค้าจะพูดๆๆๆ แล้วให้เราฟังแล้วตอบ เป็นครั้งแรกที่เจอกะรดาษคำถามที่มีแต่ Choice ไม่มีคำถาม !!! เพราะเค้าถามในที่พูดๆๆ นั่นหละ ฟังรู้เรื่องไม่ถึง 5 ข้อจาก 40 เรื่องคะแนนคงไม่ต้องพูดถึง
    Writing    > เป็น Cloze test แบบข้อเดียว กับ Error check ก็พอทนได้ไปบ้าง (สภาพดีกว่าตอนฟัง) 50 ข้อ
    Reading   > ให้ Passage เกือบหน้านึงแล้วถาม 10 ข้อ มีเรื่องศิลปะ สี กอริลา หนังสือพิมพ์ กับอะไรสักอย่างรวม 50 ข้อ
    ผลสอบน่ะหรอ... อย่ารู้เลย จริงๆประกาศวันนี้แหละ แต่ตื่นไม่ทัน คนบอกคะแนนกลับบ้านแล้วโทรถามไม่ได้ (หมายถึงนอนกลางวันน่ะ)
     
    ตอนบ่ายไปโรงเรียน ไปหาอาจารย์ให้ช่วยเซ็นใบ Recommendation เดินผ่านอาจารย์หลายคนที่รู้จัก ก็มาทักเรื่องทุนซะทุกคนเลย
    ก็ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกๆท่าน ที่มาแสดงความยินดีเรื่องทุนนี้ เท่าที่จำได้นะ
    อ.ผกาวดี อ.ดรุณี อ.พรทิพย์ อ.ไพลิน อ.บุญทรัพย์ อ.กาญจนา อ.สมพรพงศ์ อ.สกุลรัตน์ อ.สมศรีทั้ง 2 ท่าน อ.ธนวัฒน์
    แล้วก็เพื่อนๆอีกหลายๆคนที่เข้ามาทักทายกัน แล้วก็บรรยากาศอบอุ่นภายในโรงเรียน (อาหารแพงไปนิด แต่ปาเป้าสนุกดี)
    จากนี้ไปคงไม่ได้มาในบรรยากาศของอาจารย์ เพื่อนๆร่วมรุ่น ตึกยาวที่ประดับด้วยไฟหลากสี และพี่ๆศิษย์เก่า ไปอีกนาน เริ่มคิดถึงเวลาเก่าๆในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา(รู้สึกเหมือนแก่แล้วยังไงไม่รู้)
     
    สรุปแล้ว เดือนนี้แทบจะไม่ว่างเลย นอกจากไปเที่ยว 3 วันกับไปค่าย 3 วันแล้วก็มีตรวจร่างกาย ทำพาสปอร์ต ทำ Transcript ติดต่ออะไรอีกสารพัด
    แล้วจะรู้ว่าการได้ทุน...มันเหนื่อย
    March 02

    At the beginning

    เทียนหนึ่งถูกจุดที่นี่
    เทียนนี้ถูกจุดลุกไสว
    เทียนหนึ่งถูกจุดที่ใจ
    เปลวไฟถูกจุดขึ้นมา ...
     
    ตรงนี้ก็คงจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของเรา ในชีวิต "เด็กทุน กพ."
     
    หลังจากการสอบโดยไม่หวังอะไรมากมาย (แต่ข้อสอบเลขสนุกดีนะ)
    การประกาศผลว่ามีสิทธิ์สัมภาษณ์ กับคู่แข่งอีก 1 คน (ทำเอานอนไม่หลับไป 1 คืน เพราะค่อนข้างช๊อก)
    แล้วก็ไปสัมภาษณ์ (ผู้สัมภาษณ์ 4 คน ดีที่เป็นภาษาไทย)
    แล้วก็ ... ประกาศผล (เม่นโทรมาบอกก่อนวันประกาศ ไม่งั้นคงไปรู้ 28 กุมภา)
     
    พอรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเด็กทุนไปซะแล้ว บอกกับเพื่อนไปซะเยอะว่าจะอยู่จุฬา คงผิดหวังกันน่าดู
    ไปรายงานตัววันแรก 1มีนาคม ก็เห็นเลยว่าต่อจากนี้ชีวิตคงไม่สงบสุขอย่างเดิมแน่ๆ
    เจอ TOEFL ITP ,SAT I-II ,ตรวจร่างกายที่สมเด็จเจ้าพระยา O_o ,เข้าค่าย ,ทำพาสปอร์ต ฯลฯ อ๊ากกกกก....
    กำลังคิดว่าจะหนีวิชาสังคมกับพวกวิทย์ได้แล้ว กลับต้องมาสอบ SAT อีก (ข้อสอบภาษาไทยยังไม่รอด ภาษาอังกฤษจะเป็นไงหนอ)
    แถมวันสอบ TOEFL ดันมาลงวันที่ 8 มีนาคม :'( อดเจอกับเพื่อนๆอีกแล้ว
     
    ส่วนจะไปประเทศไหนหรอ ... เค้ามีให้เลือกน่ะ มี อเมริกา อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย 5 ประเทศ
    ญี่ปุ่นก็น่าไปดี ที่เที่ยวเยอะ แต่ต้องไปเหนื่อยเรียนภาษา อย่าดีกว่า
    คิดๆว่าไม่อเมริกา ก็ อังกฤษ คิดว่าเพื่อนกับรุ่นพี่เยอะ ได้ภาษา และก็อื่นๆอีก ตอนนี้ก็ตัดสินใจหาข้อมูลอยู่อีกไม่นานเกินรอ(ถ้าจะรอ)
     
    เสียดายเล็กๆที่ไม่ได้อยู่วันละอ่อน สมานมิตร จตุรมิตร นิทรรศสวน ฯลฯ เพราะคงมาไม่ทัน
    แต่คิดว่า 8 มีนาน่ะมาแน่ๆ (ถ้าปิดเทอมแล้วนะ)
     
    ส่วนข้อมูลอื่นๆจะเอามาแจ้งให้ทราบในภายหลัง...