sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 02 Curiousสืบเนื่องจาก Blog ก่อน ที่เผลอไป Publish โดยไม่รู้ตัว แล้วก็มีเพื่อนมาอ่าน
ทั้งตอย TS50 และก็เม่น OSK125 ก็ขอบคุณมากๆที่เป็นห่วงเรา ที่อุตส่าห์มี Comment ให้เราได้อ่าน
สำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน เราลบไปแล้ว แล้วก็คงไม่อยากขุดมันขึ้นมาอีก เอาเป็นว่าเราก็ยังสบายดีเหมือนเดิมแล้วกัน
ก็คงเป็นเพราะว่าเริ่มอยู่คนเดียวแล้วเลยเห็นอะไรหลายๆอย่าง
จุดประสงค์ของการเขียน Blog นี้คือการแจ้งข่าวสารกับเก็บบันทึก ฉะนั้นก็เริ่มด้วยเรื่องเบาๆก่อนแล้วกัน
อ้อ แล้วก็ที่ถามไปว่าทำไมถึงชื่ออังกฤษ ถ้าไปไล่อ่านดู จะเห็นว่าชื่อ Entry ต่อเนื่องกันตลอด ต่อยังไงก็ไปไล่อ่านเอาแล้วกัน
ส่วนอันนี้ทำไมไม่ต่อกับอันก่อน ... ก็เพราะว่ามันต่อกับอันที่ลบไป
************************************************
10/31/07 Halloween
รู้สึกว่าเราเหมือนไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับเค้าเลย
ที่โรงเรียนก็แต่งตัว Fancy กันใหญ่ ก็มีมากมายเล่าไม่หมด (แน่นอนว่า เราไม่ได้แต่ง)
ตอนเช้าก็มี Video กับการแสดงจากกลุ่มต่างๆ คือ Faculty, Grade 9, 10, 11, 12
แต่ละกลุ่มก็จะมี Theme ต่างกัน อย่างหมวดเลขก็เป็น Harry Potter (ที่เปลี่ยน Hogwart มาเป็น The Masters แล้วก็ยำเรื่องมั่ว)
หมวดวิทย์ก็เป็น Elmo อันนี้ฮาดี เพราะเค้ามีมุขเคมี จับคู่คุ้กกี้
ตอนแรกก็เป็น Na+Cl ดีๆอยู่ ต่อมานี่ Ca+Ca แล้วก็ Cr+Ap อันสุดท้ายได้ Sh แต่ก็ตัดจบไปก่อน ไม่ได้ดูว่าคู่กับอะไร (ซึ่งน่าจะเดาออกกัน)
อื่นๆก็มีพวก Shrek, The Peanut, Comic, That's unfortunate, Pooh (อันนี้มีสาระมาก เอา Pooh เป็นนักเรียน แล้วอาจารย์ก็มาเล่าปัญหาเรื่อง Pooh กว่า 10 นาที อย่างเรื่องผิด Dress code เพราะไม่ใส่กางเกง ฯลฯ)
ที่พิเศษอีกอย่าง ไปฉีดยาฮาโลวีน ยาที่ฉีดไม่ครบที่ไทยเนี่ยหละ ส่งเรื่องไปเดือนก่อน แต่เพิ่งได้ฉีดตอนนี้
11/01/07 Thursday
วันขึ้นเดือนใหม่ที่ไม่ธรรมดา เพราะว่ามี Package มาส่ง นั่นคือ Yearbook ของ TS50
ดีใจมากๆ ได้มาก็ขึ้นห้องแกะอ่าน เปิดมาก็เจอหน้า Christ ยืนเป็น Supermodel อยู่ อ่านแล้วคิดถึง Brewster มากๆ ไม่น่าเชื่อว่าอะไรมากมายจะผ่านไปใน 3 เดือน
อ่านไปฮาไป อ่านไปก็วางไม่ลง ถึงพรุ่งนี้จะสอบ History ก็เถอะ ก็ยังนั่งอ่านต่อ
โดน Rumor ว่าเป็น Sky scraper ... ดีใจดีเปล่าเนี่ย
11/02/07 Friday
วันใหม่ที่ไม่ธรรมดาเหมือนเคย
นั่งเรียนอยู่ก็มีประกาศว่า "ห้ามออกจากห้องเรียน" (แปลแล้วนะ)
รู้แค่เนี้ยแหละ อาจารย์ก็ให้อยู่ในห้อง เราก็ไม่มีอะไรทำก็เลยนอน ... นอนจนเกือบจะหมดอีกคาบนึง แล้วเค้าถึงบอกให้ไปเรียนต่อได้ (Calculus หายคาบนึงเลย T T)
ตอนแรก เค้าบอกว่า มีคนได้ยินเสียงปืนดังมาจาก Children Village
ไปๆมาๆ เค้าบอกกันว่า มีเสียงปืนจริง แต่เค้าไปยิงไก่งวง ...
ตุ่งงงงงง...
สรุปว่า อดเรียนเลข(จริงๆคือสอบ) แต่ก็ได้รู้ว่าเค้ามีระบบนี้ใช้กันด้วย
จิปาถะ
- สอบเลขแบบแนวมาก อาจารย์เอาข้อสอบมาม้วนแล้วผูกโบว์ให้เหมือนใบจบ อีกทีก็เอามาทำเหมือนห่อของขวัญแล้วแนบชอคโกแลต ...
- เงินของ 5 เดือนหน้ากับค่าหนังสือเข้ามาแล้ว ตัวเลขน่ากลัวมากๆ (น่ากลัวว่าจะใช้เพลิน)
- SAT2 จะสอบแล้ว(แล้วเอาเวลามานั่งเขียน Blog ทำไมเนี่ย)
- เพิ่งรู้สึกตัวว่า ต้องทำ College Application แล้วสิ ...
- จะ Thanksgiving แล้ว ! หยุดยาว ไปเที่ยววว
- เรียนชิวๆเหมือนเดิม ฟิสิกส์โจทย์โหด แต่สนุกดี
- 2 เดือนแล้วแฮะ หนาววว ... อยากเห็นหิมะตก แต่ไม่อยากหนาววว...
************************************************
กลับมาที่เรื่องที่เกริ่นไว้
อย่างแรก ไม่ค่อยชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟังสักเท่าไร
อย่างที่สอง ไม่ค่อยอยากทำตัวให้มีปัญหา ถีงแม้จะมีปัญหาก็ตาม
อย่างที่สาม กำลังสับสนกับชีวิต เพราะมันไม่เป็นเหมือนที่เราคิด ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอก จะว่าไป ได้ทุนมานี่ก็ไม่ได้คิดไว้ก่อนนะ แล้วมันก็เป็นเรื่องดีมากซะด้วย
ถ้าจะให้พูดอีกแง่ก็คง ไม่มั่นใจในตัวเองมั้ง แต่เราก็ไม่ได้ท้อนะ แค่ทำอะไรโดยไม่หวังให้มันมาก ไม่ก็จริงๆแล้วคงหวังแล้วผิดหวัง แต่พอไม่หวังอะไรมันก็มาแบบปาฏิหารย์
อย่างที่สี่ อันนี้สำคัญมาก อยากเห็นตัวเองในมุมของคนอื่น
เรียกว่าคิดมากก็ได้ แต่เพราะเราอยู่กับคนอื่นเราก็ไม่ได้เห็นตัวเองมากเท่าคนรอบข้างหรอก แถมเป็นพวกที่รู้สึกผิดได้ง่ายซะด้วย ทำอะไรก็เลยรู้สึกว่าคิดมากตลอด
บางทีก็ไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเราเก่งมากนะ เพราะเราก็ยังเห็นจุดด้อยองตัวเอง
ส่วนตัว เราคิดว่าเราพูดมากนะ เราบางทีก็มีเสียงฟืดฟาดน่ารำคาญ หัวเราะก็เวอร์ (น่าจะนึกภาพออก)
ส่วนคนอื่น เราไม่รู้ เราไม่เคยถาม บางสิ่งเราทำไปแล้วคิดว่าไม่ดีกับคนอื่น บางทีคนอื่นก็ไม่ได้พูดอะไร เราก็เลยไม่รู้ว่าที่เราทำมันไม่ดี หรือว่าเค้าเกรงใจไม่บอกกันแน่
จากข้อสามนั่นแหละ ที่บอกว่าอะไรมันไม่ค่อยเหมือนที่คิด
ไหนๆก็ร่ายซะยาวแล้ว
ขอความเห็นหน่อยแล้วกัน เอาตรงๆเลยก็ได้ ไม่ตามไปวางระเบิดถึงบ้านแน่
Who am I ? October 29 The third visitThe third visit?Yep, The third visit at Columbia...This seems too much for one to visit college ... but I did.Nevertheless, this time I just try to tell the story.< TOEFL Test >I realized in my bedroom that I might have to use Passport to take the test.I went to admission office where I dropped my passport but it was locked (Saturday)I walked around to get some help. After going up and down, I found Mr.Mccann in the library.He called someone else but it is difficult to get the key of the room and the safe.He suggested me to get the photocopy of passport with his signature to certify my identity.He also drove me to the train station to catch the train on time.It seemed that nothing to worry about. I arrived the station and find the way to go to Pi Academy, test center.Yes, I forgot the address of the test center somewher, either my ID for the test.I chose the risk way, went by myself as I could remember instead of finding more information.I took the train and meandered around as I could remembered on its address.You can guess ... I finally found it. I did not know why I decided to remember the address at first... but it helped me at last.At the test center, I had to wait until the last person getting in because they said they had to deal with my problem.Eventually, they let me haveing the test. Gim, who had neither passport or its copy, also went into the test room.The test... I did not want to describe it so let's go to Columbia.
Columbia .. my first meal was Dampling at Ollies (where I had to go everytime I had visited)P'Nop picked us (Gim ,First, Mink) upstair at the same room.We played something like Chinese checker that you had to jumped the pin until there was only one pin in the center.I solved it at the second time... leaving Mink trying to beat it till tomorrow.The most special thing for this time is ... THAI FOOD !At 9 Av W 52, there stood the Thai restaurant "Wondee".P'Oat's mother was a friend of someone in the restaurant so we were as special guess.We had ... กระเพราะหมูกรอบ คะน้าหมูกรอบ ต้มยำน้ำใส (อันนี้ไม่แน่ใจ) ปลามะนาว ปลาราดพริก คอหมูย่าง ข้าวเหนียว เมี่ยงคำ ไอศกรีมทอด(ไทย?) กล้วยห่อแป้งทอดPrize ... I could not compare whether it was expensive or not. I should ignore the prize and enjoy the food...That's it ... Next blog I may add something that is going on this week (such as Halloween)Thank you for your attention to this point ^_^October 24 Disappointmentก่อนอื่น ขออภัยสำหรับคนที่อ่านแล้ว เพราะว่าเราไปกดอะไรผิดแล้วมันก็หายไป... อ่านใหม่อีกรอบคงไม่เป็นไรนะ
ส่วน Theme ของอันเก่าก็ขอเปลี่ยนแล้วกัน รู้สึกว่าบ่นไปก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย ฉะนั้นก็กลับมาเป็นตัวเราที่คนอื่นเห็นดีกว่า
อ้อ ... ที่หายไปนานเนื่องจากว่า ลืม ไม่มีคำแก้ตัวดีกว่านี้แล้วหละ เพราะเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ค่อยว่าง (Colmubia) ถ้าว่างก็ไม่ค่อยทำ (แต่ยังมีเวลาอ่านเรื่องของเพื่อนนะ)
สำหรับคนที่มาเยี่ยมเยียนบ่อยๆไม่รู้สังเกตุหรือเปล่าว่า ทำไมชื่อ Blog ถึงเป็นภาษาอังกฤษตลอด ใครตอบได้จะทำอาหารไทยให้กิน (ไม่รับประกันความปลอดภัย)
เอาล่ะ งั้นก็ไปอ่านกันเลย !!! (รอมานานแล้วหละสิ คำนี้)
*****************************************
บรรยากาศที่โรงเรียนก็ยังดีเหมือนเดิม อย่างที่บอก ใบไม้เปลี่ยนสี แดง เขียว เหลือง อย่างกับไฟจราจร โปรยเต็มทุ่งข้าวสาลี แล้วก็บรื๋อ... กลายเป็นสีสันของช่วงเปลี่ยนฤดู
อากาศเปลี่ยนเช่นเคย ฝนมาก็หนาว ฝนหายก็เย็น ไม่รู้หิมะจะมาเมื่อไร
กะจะถ่ายรูปมาให้ดูนะ แต่ยังไม่ค่อยว่างแล้วก็มีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนั้น ก็รอแล้วกัน
10/13 Convocation - งานฉลองโรงเรียนครบรอบ 130 ปี (ใกล้กับสวนกุหลาบเลย) ที่แปลกคือเพิ่งรู้ว่ามีงานนี้ตอนวันงานเนี่ยแหละ... (ตอนแรกอ่านนึกว่าแค่ Parent Weekend ที่เพื่อนๆถามว่าที่บ้านจะมามั้ย)
ที่พิเศษก็คือ ได้ขึ้นไปร้องเพลง! ดูเราร้องเพลงนี่คงจะหายากหน่อย ก็ไม่ใช่อะไรหรอก Choral Music ที่ลงไปน่ะ ก็ไปร้องประสานเสียงกันบนเวที ก็เพราะดีนะ เพราะเราไม่ได้ยินเสียงตัวเอง
ไม่รู้เรื่องกับเค้าหรอก ได้ดำน้ำมาเดือนกว่าๆเอง แต่ก็โอเคที่ยังรอดมาได้
เรื่องเรียน รู้สึกว่าสบายเกินเหตุ ขี้เกียจเหมือนตอนอยู่ไทยก็ยังผ่านมาได้เรื่อยๆ หนักวิชา U.S.History แหละที่มาเรียนใหม่เกือบหมด ที่เหลือก็ฮาๆ ชิวๆ
เกรดที่เพื่อนๆบ่นกันหนักกันหนา... ของเราไม่เห็นจะออกเลย สิ้นเดือนน่าจะรู้ผล (นี่ก็สิ้นเดือนแล้วนี่หว่า ไม่มาซักที)
อยู่ๆไปก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโรงเรียนนี้เค้าเครียดกันไม่เป็นเลยหรือไง เรียนนี้ก็สนุกดี การบ้านก็พอรับได้ (เลื่อนส่ง Essay มา 2 อาทิตย์เลยเนี่ย)
แต่ที่มันแย่ก็คื่อ เริ่มรู้สึกเฉื่อยๆแล้วหละ หนังสือ SAT TOEFL ก็เริ่มไม่ค่อยได้อ่าน
ที่นี่เค้ามี Math competition ให้เล่นด้วยแหละ สอบรอบแรกไปสองรายการ โจทย์ก็ง่ายแบบ ม.3 แต่แปลไม่ออกข้อนึง ไม่รู้ผิดเปล่า แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำน่ะ
ได้ Detention กับเค้าด้วยหละ! ก็ที่ไปสอบเลขมันทับ Co-curricular แล้วก็ไม่ได้ขอเค้าก่อนก็เลยต้องไปห้องสมุด 2 ชั่วโมง
Andrus ที่ไปทำ Community service ก็ยังเหมือนเดิม มีคุณลุงคุณยายน่ารัก เล่นโยนบอล, Domino, Word game แล้วก็ฟังเค้าคุย
อีกอันเป็นห้องสมุด ก็น่าเบื่อดี แต่เค้าให้แปะใบปลิวเลยไปเดินเที่ยวด้วยเลย เที่ยว Downtown ครั้งแรก (ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่ก็ได้มุมมองใหม่ๆ กับขนมมาตุนในห้อง)
SAT ฮ่าๆๆ คะแนนออกแล้ว เลขทำผิดข้อนึงอะแต่ไม่เครียดหรอก อย่างอื่นก็ ... สอบครั้งหน้าแล้วค่อยเอาคะแนนมาให้ดูแล้วกัน
คอมพิวเตอร์ในห้องที่เคยบ่นๆว่าเนตใช้ไม่ได้ ก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ ทั้งๆที่เพื่อนทั้งหอใช้กันได้แล้ว เอาคอมไปให้เค้าดูก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่รู้ว่าทำไม
ช่วงนี้เลยต้องยกคอมมานั่งเล่นใน Common room ก็ลำบากนะยกขึ้นลง แถมต้องมานั่ง Charge แบตใหม่
แต่แปลกดี พอมานั่ง Common room กลับได้คุยกับคนอื่นเยอะขึ้น เราก็นั่งของเราไปนะ แต่คนอื่นบางทีก็เค้ามาทัก มาดูเพื่อนใน Skype มาคุย รู้สึกดีกว่าในห้องตั้งเยอะ (แต่ถ้าเนตใข้ได้ก็คงหมกอยู่ในห้องนั่นแหละ)
ฮู้ ! ได้ใช้เสื้อหนาวที่ซื้อมาใหม่ซะที ที่บอกว่าราคาหลัก 100 นั่นหละ ก็ชอบดี อุ่นๆกว่าตัวเก่าที่มี
คนใน Campus ก็ดีนะ บางคนที่เราไม่ค่อยเจอหน้า แถมจำชื่อไม่ได้ ก็ยังทักเราถูกอีกแน่ะ (First คงเป็นชื่อที่จำง่าย) บางทีเวลานั่งคิดอะไรคนเดียวแล้วมีคนมาทักก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
เพื่อน Asain ก็ยังเฮฮากันเหมือนเดิม โชคดี(?)ที่มีเพื่อนคนนึงลงวิชาหลัก 5 วิชาเหมือนกันเป๊ะ ก็เลยได้เจอกันบ่อยมาก (เว้น Physical Education & Choral music)
เพื่อนคนที่บอกเป็นคนจีน มีตอนนึงนั่งกินข้าวกับอาจารย์อังกฤษ แล้วเค้าเล่าเรื่องตลกกัน
เราก็คิดถึงคำถามที่ว่า "จะเอาช้างเข้าตู้เย็นต้องทำไง" แล้วก็ต่อๆไปน่ะ
ปรากฎว่ารู้ตัวอีกที เพื่อนคนนั้นก็เอาคำถามเนี้ยเลย ถามอาจารย์พอดี (Coincidence มากๆ) ทำให้ได้รู้ว่าที่จีนก็มีมุขงี้ด้วย...
อาจารย์ที่บอกว่าพูดไทยได้ ก็ไม่ค่อยได้พูดกับเค้าเลย เค้าไปสอน Freshmen
แล้วก็มีอาจารย์อีกคนนึง เค้าบอกว่าจะไปไทยเลยมาถามข้อมูลจากเรา
ที่ฮาคือ ตอนนั้นเดินอยู่บน Hallway
"Can I ask you a question?"
"No" แล้วก็เดินไป (ได้ยืนประมาณว่า Do you have a question?)
ฮามั้ย?
เหมือนกับว่าเค้าจะถามอะไรเรา แล้วเราตอบว่าไม่ได้แล้วก็เดินหนีไป เค้าคงช๊อคน่าดู (แต่เค้าถามอีกที เราก็เดินกลับมาคุยนะ)
ที่นี่เค้ามีรณรงค์คล้ายๆเมาไม่ขับด้วย แต่ที่ดูยิ่งใหญ่คือมีโบว์แดงรอบโรงเรียน ผูกต้นไม้แถมมีริบบิ้นติดเสื้อให้อีก
เหตุการณ์ที่กำลังจะมีก็ Halloween !!! ดูยื่งใหญ่อีกแล้ว
เพิ่งรู้ว่าเค้าทำกับเป็นหลักการมาก มีการ Assign ให้อาจารย์แต่งตัวตามที่บอก ส่วนนักเรียนก็มี Theme อย่าง Senior ก็เป็น Comic
จากใบไม้ร่วง ก็เลยมีสีส้มของฟักทองเข้ามาเเซมด้วย
*********************************************
Columbia เกือบลืมแน่ะ
ไม่มีปัญหาอะไร เพราะไปเป็นรอบที่ 2 (หมูหวานเค้า 3 เลยอะ)
ครั้งนี้เจอเพื่อนกลุ่มใหม่ Gim Paan Mink Juang Muwan
นอนห้องเดิม ที่มีมุมให้กลิ้งตกตึกด้วย กับพี่นพ พี่เซ้นท์เหมือนเดิม
คราวนี้ไปไม่ค่อยได้ทำอะไร ไปแค่วันนิดๆเอง เพื่อนๆเค้ามี Long weekend กัน คนอื่นก็ถามกันว่ามาทำไมเนี่ย เราก็ตอบไปว่าไม่รู้...
เจอจวงกับหมูหวานที่ร้านก๋วยเตี๋ยว (ร้านอาหารจีนนั่นหละ แต่สั่งแต่บะหมี่)
เม้าท์กันซะแบบเก็บกดมาก เราก็ได้แต่นั่งฟัง
ป่านก็ยังมามาดเดิม อารมณ์เดิม ขอบคุณสำหรับเพลงมากๆ
มิ้ง กับ กิม ก็เหมือนเดิม มิ้งเค้า อุตส่าห์ถ่อมาจากอีกหอเพื่อมาเล่นไพ่ ... (ไปๆมาๆไม่ได้ครบ 4ขาอะ กิมเค้าไม่ว่าง)
ตกดึกอารมณ์เหงาหรืออะไรก็ไม่ทราบ Skype กับตี๋แล้วก็เล่นทายเพลง เปิดเพลงท่อนต้นแล้วทายชื่อ (ครองแชมป์อยู่ด้วยนะ)
ไม่มีอะไรทำก็ชวนตี๋ (คนเดิม) เล่นไพ่ผ่าน Skype หัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนที่เคยทำอะไรแปลกตอน Brewster
อีกวันก็ไม่ได้ทำอะไร พาเพื่อนเดินหลงทางในเมืองเล่นแล้วก็กลับ
บอกไว้ว่าจะกลับ 6.30 ถึงจริงก็ 7.15 แต่อาจารย์ก็ใจดีดีนะ ไม่ว่าซักคำ Welcome back อีกต่างหาก (The Masters School ก็งี้แหละ)
ตอนเดินกลับน่ากลัวมา เดินขึ้นเขาแบบมืดจัด ไม่รู้ว่ากลิ่งตกเขาแล้วจะเป็นไร เคยกลัวผึนะ แต่ไม่เป็นไรเพราะเราไม่รู้จักผีฝรั่ง 555 (ถึงเจอก็ฟังไม่รู้เรื่อง)
กลับมาถึง ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าไปทำไม ยังไงก็ตาม อาทิตย์หน้าไปอีกหละ แต่ครั้งนี้ไปสอบ TOEFL นะ (พี่เค้าบ่นว่าเดี๋ยวก็คงเป็น Guidetour ได้)
*********************************************
ท้าวความจากกลอนก่อน ก็ไม่ได้อะไรมากมายนะ แค่รู้สึกว่าอยากแต่งกลอน แล้วก็เป็นคนชอบอยู่แล้วด้วย
ส่วนอะไรที่เคยบ่นๆไว้ในบทความก่อนๆก็ลืมไปได้แล้วหละ หายดีแล้ว ก็แค่ปรับตัวกับอะไรใหม่ๆนิดหน่อย ตอนนี้ก็ชินแล้ว
แปลกดีนะ ที่รู้สึกว่าการมาที่นี่แล้วทำให้เรานึกอะไรเก่าๆได้ตั้งเยอะ เป็นเรื่องที่ใกล้ๆตัวที่ตอนอยู่ไทยไม่เคยคิดถึง
ไม่รู้สินะ ไม่ได้ใช่ว่าเศร้าหรอก แต่เหมือนเป็นอะไรที่นึกแล้วทำให้เรายิ้มได้มากกว่า
ยกตัวอย่างไม่ได้หรอก เพราะว่ามันเป็นเรื่องเล็กมาก ที่ไม่นานก็ลืมแล้ว แต่ถ้ามีอะไรที่เกี่่ยวข้องมาให้เห็นก็เหมือนจะไปคนตะกอนที่ตกค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกคนก็น่าจะเคยเป็นแหละ แต่บางทีนึกไปแล้วเกิดความคิดถึง เกิดความอาลัย แล้วก็เป็นความเศร้า ความเสียดาย
เราอาจจะคนแก้วน้ำให้ตะกอนลอยขี้นมาได้ แต่บางทีมันก็เล็กเกินกว่าที่เราจะตักมาเก็บได้
เราทำได้แค่นั่งมองดูตะกอนเล็กๆ หมุนวนไปมาในแก้ว แล้วก็จมกลับไปเป็นตะกอนใหม่
มันดูเศร้านะ ที่เราไม่สามารถจะเก็บมันไว้ให้ลอยอยู่นานๆได้ หรือถ้าจะทำจริงเราก็คงเหนื่อยเกินกว่าที่จะคนให้มันอยู่อย่างนั้นไปเรื่อย
ไม่เห็นจะเป็นไรเลย มันก็ยังทับถมรออยู่ที่ใต้น้ำ รอให้ผ่านเวลาไป และจะมีอะไรมากระตุ้นไปสู่ผิวน้ำอีกครั้ง
ถึงบางอย่างอาจจะหายไป แต่ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก ก็แค่ละลายไปในน้ำ เราอาจจะมองไม่เห็น แต่ก็รู้ได้ว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของน้ำไปแล้ว
แต่ทุกอย่างในแก้วนั้น ก็คงจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ความทรงจำ"
ชีวิตก็คงเหมือนกับการเติมอะไรลงไปในแก้วน้ำของเรา
บางอย่างก็ลอยให้เห็น บางอย่างก็ค่อยๆจมทีละน้อย บางอย่างก็จมหายไปทันที
เราอาจจะมีความสุขกับการคนแก้วน้ำ แล้วค่อยๆมองตะกอนเก่าที่หายไปในวันเวลาผุดขึ้นมาเรื่อยๆ
การคนแก้วน้ำบางทีก็ดีนะ เพราะอาจทำให้เราได้เห็นอะไรเก่าๆ ที่ถูกสิ่งอื่นทับถมจนมองไม่เห็น
น่าจะดีกว่านี้ ถ้าเรารู้จักหาอะไรใหม่ๆมาใส่ในแก้วน้ำ หาอะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิต
แน่นอนว่าถ้าเราใส่สิ่งเดิมๆ มันก็จะทำให้สิ่งนั้นมีมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความหลากหลายขึ้น บางทีอาจจะทำให้ดูมากเกินจำเป็นด้วยซ้ำ บางทีก็อาจดูน่าเบื่อ
คงจะดูลำบากกับการหาอะไรใหม่ๆมาใส่ เพราะคำว่า "ใหม่" หมายถึงสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน
บางสิ่งก็ใหม่มาก จนเราอาจไม่รู้ว่าใส่ไปแล้วมันจะเป็นยังไง จะละลายหรือเปล่า จะจมหายไปเลยหรือเปล่า จะไปรวมตัวกับอะไรอีกหรือเปล่า
ก็น่าสนุกนะ กับการทำอะไรที่เราไม่รู้จักแล้วรอดูว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง ก็เหมือนกับการทดลองนั่นหละ ที่ถ้าผลลัพธ์ออกมาพอใจก็จะเรียกว่า "ความสำเร็จ"
แต่ขีวิตไม่ได้ง่ายดาย บางอย่างที่เราใส่ไปอาจจะละลายไปแล้วกลายเป็นสีดำที่ไม่สามารถจะล้างออกได้
... ยังไงก็ตาม ก็คงดีกว่าการที่ไม่ทำอะไร แล้วนั่งมองแก้วน้ำใบเดิม กับอะไรเดิมๆ แล้วนั่งเสียใจกับอะไรที่จับไม่ได้
สำหรับเราตอนนี้...
ก็คงกำลังหาอะไรใหม่ๆมาใส่แก้วน้ำในเก่าที่สีหม่นๆอยู่ล่ะมั้ง แล้วก็รอให้เวลาผ่านไปที่จะทำให้สิ่งต่างๆหล่อหลอมรวมกันเป็นรูปเป็นร่าง หวังว่ามันจะเปลี่ยนสี และเพิ่มสีสันให้กับแก้วใบเดิม
เธอล่ะ หาอะไรใหม่ๆมาใส่แก้วน้ำหรือยัง? October 14 A Leave on the roadToday I feel like composing poem for some reason, so here it is.
Please leave some comment.
For Jepp : I edit the last paragraph for you :)
For P'Jed : about 3 hours as first thought writing
ถนนหนึ่งสาย กับใบไม้เปลี่ยนสี
ในดินแดนที่ใบไม้ได้เปลี่ยนสี
ในห้องนอนที่มีแต่ตัวฉัน
ในเวลาบ่ายๆเช่นทุกวัน
ในอากาศหนาวสั่นที่ผ่านมา
จากครอบครัวที่เคยอยู่ทั้งชีวิต
จากเพื่อนมิตรร่วมโรงเรียนร่วมศีกษา
จากคนรักเข้าใจเราทุกเวลา
จากครูบาที่เคี่ยวเราจนได้ดี
สู่ดินแดนเสรีที่ใฝ่ฝัน
สู่สีสันของโลกใหม่ในวันนี้
สู่เส้นทางอนาคตที่เรามี
สู่หน้าที่การเรียนการวิชา
แต่ที่มีตอนนี้คือความเหงา
แต่ที่เราเป็นอยู่คือเหนื่อยล้า
แต่ที่เห็นกลายเป็นภาพลวงตา
แต่ที่คว้าคือว่างเปล่าในกำมือ
จะต้องอยู่คนเดียวอีกนานไหม
จะต้องเดินต่อไปอีกแล้วหรือ
จะขอพักสักหน่อยมิได้ฤา
จะต้องถือความคาดหวังนานเท่าใด
เมื่อชีวิตของเราเรากำหนด
เมื่ออนาคตของเราเราวาดไว้
เมื่อปัจจุบันยังมีลมหายใจ
เมื่ออดีตล่วงลับไปวันวาน
เราก็รู้ว่าเส้นทางไม่ราบรื่น
เราก็เห็นว่าต้องฝืนจิตสังขาร
เราก็พบความเปลี่ยนแปลงจากวันวาน
เราก็ผ่านชีวิตมาตั้งเท่าใด
ถ้าเหนื่อยนักก็พักผ่อนนอนสักเดี๋ยว
ถ้าโดดเดี่ยวก็หาเพื่อนมาคุยได้
ถ้าไม่เก่งเท่าคนอื่นช่างปะไร
ถ้าทุกข์ใจก็ระบายให้ใครฟัง
ก็เราเป็นแค่คนธรรมดา
ก็เราเลือกจะค้นหาสิ่งที่หวัง
ก็เราเพิ่งเริ่มเดินทางจากชายฝั่ง
ก็เรายังเยาว์วัยในความจริง
ผ่านการเรียนได้ความรู้ที่ศึกษา
ผ่านเวลาประสบการณ์จะแกร่งยิ่ง
ผ่านมรสุมจะเห็นรุ้งที่พาดพิง
ผ่านทุกสิ่งความสำเร็จจะตามมา
ขอแค่เธออย่าหยุดความใฝ่ฝัน
ขอแค่เธออย่าเปลี่ยนผันทางข้างหน้า
ขอแค่เธออย่าท้อรอเวลา
ขอแค่เธออย่าคิดว่าทำไมไหว
เธอยังมีเพื่อนร่วมทางสร้างความสุข
เธอยังมีเพื่อนร่วมทุกข์ยามเจ็บไข้
เธอยังมีเพื่อนแบ่งปันกำลังใจ
เธอยังมีเพื่อนมากมายร่วมเดินทาง
อาจผิดหวังแต่ใครหละไม่เคยพบ
อาจจะหลบปัญหาที่หนักบ้าง
อาจจะนานกว่าจะไปถึงปลายทาง
อาจไม่เห็นแสงสว่างที่อยู่ไกล
เชื่อเถอะว่าพรุ่งนี้มีอีกวัน
เชื่อเถอะว่าความฝันนั้นคว้าได้
เชื่อเถอะว่าสิ่งร้ายร้ายจะผ่านไป
เชื่อมั่นในตัวเองแค่นั้นพอ
แล้วจะเห็นคุณค่าของชีวิต
แล้วจะรู้ว่าคิดผิดที่เคยท้อ
แล้วจะพบความสำเร็จที่เฝ้ารอ
แล้วจะสุขเมื่อคำขอเป็นจริงพลัน
........................................................
ในดินแดนเหล่าใบไม้โรยร่วงหล่น
ในห้องนอนกับตัวตนกับความฝัน
ในเวลาอนาคตปัจจุบัน
ในเส้นทางที่ฉันจะก้าวไป October 11 Survey @ Columbia< Sat 6th >
Sat = SAT ... nothing to mention about the test. I did not finish essay, did not read all of the excerpt, and did not do every questions. However, I hope I will get full score in MATH (hopefully) 4 sections of math is very relaxed for me. Hastily having lunch and packing every important things in my bag, I walked fast to the train station (10 minutes, but it is better than never). I stayed at Penn station for an hour because I had no phone and anyone else did not arrive yet. No Taft students waited for me ... I knew later that they directly went to Columbia :( Calling P'or and Muwan, I finally took the subway to Columbia. [Yeah! I met another TS.] At Columbia, I still waited for Taft students. P'P' were all "Vi-Krit" and concentrated at their homework so I had to played computer for an hour (played Go and Facebook). Eventually, there came a boy and a girl. For people who did not know who they were, Gor & Ploy. I pretended to not see them and looked over to find my friends ... Someone could imagine my action. I went up to P'Saint's and P'Nop's room and dropped my big bag pack. Talking about new life in Prep school for a while and hanging out to NYC with P'Whan. We waited P'Po and had chinese food together. 4 $ was very cheap for a meal in New York City. The food was not too bad but the service was not good enough. We talked a lot in THAI !!! about school, college, life, SAT (hur...) , etc. We met some Thai students aftet dinner and left to tour the town. I had ever been in NYC once but not at night. I wondered whether people here slept or not, the town was active as afternoon. P' brought us to Chinese market but it immediately closed when we stood in front of it (someone locked the door when we tried to open it) so we hanged around instead. Because Ploy wanted new shin guard (old one was melt in the drying machine), we surveyed the sport shop. Somewhere [...] had many game machines > soccer, football, hockey, basketball, bowling, fishing, golf, pingpong, racing, kayaking, shooting ... Most of them were very new for me. I returned to the dorm and rested for a while, talking wiht Gor and plying Yathzee machine (dice game). I did not bring my laptop so I decided to lie on the bed and flow my thought. P'Saint felt hungry ... we went to have meal (How can I call the meal at midnight?) Fortunately, we met the girl group (P'Pim, P'Ae, P'Whan, Ploy > stay in far-away dorm) that sat and slurped the noodle. I entered the restaurant and hid behind the chair. Ploy talked to P'Saint, turned aroud and was jumped a little bit when she saw us (Gor+me) [She said she did not want us to see her eating up a big bowl noodle] Midnight menu was Red-Pork with [kyuo] Noodle. Delicious as chinese noodle. 8$ ... (Never change it in Baht) < Sun 7th > Woke up so late ... Gor who planned to tour college in the morning changed his mind. P'P' bought us bubble tea and had lunch (+breakfast) at Asain reataurant. I had "Kor-Moo-Yang", it was not really but it looked and tasted like. Gor immediately went to U Penn after lunch. He booked the bus at 2.00 and he left Columbia 2.00. I wondered why he was on time. We went to NYC again (P'Nop, Ploy and me). Going to Thai market (small shop like Famly mart with Pocky, Mama, Canned fish, Thai snack, Thai newspaper, Boom, etc.with Thai songs playing along) I paid for Mama, fish, snack, and tea. [Don't try to change the price to Baht again] Continue walking, I saw Thai restaurant labeled Thai language "Pong-sri". [nothing, just showed that there was Thai restaurant] Next destination was Chinese market, bigger with a lot of food (especially snacks). Soho, something like that, like MBK that a lot of shops laid along the road.
For me, I had nothing to buy.
For Ploy, she complained that she wanted new pants for dress code so we visited 2-3 shops to get her pants (and something else).
The last thing we bought was the first thing we seeked ... shin guard ...
Dinner (in some unusuall time) was Korean food, close to Columbia.
Wait for a long time to get seats ... to order ... to get food ... They gave us the wrong menu and I also switched my plate...
We send gals to the dorm and called a day. P'P' obsessed with homework again. I had nothing to do but slept.
<Sun 8th>
P'Kun had class today so I decided to join Chemistry class. In case I could wake up...
I woke up ... and backed to the ground..z..2..Z..
I got up again about noon when P'Nop called me to have lunch.
This was very special meal since I had been at Columbia ... Dining Hall !!! So excited.
Much food did not mean more delicious.
Food was not bad but was not impressive as Bowdoin.
You could see picture on facebook ... (I will add them to picasaweb later). Dining hall looked luxurious and old.
P'Whan would have Math class at 2.40 so I (we) had 2 more hours to tour Columbia.
We started walking around on the last day (what's a good plan!)
Ploy and I wandered around the college. It was not too large to see everything in an hour.
We walked, talked, laughed, and took a photo. So happy.
We ended up at P'Nop room to nerd (Reading homework...) then P'Whan came to pick us.
P'Whan asked why I came to visit here ?
Why? I thought meeting friends was reasonable. Visiting Columbia was incidental because I could come any weekend.
At Math class, we took Calculus that was very basic (Cal AB); However, I got new proof about theory ^^.
Class wsa quite haste as P'Whan said. We went through to differentiable&Continuous in an hour.
Ploy, who picked reading to read in class, changed to learn (so she had to nerd to finish it that night...)
I just knew that she liked about proving math too... not many people was a kind like me 555
Time up... I had to return to school, so sad. Hope to have more day off too.
I arrived late and had to wait 20 minutes for next train. I also got a wrong ticket and had to pay extra money to fix it...
In conclusion, this was the awesome trip.
Although P'P' were all busy, he brought us to tour around the city and have a good (almost) meal [At least better than Dining hall] and treated us very well.
I spoke Thai Yes!!! 1 month for english exclude Skpe...
I saw Columbia and quite interested in Piano course [free].
I met another Thai Scholars Yes !!! I saw no Thai for a month too. [Taft boy and girl]
I were relaxed from homework (although I still did not finish homework).
The most important thing, I assured something very important that I still be a little bit ambivalent for a while ... 3 more months.
Cheer Columbia !!!
PS:Today teacher asked me to say full name of Bangkok. Everyone was very excited and requested me to say it 2 more times...
PS2: I may go to Columbia again next week with new companians, Paan Gim Mink > Card group !
Sorry for draining your eyes' energy. It may waste your valuable time.
How am I now? Don't worry. I just get new thing to explore in the life and don't know the direction next. Time will bring and make everything. September 27 New york's news3 weeks passes very fast. I cannot find a good introduction. So, I will describe my school now. Anyway, I prefer Thai because it communicate my feeling better than Eng.
อ่าฮ้า !!! ชีวิตก็ไม่มีอะไรมากมาย เริ่มปรับตัวได้แล้ว เพื่อนๆก็ดี ทักกันบ่อยๆ บางคนเจอกันครั้งสองครั้งก็ยังทัก ไม่รู้เพราะมีคำว่า Thai Schoalr แขวนคออยุ่หรือเปล่า บางวันง่วงๆเบื่อๆนั่งกินข้าวคนเดียว ก็มีคนอื่นมาทัก มานั่งด้วย ถึงเราจะยังคุยไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะ ก็ยังมาชวนคุยกัน บรรยากาศก็ดี ต้นไม้เยอะ สวนใหญ่ กระรอกเดินกันให้ว่อนเลย เดินกลับหอก็เหนื่อยหน่อย ประมาณว่าขึ้นเขา (เขาจริงๆ เดี๋ยวคงมีภาพมาให้ดู) อาหารก็ถือว่าอร่อย (อร่อยกว่า Brewster แล้วกัน) บางทีก็มีข้าวผัด เปาะเปี้ย (เพื่อนจีนบอกมันเหมือน hotdog มากกว่า อันใหญ่มาก) มีไอศกรีมทุกวัน มีซุปอุ่นๆ สลัดก็ดีถึงจะเย็นเจี๋ยบก็เหอะ ห้องนอนก็เหมือนเดิม ยังโหวงๆ บ่นนิดหน่อยว่าอยู่ๆเนตก็เน่าไป 3 วัน ไม่รู้จะใช้ได้เมื่อไร (หนีมาเขียนบลอกห้องสมุด) กฎก็ไม่ค่อยเรื่องมาก อยากไปไหนก็โทรบอกไม่ก็ลงชื่อไว้ ไปไหนก็ได้กลับให้ทันก็พอ ตัดเนตเที่ยงคืนไม่ก็ตีหนึ่ง Webcam MSN เค้าไม่ให้ แต่ Skype ก็โอเค ทักทายกันมาได้ตลอด ****************************************************************************************** Academic !!! เรียนวันละ 5 6 6 4 5 คาบตามลำดับ คาบละชั่วโมง รู้สึกว่าไม่มากแต่ก็มีคนบ่นว่าเยอะ AP Calculus BC - ไม่ยาก แต่งงกับศัพท์ใหม่อย่าง Local linearity, Secant line, A.P. คลาสก็ไปเร็วดี ถึงตรีโกณแล้ว (ที่ไทยไม่ได้เรียนไปด้วย) อาจารย์ก็สอนสนุกดี อัดโจทย์ๆ มีวันนึงให้โยนบอลเล่น ใครรับบอลของอาจารย์ให้ตอบ derivative ที่อาจารย์ถาม ดูฮาๆดี เพื่อนๆก็ Active มาก บรรยากาศน่าเรียน AP Physics B - สนุกเหมือนเรียนกับอาจารย์อาคม โจทย์แปลกๆ แล้วก็ให้เล่น Lab ได้รู้จักขอเล่นอย่าง Air track ที่มีลมเย็นๆเป่าหน้า การบ้านก็สนุกๆ ทำในเวบแล้วก็ตรวจคำตอบเสร็จสรรพ U.S.History – เจอการบ้าน Essay 2-3 หน้าเข้าไป นั่งทำทั้งวันเลย เหนื่อยมาก ในคาบก็นั่งฟังเกือบทั้งคาบ บางวันที่มี 2 คาบติดก็มีดูหนัง ฟังเพลง (จริงๆ) การบ้านอ่านก็ไม่มากมายเท่าบางโรงเรียน Language Art III – คาบนี้เฮฮามาก อาจารย์ก็ฮา เพื่อนเกาหลีกับจีนก็ฮา คุยหัวเราะกันทั้งคาบ เรียน Tense, Vocab, Grammar ชิวๆ (แต่คงไม่ชิวตอนสอบ SAT) Advanced Literature&Composition – ฮาเช่นเคย อาจารย์คนเดิม เพื่อนเกือบๆกลุ่มเดิม อ่านหนังสือ “The Catcher in the rye” แล้วก็มา Discuss กัน เพื่อน Asian ก็ปล่อยมุขทั้งคาบ อาจารย์ก็เล่นด้วย Choral Music – คิดว่าเค้าจะสอน พอเข้าห้องไปคาบแรกก็แจกโน้ตแล้วก็ร้องเลย ก็ดำน้ำตามไป (ภาษาอังกฤษ+แอฟริกาอีกแน่ะ) ก็ได้ฟังเปียโนกับเพื่อนๆร้องเพลง ถือว่าคลายเครียด (ถ้ามีสอบนี่คงเครียดแทน) P.E. – มันมาจาก Physical Education แปลเป็นไทยก็คาบพลศึกษานี่แหละ วิ่ง เตะบอล เงียบๆหน่อยเพราะมีอยู่ 8 คน ครูสอนก็มีสำเนียงแปลกๆ (อุตส่าห์เล่นมุขตอนเชคชื่อ > First, second, third …) Co-Curricular – กะว่าจะลงกีฬาเพื่อสุขภาพ แต่เปลี่ยนใจไป Community service แทน จริงๆคือกะว่า CS นี่จะมีคาบน้อยกว่ากีฬา แต่ดันลืมบวกคาบ P.E. ที่ทุกคนต้องมี กลายเป็นว่าได้เพิ่มมาคาบนึงซะนี่) งานก็มีทำห้องสมุดที่ไม่ใช่ในโรงเรียน กับไปดูแลผู้สูงอายุ ไปวันแรกรู้สึกว่าเลือกผิด เพราะนิสัยส่วนตัวที่ไม่ค่อยชอบชวนคนอื่นคุยเท่าไร พอต้องไปชวนเค้าคุยก็เลยรู้สึกไม่มีอะไรคุย ไปยืนเงียบๆแล้วก็รู้สึกแย่ หลังๆเริ่มดีขึ้นนิดนึง ไปเจอคุณยาย (เรียกยายแล้วกัน) ที่คุยเก่งมาก มาจาก Scotland เค้าชอบชวนให้ไปเที่ยว บอกว่าสวยงามดี คนเป็นมิตร แล้วก็ Accent ดีอะไรหลายๆอย่าง แล้วเค้าชอบให้ปรัขญาชีวิตประมาณว่า ทำงานเยอะๆจะได้ดูแลครอบครัว เป็นยายที่น่ารักมาก ได้คุยกับคุณยายอีกคน คุยเก่งมาก แถมบอกให้เราไม่ต้องดูแลเค้า ไปเดินเล่นก็ได้เค้าไม่หนีไปไหนหรอก (ฮา) บางทีก็ไปโยนบอลกลมๆเล่น โยนไปมา ได้คุยกับเค้า (จริงๆก็คือฟังเค้าเล่า) แล้วได้อะไรหลายอย่าง เค้าว่าเราโชคดีมีโอกาสทำอะไรได้อีกเยอะ ฟังแล้วก็รู้สึกดีที่เค้าพยายามจะถ่ายทอดประสบการณ๋ของเค้าให้เราฟัง ก็ยังอึดอัดนิดๆที่ยังฟังเค้าไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้นหละ ********************************************************************************************** เรื่องจิปาถะ (แบบว่าจัดเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้) - วันหยุดดึกๆ เค้าจะมีเปิดหนังใน Common room แล้วก็มีขนมฟรีกิน - ห้องครัวหรูอะ แต่ไม่ได้ใช้ให้คุ้ม เสียดายแทนเพื่อนบางคนที่ไม่มีครัว - ซื้อหนังสือ Numbers behind Numb3rs มาแล้ว!!! ยังไม่ได้อ่านหรอก รอว่างๆแล้วกัน - ใต้โรงอาหารมีโต๊ะปิงปอง พูล แล้ววันนี้เค้าเอาตู้เกมกับโต๊ะฮอกกี้มาตั้ง อิจฉามั้ย (ไม่หรอ?) - อากาศแปรปรวนนิดๆ ร้อนๆ หนาวๆ ฝนๆ รอหิมะมาก่อนเถอะแล้วจะหนาว - Math competition เดือนหน้า ชักเริ่มคันไม้คันมือ หวังว่าคงจะมีข่าวดีมาเล่า - วันนึงนั่งอ่านโจทย์ HMMT แล้วเพื่อนนึกไงไม่รู้เดินเข้าห้องมาดู แล้วตอนไปกินข้าวก็เอาไปเล่าว่าเป็น Genius ดีใจดีหรือเปล่าไม่รู้ - ถึงจะไม่มีคนไทย แต่ที่นี่ก็มีอะไรที่คิดว่าโรงเรียนอื่นคงหายากหลายอย่าง - อาจารย์ฝรั่งที่พูดไทยได้ - อาจารย์ฝรั่งที่มาให้เราสอนไทย - เพื่อนที่เอาภาษาไทยมาให้เราแปล (จากรุ่นพี่ปีก่อนเนี่ยแหละ) - ธงไทยแขวนอยู่ใน Theatre (แปลกมั้ย?) - เพื่อนหลายคนมาก ที่เคยไปไทย กับบางคนที่บอกขอบอาหารไทย (อันนี้คงเยอะแยะ) - เพื่อนที่ชอบพูด “ช้างกูอยู่ไหน !” - อาจารย์ตัดเค้กวันเกิดคนอื่นมาให้เรา ชิ้นค่อนข้างใหญ่ แล้วบอกว่าเพราะว่าเป็นไทยสกอล่า (อันนี้เค้าล้อเล่น) - อยู่นี่แรกๆขี้ลืม ลืมการบ้าน 3-4 ตัว ลืมนัดกับ Advisor ลืมเคริ่องคิดเลข ซักผ้าลืมใส่น้ำยา - มีแต่คนบอกชื่อเล่นเรา Cool แต่เรารู้สึกว่าหูแว่วบ่อยเพราะชื่อนี้เนี่ยแหละ (บอกว่ากล่องที่เขียนว่า First Cool มาก !?! ) September 14 14 againNothing.
Just remind that today is the third month here.
3 months ... 1/4 of this journey.
Did I change?
Yes, a lot. How? I do not know too much.
Height does not change. Weight commonly increases. Skin is burnt a little bit from Recreation.
Inside? Friendship from everyone can tell how they evaluate me.
I am amazed by someone who tells me that I am "good at sport, responsible, calm, awareness, well-managed, strong mind"
Yes, I am amazed. They are different from friendship in high school. Something I think it is false and something is not totally true.
I remember that we can divide whatever about yourself to 4 groups.
I know, you know - Public (funny, quite tall, optimistic)
I know, you don't know - Secret (... it is secret. maybe someone already knows. maybe I can tell you later)
I don't know, you know - Blindspot (everything in "..." above)
I don't know, you don't know - Inconsciousness
What does it tell me? I think it shows me much about my blindspot, in my friendship.
3 months affects me a lot, enlarge my vision toward myself in something that I look over or don't mind.
How about 1 years? Maybe I will be fat. Maybe I will be bully. Maybe I will be anything. Maybe I will be back as before I take off from airport.
The impressive word from slideshow of TS50
"Live is a journey, enjoy ride" September 13 Long story #1[ Sep 2 ] Free day for other TS in campus but a busy day for me & New. Put everything in 2 bags was not easy. I felt quite wonder when weight rose a lot. Yellow shirt from the first week. Brewster shirt for a great student. Sweather from Huggin hospital fair. Mama from Idiom quiz. Pen from Tufts visiting. Snack and clock from roommate. Facebook... Friendship... The quickest 11 weeks flew away left only memory in this place. Eating icecream at night in a cold weather was not a good idea. But that was only one and last chance to hang out with almost friends, in the first day that saw the star clearly beside the lake. Familiar farewell began. Same circumstance. Different person. Different feeling. Feeling well because there was no tear. Despite nostalgic, the way to go appeared obviously. Like I said, the first day in USA was totally different from the last day. Thank you for everyone who talked, commented, satired, blessed or anything else for me in that night. ... [Applaud] ... [Sep 3] Continued writing friendship. 4 hours was not enough to complete 35 papers. Went to have breakfast. Friends still sat and smiled on that table. Everything was going on in the same way. Gave souvenier to Chris and Mr.Rorke, checked stuff last time and brought everything to the van. Familiar situation happened again. Different again. Say goodbye till everyone disappeared. Sit silently in the van with New.... New airport but not excited. Said goodbye to New, said goodbye to Rob, said goodbye to Megann.... --------------------------------------------------------------------------------------------------------- Picked up the bags to the van. Lisa, who picked me up, pointed to the Hudson river, Bridge, castle. Discovered new school "The Masters school" Building was a little bit different from a phampet and a picture. Went to a dorm. proctor helped me to lifted my stuff to the third floor. The first things that I saw ... 4 boxes labeled my name!!!Room was smaller than Brewster because it was a single room. However, it was too big to live alone... (Song: Write to people on the sky) New dorm was "Strong" dorm with muscle man symbol on a shirt. Dorm used key (like infared) to get in. Hi-tech somehow. First dinner in new dining hall. I sat with some group. They asked my name >First<. "Are you Thai scholar?" Wow! they knew me. They said that TS usually had name like "Bird" "Bobby" "Taa" "Chon" and talked about Thailand. It was OK to not wat alone in the first meal. I joined soccer with them too althoug I could only ran around and split on the ground. Unpakced everything and called a day on the a new soft bed. [ Sep 4] Registry day was busy. I did not know anything. Just followed someone, who I could not remember her name. Meeitng new people and practicing how to greet. Taking a photo. Giving passport and I-20. Learning how to use a new locker. Carrying textbooks (including Calculus) I was wonder when someone spoke Thai !!! Not friend but teacher <Ms.Cowhey> She talked Thai to me. Interesting !?! Everything new looked good. Introduction for new student was somehow fun. Walking around school. Playing game (shut eyes and walk with buddy, draw chaos picture). Getting Frisbee and Phi-shirt. Busy day passed quickly. [Sep 5] Free day. I decided to join trip to the Palisade Mall (like the mall). 30 minutes from campus, rural when compared with other prep school. I did not know anyone. Umm.. I went to Asian group and joined them. This mall was common, food court, Staple, Best buy, Target, Bed and Bath and Beyond, ice skate field, cinema (Common?) Finally, I got detergent, phone and napkin... This was not shopping trip, just discovering trip. I played shooting game no charge by a generous and friendly student (too, I didn't remeber his name). [Sep 6] First school day. Sad? Excited? Nervous? First period was physics class... Yeah! Asian class (most were asian). Calculus, US history, Language art, Literature. Listening english all day was not familiar. Everything was new. I registered co-curriculum as Community service (because it took me only 2 days a week) but I forget P.E. Ahhh.... I had extra P.E. 2 classes. First homework was 10 pages reading for history class. However, I had fun Calculus exercises. 3 days passed, began missing friends... [ Sep 8] First weekend. Playing soccer and capture the flag aa. Think about first capture the flag in my life at Brewster with TS50. ********************************************************************************** My first week finished. I get my sweater form L.L.Bean and friendship from Brewster. I join Math team :) It makes me very happy that I can join some competitions here.(most of members are Asain) Although I know a lot of material, Calculus class is very fun. Everyone discusses (except me) and it sounds interesting. Teacher is Ms.Bajrovic, who says "you take this course because you love math" and "that's why we take Calculus BC" - Physics B here is everything I have learned from Thailand. But I don't take higher (Physics C) because I don't want harder homework and I forget M.5-M.6 lessons. - Choral music. Ha Ha Haaaa... I have it once and it seems fun. - US History ... Too much reading. Teacher is nice. Ms.Wood's sound doesn't make me sleep and she makes it more interested. - Language art&literature. Mr.Cornigans has friends in Thailand and he had ever been in Thailand. So he asked me to teach him Thai. Interesting !?! * This school has a lot of squirrel walking around garden (more than Brewster). * We have Ping-pong table (However, I have never played) Soccer table in dorm. * Especially, we have kitchen in dorm !!! The good kitchen with everything. Sounds great. * Scaventure hunt in NYC !!! Miss everyone again :( but I don't like it much. It's more busy than Boston. * Dining hall is good. There are Asain food, ice-cream everday and better taste. However, cold salad is not good for me. * Computer is not Mac. * How can I write this long story? Today has no class for some reason. * Most people are friendly. I sit alone for meal and 3 times that someone joins my table. * P.E. seems not fun. I have to remember my locker combination. * Korean friends greet me like "Hi, First. I am second" "I am third" or sometimes says "Hi, my name is Bobby, Phumsiri" (funny sound) * My emotional first 5 days slightly decreased but it instantly raised when I got my friendship. --------------------------------------- Thank you everyone for reading my long long story Comment is acceptable here. So please comment to let me know how many people here ^^ --------------------------------------- September 10 The Masters SchoolThis is quite short because I write it in library. I have no laptop now. I will probably arrive next 2 weeks. So I will update full story here.
And this is quite late because I have no time to do it (weekend activity & new class)
I think I don't have a good beginning here.
No Laptop in room. Single room. Single TS. Telephone cord without telephone. Forget friendship at BA (But now it is in my room. Chris sends it to me Yeah!!! ).
I feel like the scene of farewell, beach, Stardust and everything @ BA do not finish yet. I feel quite alone in some day, sometimes and someone ("Jig-grew") Don't worry. I can laugh among new friends although I don't understand what they are talking about.
Asains are friendly. First meal I did't know anyone (Absolutely !!!!) I went to some table. They asked my name and they thought I were TS. I were amazed that why they knew. They said that TS usually had nickname like Bird, Taa, Chon :) Even though I didn't speak so much, my first meal was not alone.
I played Capture the flag, which reminded our first American game in the field in front of Sargent 1. I went to NYC for Scaventure hunt, which reminded the time in Boston with Mccailla and Thai food. I had Thai-shrimp in dining hall, which reminded me when we ate and laughed every evening. To build your feeling, open the song "Hed-Kerd-Jak-Kwam-Ngoa" along.
For more infomation, Contact my e-mail or facebook. Maybe I can find new telephone and get my computer to play MSN. August 29 Trip to MITเศร้ามาหลายๆ Entry แล้ว มาเปลี่ยนเป็นอะไรสนุกๆอย่างไปเที่ยวบ้าง ทุกวันพุธของสิงหา เค้าจะพาไปตะลอนเที่ยวมหาลัย เท่าที่ไปมาก็ Bowdoin Tuft Dartmouth แล้วทีนี้ก็ไปมหาลัยชื่อดัง Harvard&MIT เย้ เดินทางครั้งนี้มาแปลก เอารถใหญ่นั่งทีเดียว 40 กว่าคน ก็ดีไม่ต้องไปเดินหาคนขับอีก ตอนเช้าก็บรรยากาศเศร้านิดๆ เพราะรุ้งโดนโหวตออกไป Dana Hall ส่งกันสักพักก็แยกกัน หมอนพร้อม กล้องพร้อม อาหารเที่ยวพร้อม ไพ่พร้อม ขาไพ่ครบ คนขับมา ล้อหมุน ถึงที่หมาย Harvard มหาลัยอันดับต้นๆของที่นี่เค้า อายุก็แค่ 400 กว่าปี หลังไทยเสียกรุงครั้งแรกนิดเดียว ก็กว่้างๆดี อยู่ในเมือง นั่งฟังแล้วก็เดินไปมา พี่ๆใจดีพาเที่ยวอีกเช่นเคย ไม่มีอะไรมาก ก็เพราะว่าที่นี่ดีอยู่แล้ว แล้วเราก็คงเข้าไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลยเป็นเดินชมวิวซะมากกว่า วิวก็ดี สวนเยอะทั้งๆที่อยู่ในเมือง นั่งกินแซนด์วิชใต้ร่ม Ivy กินเสร็จก็เล่นไพ่ไปพลาง (ทำสถิติเล่นไพ่ทุกมหาลัยอยู่) ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ก็งมงายไม่แพ้ไทย เค้าว่ากันว่าใึครจับเท้ารูปปั้น John Harvard ผู้ก่อตั้งมหาลัย แล้วจะติด ส่วนเราก็เอามือออกห่างๆ แล้วก็ถ่ายรูปไว้ แบบว่าไกลเกินเอื้อม อิ่มเสร็จก็ไปที่MIT ต่อเลย ที่นี่เค้าล้อกันว่าย่อมาจาก Mahasarakarm Institute of Techonlogy (จริงๆเป็น Masschusett) นะ ตึกก็ใหญ่สมชื่อ เข้าไปหลับสักพักก็เดินทัวร์กับรุ่นพี่กว่า 20 คน แบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆแยกกันไป เดินไปถ่ายรูปข้างแม่น้ำสวยๆ ที่เขียวสะอาดไม่เหมือนบ้านเรา เดินไปเรื่อยๆก็คุยกัน เค้าก็เล่าให้ฟังว่าตึกที่นี่เค้าเรียงสมมาตร แล้วก็ใช้เลขแปลกๆ เรียกว่าเอกลักษณ์ก็ได้ สนามหญ้าเค้าก็มีรูปปั้นแนวๆ สวยดีแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ถ่านเน่ากระทันหัน ตึกที่นี่เด่นอีกอย่างตรงที่ทุกตึกเรียนเชื่อมใต้ดินกันหมด ที่มาที่เค้าลือกันก็คือ วิศวกรออกไปสูบบุหรี่ แล้วก็โดนขังนอนตึกตอนหน้าหนาว ก็เลยเชื่อมมันซะให้หมดจะได้ไม่พลาดอย่างเค้า (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) ตึกที่นี่ก้แนวไม่แพ้กัน ขออภัยที่ไม่มีภาพอีกแล้ว แบบว่าอะไรไม่รู้แย่งกันโผล่ขึ้นข้างบน ตอนเย็นกินข้าว อาหารไทยอีกแล้ว คราวนี้ก็ยังกะเพราะไก่กรอบเช่นเคย เพราะอันอืื่นไม่พื้นๆไป ก็กินไม่ได้ ตั้งวงถ่ายรูปรวมที่มีพี่ๆหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้าร่วมกล้องด้วย วิวหลังเป็นตึกใหญ่ๆที่ดูขลัง เจออะไรแปลกๆ ก็คืออยู่ๆก็มีพี่หน้าแปลกคนนึง วิ่งหน้าตั้งมาจากตึกพร้อมเสื้อเขียวๆเป้นกำ แล้วก้มีคนวิ่งหยิบตามๆกันมา แล้วบอกว่าฟรี เท่านั้นหละ สัญชาตญาณคนไทยเริ่มออก วิ่งกันหน้าตั้ง (เราก็วิ่งนะ) ไปหา และแล้วก็ได้มา เสื้อเขียว MIT จะดูดีมากถ้าไม่มีคำว่า Graduate ที่หมายถึงพวกโทเอก ติดมาด้่วย วันนี้ก็เหนื่อย แต่ได้กินอาหารไทย ได้เสื้อ ได้เที่ยว แล้วก็ได้หยุดเรียน 1 วัน *************************************************************** เรื่องอื่นๆที่อยากเล่าก็มีเรื่องคาบอังกฤษ แต่เป็นครูสอนเลข ก็เลยเอาของเล่นมาให้เล่น อย่างแรกก็ให้เราสุ่มเลขเยอะๆ แล้วเค้าก็ถอดรากที่เยอะๆให้ดู ก็ได้เลขที่ห่างไม่เดิน 1 ก็อึ้งกันนิดๆ แล้วเค้าก็ให้วิธีมา ก็เป็นวิธีประมาณที่ใช้ได้จริง ใครอยากรู้ลองถามได้นะ อีกอันก็วิธีหารากที่สองแบบในใจ ก็ใช้หลักการแล้วประมาณตอนจุดทศนิยม ใกล้เคียงอีกแล้ว ส่วนอีกอันที่ประทับใจมาก คือใช้กลทายใจ โดนใช้หลัก Combinatoric อย่างแรกเค้าเขียนเลข แล้วคว่ำไว้ที่มุมห้อง แล้วก็ให้เราจับไพ้ สุ่มเลข โยนเหรียญ ทอยเต๋า แล้วเอามาสุ่มถอดราก แล้วท้ายที่สุดก็ออกมาเป็นเลขที่เค้าคว่ำไว้ ทศนิยมถูก 5 ตำแหน่งเชียว นั่งงงทั้งห้อง ... ยกเว้นเรา สงสัยเราคงเป็นพวกแปลกแหละ นั่งจับผิด พอเจอก็นั่งยิ้ม ฟังเค้า Psycho คนอื่น หมดคาบ เพื่อนๆก็นั่งถกกันใหญ่ ว่าทำไง สุ่มเห็นๆ พอเราไปบอกเฉลยนี่ ร้องอ๋อกันเป็นแถว บ่นว่าโดนหลอก แต่วิธีเค้าเจ๋งจริง ซ่อนซะ 4-5 Tricks ได้ แต่เลขล้วนๆ สนุกจริงๆ รู้สึกเหมือนได้เคาะสนิมนิดๆ ************************************** Update: 08/30 - ขีวิตที่นี่ยังมีความสุขมาก มีอะไรกวนใจหน่อยแต่ก็ยังมีความสุขได้ - ประจาณตัวเองหน่อย ซื้อเครื่องคิดเลขแต่ไปกดอะไรไม่รู้ ของไปโผล่ที่ร้าน ต้องกดยกเลิกแล้วก็สั่งใหม่ แต่ก้ดีที่ในที่สุดก็ได้มา - ซื้อคอมอีกเหมือนกัน สั่งมาที่นี่แต่ส่งไม่ทันก่อนเราไป ก็เลยหาทางแก้อยู่ สงสัยเราคงไม่เหมาะกับซืื้อของในเนตมั้ง - รูมเมทคนเก่าหนีไปเรียนก่อน เลยนอนเหงาอยู่ 3 คืนแล้วก็ได้รูมเมทคนใหม่มา แล้วคนนี้ก้มานอนแค่ 3 คืนก็จะหนีไปอีกคน ไม่เป้นไรหรอกเพราะจากนั้นอีก 3 วันเราก็จะไปพอดี เลขมันจะลงตัวอะไรปานนั้น - ที่บอกว่าจะไปวันที่ 4 เนี่ยถามไปมากลายเป็นวันที่ 3 เย็นๆแทน เหอๆ อยู่กับเพื่อนน้อยลง 1 คืนแน่ะ แถมไปในวันนั้น 2 คน ไม่รู้จะมีพิธีส่งอะไรเศร้าๆหรือเปล่า (จะพยายามให้ไม่มีแล้วกัน) - ชีวิตช่วงหลัง เอื่อยๆเฉื่อยๆ แต่ใช้ให้คุ้ม เค้าชวนไปไหนไปหมด ตีปิงปอง พายเรือ กินติม โดนัท - งานหนังสือ Yearbook ที่เราต้องทำก็เสร็จซะที ถึงจะลืมถ่ายรูปก็เถอะ - วันที่ 30 ไปขี้นเขาอีกแล้ว แต่แค่เดินไปมาอ้อมสระน้ำ ใช้เวลาไปเกือนชั่วโมง ก้หมือนเดิมสนุกดี เดินไปคุยไปฟังเพื่อนหัวเราะไป - ส่งผ้านวมไปโรงเรียน กับรองเท้าสองคู่ จะได้ไม่น้ำหนักเกินตอนขึ้นเครื่องบิน ค่าส่งก็แค่ 13 เหรียญเอง อย่างน้่อยก็ถูกกว่าซื้อใหม่ - ผ่านมาแล้ว 2 เดือนยังไม่โทรกลับไปบ้่านเลย T_T ถ้าโขมยบัตรเพื่อนมาได้จะโทรนะ - สอบ SAT & TOEFL ผลคะแนนก็ยังไม่ดีขึ้นมาก สอบจริงก็คงจะดีกว่านี้ (มั้ง) - August 26 Check outบรรยากาศของการลาจากในห้องนั่งเล่น ที่ดูแคบลงเมื่อนักเรียนเกือบ 50 คนเข้าอยู่พร้อมกัน นั่งดูรอบๆ ก็เริ่มนึกถึงวันแรกๆ วันที่เรารู้จักชื่อเพื่อน 10 กว่าคน แต่ต้องมาอยู่ร่วมกันที่นี่เป็นเวลา 11 สัปดาห์ ทหาร คนใส่แว่นหนา คนอ่านหนังสือ คนที่พูดเสียงดัง คนที่เงียบตลอด คนที่แต่งตัวหรู คนที่เราไม่รู่้จัก ได้มาพบกันที่สนามบิน ถึงเครื่องบินจะบินขึ้น แต่ก็ไม่ช่วยลดแรงโน้มถ่วงที่ดึงน้ำตาลงมาอาบแก้มได้ ถึงเราไม่มีน้ำตา แต่เราก็ยังมีความรู้สึก ใจหาย คงไม่มีอะไรบอกได้มากกว่านี้ สิ้นสุดการเดินทาง เจออะไรมากมายไม่ใหัทันตั้งตัว ประเทศใหม่ อากาศใหม่ ทิวทัศน์ใหม่ โรงเรียนใหม่ ห้องใหม่ อาหารใหม่ และ เพื่อนใหม่ ไม่ทันไรก็มีกิจกรรมสนุก ให้จำชื่อเพื่อนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เต้นๆร้องๆ กับรุ่นพี่ที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้ว จำได้ไม่ทันไรก็ืลืม แต่ก็ยังมีเสียงหัวเราะได้ ยื้มได้ มีความสุขกับเพื่อนใหม่ได้ ป้ายชื่อทำมือ หลากสีสัน หลากตัวอักษร แต่ร่วมจุดประสงค์เดียวกัน เข้าเรียน กับภาษาอังกฤษตลอดเวลา ฝรั่งพูด ไม่เข้าใจ หันมองเพื่อนๆข้าง ทำหน้าเหมือนเข้าใจกันหมด ทำไมถึงเก่งๆกันทั้งนั้นนะ พอตาเราพูด ตะกุกตะกัก พอเพื่อนพูด คล่องปรื๋อ ไม่บอกไม่รุ้ว่าเป็นคนไทย ดูรายชื่อ คนนี้ก็เด็กโอ คนนี้ก็โครงงานที่หนึ่งโลก คนนั้นก็เตรียมอุดม รู้เลยว่าเข้ามาอยู่ในโลกที่แปลกๆซะแล้ว แล้วเราหละ? หมดคาบเรียน ไปเล่นกีฬา ไปกินข้าว เข้ากิจกรรมกลุ่ม ได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้น แปลกดีที่เด็กโอชีวะชอบอ่านการ์ตูน แปลกดีที่เด็กทำโครงงานระดับโลกหยุดขำไม่ได้ แปลกดีที่คะแนนโทเฟลสูงสุดเป็นนักกีฬา แปลกดีที่เด็กคอมเก่งเปียโน อุดมคติที่เคยอยู่ในหัวเริ่มไม่เข้าใจกับสิ่งที่เห็น ภาพนักเรียนชูเหรียญทองกับภาพนักเรียนคนเดิมที่เต้นอยู่หน้าเวที ขัดแย้งกันเอง เริ่มรู้ว่าโลกทีเราเคยอยู่มันแคบ เริ่มรู้่ว่าภาพในหนังสือพิมพ์กับภาพที่เห็นข้างหน้ามันไม่เหมือนกัน บางคนบอกไว้ว่า อัฉริยะก็ืคือเก่งที่พยายามเยอะกว่าเราเท่านั้นแหละ ท่าจะจริง เพราะคนนั้นก็นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆเราเอง 2 เดือนกว่าๆก็ผ่านไป ดีใจที่จำชื่อเพื่อนๆได้ทุกคน ถึงจะไม่รู้ชื่อจริงก็เถอะ กรอบของโรงเรียน กรอบของทุน กรอบของเหรียญ กรอบของชาย-หญิง กรอบอะไรก็ตาม ได้หายไป ทุกคนอยู่ที่นี่ ทุกคนตื่นมากิินข้าวแล้วเข้าเรียนด้วยกัน ทุกคนไปเล่นกีฬาด่้วยกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน ทุกคนคือ TS50 เหมือนกัน แต่...ความโหดร้ายของเวลาก็มาถึง เมื่อเราเริ่มสนิทกัน เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เริ่มคุยกันมากขึ้น เวลาแห่งการลาจากก็มาไม่ให้ตั้งตัว 17 สิงหาคม เพื่อน 2 คนแรกก็ต้่องไปทั้งๆที่ยังไม่จบค่าย คำลา คำขอบคุณ ความรู้สึก เสียงหััวเราะ ความเงียบ น้ำตา เสียงเพลง ... 23 สิงหาคม เพื่อนอีก 4 คนก็ต้องไปเช่นกัน ที่ห้องเดิม บรรยากาศเดิม กับเพื่อนที่น้อยลงไป 2 คน ข้อความ สิ่งที่ฝาก คำขอ เสียงเพลง ... 24 สิงหา 4 คนถัดมาก็ต้องออกเดินทาง ห้องเดิม ที่เดิม กับคนที่น้อยลงไปถึง 6 คน เสียงร้องไห้ อ้อมกอด จับมือ เสียงเพลง ... เมื่อไรถึงจะหยุดสักที เมื่อไรน้ำตาจึงจะหายไป เมื่อไรเรื่องเศร้าๆนี้จึงจะจบลง เมื่อไรบรรยากาศที่เผขิญอยู่จะสิ้นสุด ถ้าการพบเจอคือความสุข แล้วทำไมการลาจากถึงเป็นความทุกข์หละ เข้าใจว่าอะไรๆก็ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วเราต้องเห็นน้ำตาขนาดนี้เลยหรอ แล้วเราต้องเศร้าต่อไปเรื่อยๆเลยหรอ เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ร้องไห้ เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้พูดบอกอะไรมากกว่านี้ รู้สึกผิดที่เขียน Friendship ให้น้อยเกินไป อีกเดี๋ยวเวลาของเราก็มาถึง อีกไม่นานก็ถึงคราวที่เราต้องไป อีกสัปดาห์จากคนที่โบกมือ จะเป็นคนที่นั่งในรถ อีกไม่นาน...ทุกอย่างที่นี่จะจบลง แต่ถ้าไม่มีการลาจาก เราก็คงไม่รู้ถึงความรู้สึกที่มีความสุขของการได้พบกันใหม่ ไม่ร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าไม่เสียใจ เงียบ ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรจะบอก การลาจาก ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก จนกว่าจะถึงวันนั้น... August 19 Empatheticยุ่งไปสักพัก พอดีช่วงวันหยุดไม่ว่าง เลยไม่ได้เขียน ช่วงนี้ก็ดีขึ้นเยอะ การบ้านไม่มากเท่าช่วงแรก แต่เรียนยาวขึ้น เหนื่อยนิดๆ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8/8 ไป Bowdoin มา เป็นมหาลัยเล็กๆ ไปเริ่มศึกษาว่าเค้ามีอะไร เราควรจะดูอะไร ตอนแรกคิดว่าคงไปเที่ยว นั่งรถซะ 2 ชั่วโมงได้ แต่พอไปถึงก็โดนจับเข้าห้องบรรยายซะเป็นชั่วโมง ง่วงเข้าไปใหญ่ เดินไปเดินมา ก็แปลกๆดี เพิ่งรู้ว่าตึกเค้าเป็นอิฐส้มๆซะเกือบหมด ลายตานิดๆ ไปกินข้าว โรงอาหารก็สวยดี เค้าว่าเป็นโรงอาหารที่ดีที่สุด (ในอะไรไม่แน่ใจ) ตัวเลิือกเยอะแยะดี กินซะคุ้มค่ารถเลย ฟังพี่ที่เรียนอยู่ที่นี่เค้าเล่า ก็ฮาๆดี มีเรื่องหนาวๆ เรื่องฮาๆ เผารูมเมท แล้วก็โฆษณาซะน่าเข้าจริง โดยรวมก็สนุกดี(โดยเฉพาะตอนกินข้าว) นั่งฟังนานไปนิด แต่ก็ได้เห็นรูปร่างมหาวิทยาลัยของเค้า กลับมาถึง สงสัยเค้ากลัวว่าเราจะว่างจัด เลยจัดงาน Mock Halloween ซะเลย คือไม่ใช่ของจริง เป็นคล้ายๆสอนวัฒนธรรมเค้า คิดอะไรไม่ออก เอาทิชชู่พันตัว (ที่นี่เรียก Napkin) เป็นมัมมี่ซะเลย ไม่ลงทุนสุดๆ ที่เห็นเพื่อนๆก็เป็นนินจา บาทหลวง(+หนังสือท่องศัพท์ SAT) บางระจัน ผีทะเล(ใส่ชุดคล้ายๆดำน้ำ) แล้วก็มีครูใส่ชุดกระต่ายกับแมว น่ารักดี ใส่เดินไปรอบๆโรงเรียน ไปเรี่ยไรชอกโกแลตกับทอฟฟี่ ได้มาเยอะแยะ ยังกินไม่หมดเลย ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8/10 วันเสาร์ ไปโยนโบว์ลิ่ง ของเค้าก็ไม่ต่างกับของเรามากมาย บรรยากาศสนุกสนานเพราะไปกันเยอะ แล้วก็เฮฮา ปนโวยวาย แต้มไม่ต้องพูดถึง ไม่เกินร้อย แต่งานนี้แจ้งเกิดไปหลายคน มีเพื่อนผู้หญิงที่ดูเป็นเด็กเรียนนิดๆ Strike+Spare เป็นแถบๆ แล้วก็แวะไปซื้อของต่อ ไปคุยกับพี่เจต เค้าอยู่อัสสัมชัญ มาคุยเรื่องจตุรมิตร ชุมนุม อะไรอย่างนั้น ของก็ไม่มีอะไรมาก จริงๆก็คือไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ซื้อ เดินคุยกับพี่เค้าเพลิน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8/15 ไปทัวร์มหาลัยต่อ ทีนี้ไปที่ Dartmount มหาลัยกลุ่ม Ivy league ที่ดังติดชาร์ท ไปถึงงงเล็กน้อย เห็นสนามหญ้าใหญ่ๆตรงกลาง ตึกรอบๆ นึกว่าเมืองอะไร ประทับใจในระดับหนึ่ง สิ่งแวดล้อมดีมาก ชอบสีตึกมากๆๆๆๆ ตึกอิฐส้ม หน้าต่างเขียวเข้ม รู้สึกคุ้นตา เห็นแล้วแบบว่าอยากอยู่เลย แปลกดี สงสัยอาจจะมีความหลังฝังใจกับสีนี้ กินข้าว ระบบเค้าเป็นแบบเอาเงินไปซื้อ ของน่ากิืนดี ไอติมเค้าขายตามน้ำหนัก เดินดูระบบเค้า ก็ดีทุกอย่าง น่าเข้าไปเรียนดี ไม่รู้ว่า Math เค้าจะขนาดไหน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8/17 วันนี้เศร้านิดๆ เพื่อน 2 คนต้องไป Prep ก่อน คือ A&Nun คืนก่อนก็มี slideshow รวมรูปที่อยู่ที่ Brewster มา 2 เดือนกว่าๆ รวมภาพเหตุการณ์ซึ้งๆ(ที่ไม่ได้เอาไว้นึ่งข้าวเหนียว) ภาพฮาๆ ฮาลั่นห้อง (ภาพตัวเองยืนจ้องชาเย็น กับโดนบีบคอ) ภาพซึ้งๆ พร้อมเพลงประกอบ เหมือนกับที่ดูตอนค่ายกระทรวงวิทย์เลย แต่ครั้งนี้มาราธอนมาก ยาวซะเป็นชั่วโมง จบด้วยคำคมว่า " Life is Journey, enjoy ride " (Abby) คำสั้นๆง่ายๆ ความหมายดีๆ ตอนดึกๆก็มารวมกัน มาฝากอะไรส่งท้าย ก็มีตัวแทนพูดถึงเพื่อน แล้วก็มีร้องเพลง มีซึ้งนิดๆ เพราะคนที่จะไปเค้ามีห่วงอยู่ที่นี่ (น่าจะพอแปลออก) วันไปก็ไปแต่เช้า ซึ่งจริงๆได้ไปเกือบ 10 โมง แต่ที่เรียกเร็วเพราะกลัวเพื่อนๆจะไม่เรียนกัน บรรยากาศก็เรียบๆ มีบูมสวนด้วย เพราะคนที่ไป 2 คนเป็นสวนหมด คนนึงจบม.3ไปเตรียมทหาร น้ำตาก็เริ่มมาให้เห็น เป็นเราก็คงรู้สึกแย่ ถ้าเราไปแล้วเพื่อนที่เหลืออยู่ต่อ แต่ยังไงก็ต้องมีคนไป 4 กันยาก็เป็นทีของเราบ้าง คนไปด้วยกันก็มีบ้าง แต่เราไป Prep school คนเดียว คงเหงาพิลึก มีเขียน Friendship ให้กันด้วย ใครอยากบอกอะไรใครก็เขียนใส่กระดาษห่อ(ไม่รู้เรียกไงดี) ของคนนั้นไว้แล้วก็รวบรวมกัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8/18 วันนี้เป็นวันที่น่าจะใช้เงินเยอะสุด เดินทางไกลขึ้นเหนือไป Maine ไปที่เค้าเรียกว่า Outlet ไปซื้อเครื่องกันหนาว เดินทาง 2 ชั่วโมงได้ เลยมีบางคนเอาหมอนขึ้นรถไปนอนชดเชย (เราก็เอาไปด้วยแหละ) เอาศัพท์ไป Nerd ก็แล้วแต่เค้าไป ขามาก็แน่นอน เล่นไพ่ ขาครบ ไพ่มี ที่เล่นได้ ก็เปิดเกม เล่นจนเกือบถึงที่หมาย ให้เวลาซะ 6 ชั่วโมง ฟังดูเยอะๆ แต่พอเดินไปมาก็พอดี ร้านค้าเรียงรายตามถนน เดินเข้าออกให้วุ่น ของเราก็ได้เสื้อหนาวมา ราคาอย่าให้บอกว่า 159$ เป็นเค้าเรียกว่า 3 in 1 คือมีเสื้อสองชั้น กันฝนกับลมนอก กับกันหนาวใน สีก็ชอบดี จริงๆมีถูกกว่านิดๆแต่กันได้แต่น้ำ แล้วก็เรียบๆ ก็เลยตัดใจซื้อตัวแพง ดีอย่างที่มีบริการส่งที่ Prep เลย ไม่เสียตัวเพิ่มแถมได้ Tax 5% คืนอีก แปลกดี เพื่อนอีกคนจะเอาบ้าง ดันเสียตังค่าส่ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แล้วก็ได้เสื้อแขนยาวมาตัว เพิ่งนึกออกว่าไม่มี กับรองเท้ากันน้ำที่เค้าแนะนำอีกคู่ ราคาก็พอสมควร เย็นๆ ไปบ้านครูสอนคอม Abby ไปส่งเค้าที่จะไปสอนต่อที่อื่น ไปกิน เล่นบอล วอลเลย์ ฟริสบี้ ว่ายน้ำ ต่อเพลง พักผ่อน ท้ายสุดก็เอาของฝากให้เค้า บอกลาเป็นพิธี แล้วเดินทางกลับ ขากลับ มืด เล่นไพ่ไม่ได้ เลยเปิดเพลงฟัง แล้วก็นั่งต่อเพลง อีกกลุ่มก็ Gossip ไป มีคนนึงขนาด Gossip ตัวเองเฉย แบบว่าหาเรื่องคุย ก่อนกลับแวะ 7-11 ที่เข้าครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าเซเว่นเค้าทำปั๊มน้ำมันด้วย ของก็ดูแปลกตาดี ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- จิปาถะ *สั่งคอมมาแล้ว รอส่งอยู่ ถ้าได้มาจะเล่น O2mania ซะที *จะจบโปรแกรมแล้ว ดีใจดีเปล่าไม่รู้ ต้องจากเพื่อนใหม่ที่ร่วมเรียยนกันกว่า 2 เดือน เศร้าๆนะ แต่เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก *ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า Yearbook แปลเป็นไทยก็ประมาณหนังสือรุ่น แต่เป็นของ Thai scholar ของเราก็ได้งาน Diary เล่าอะไรพวกนี้ ยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย งานยังเยอะอยู่ (แต่ทำไมมีเวลามาเขียนบลอกไม่รู้เนอะ) August 07 New memory in old place--- สืบเนื่องมาจากมีใครบางคนอยากให้เราเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ฉะนั้นเราก็จะเขียนภาษาไทยให้เค้าผิดหวัง --- แล้วก็ไม่ต้องมาบอกว่ามันพิมพ์ ไม่ใช่เขียน อะไรทำนองนั้น ... เข้้าเรื่องแล้วกัน สืบเนื่องจากวันเสาร์ 4-5 นี้มีงาน Huggin hospital fair ไม่ใช่งานบนริจาคเลือด งานขายวัคซีน หรือผ่าตัดฟรีอะไร มันเป็นตลาดนัดที่หาเงินเข้าโรงพยาบาล แน่นอนว่า ราคาถูก ถูกจนคนที่ไม่ค่อยซื้อของอย่างเราตัดใจหยิบ ถึงจะเป็นมือ 2 หรืออะไรก็ตาม สภาพดีก็ได้อยู่ ถูกขนาดคูณ 33 แล้วยังราคาถูกกว่าไทย อย่างแจ๊กเกต 4 เหรียญ เสื้อหนาว 5 เหรียญ ถุงมือกันหนาว 3 เหรียญ ไพ่สองกล่องลายน่ารัก 1 เหรียญ สูท 10 เหรียญได้ ซื้อหมดยกเว้นสูท เพราไม่รู้จะเอามาทำไม ถึงเพื่อนบางคนจะเหมามาก็เหอะ เสื้อหนาว ไหมพรม รองเท้า เนคไท กางเกง มีหมด ส่วนเสื้อผ้าผู้หญิงไม่ได้ไปดู แต่เห็นซุ้มใหญ่เหมือนกัน เครื่องตกแต่ง Handcraft ก็โผล่มา ไม่ได้ไปดูเช่นเคย ของอื่นๆที่คิดว่าในบ้านน่าจะมี ก็มีขายหมด หนังสือ โต๊ะ โคมไฟ เก้าอีี้ มีด เครื่องครัว โปสการ์ด เครื่องกีฬา ของเล่น ตุ๊กตา ที่ดูเวอร์ๆหน่อยก็มีพวกสกี จักรยาน จอคอม วีดีโอ รูปใหญ่ๆ แต่ที่ช๊อคสุดคือ เค้าเอาเรือมาตั้งขายด้วยแฮะ รู้สึกว่าแถวๆนี้เค้าจะนิยมใช้เรือ มีเลคใหญ่ๆให้ใช้งาน โฮสที่เราไปมาก็มี Kayak ตั้ง 3 ลำแน่ะ ชอปเสร็จก็ไปต่อที่อาหาร มีไอศกรีม น้ำ ข้าวโพดคั่่ว อะไรที่คล้ายๆโรตี ข้างๆก็มีซุ้มเกม ตกปลาแลกตุ๊กตา ปาเป้า ซุ้มก็ออกแนวฝรั่งเค้า มีแสง สี เสียง เหมือนที่ดูในหนัง ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นเครื่องเล่น มีชิงช้าสวรรค์ที่เอาขาห้อยลงมาแล้วก็ไม่มีกล่อง มีแต่เก้าอี้กับสายรัด หวาดเสียวไปอีกแบบ มีแอปเปิ้ลหมุนๆ เก้าอี้เหวี่ยงๆ ของหลอกเด็กเล็กๆที่ไม่ได้เข้าไป จริงๆแล้วก็ไม่ได้เล่นสักอย่างหรอก และก็ที่แปลกๆอีกอย่าง คือมีบริการขี่ม้า ม้าที่ไม่ใช่ม้าหมุน ม้าที่ไม่ใช่ม้านาว หรือม้าแลงปอ 3 $ ราคาเท่าไทยเลย ที่ประทับใจสุดงานนี้คือ ตอนก่อนเก็บงาน เค้าจะแบบว่าขี้เกียจเก็บของกลับบ้าน น่าจะเดาออกว่า ... หยิบทุกอย่างได้ฟรี เย้ ... คราวนี้หละได้เห็นฝรั่งมุง จ้วงๆกันไป หิ้วถุงหิ้วกล่องมากวาดโดยเฉพาะ เราก็ได้ร่วมเหตุการณ์เช่นกัน ก็แจมกันไป ของที่เหลือก็ดีบ้าง เน่าบ้าง ตาดีได้ ตาร้ายช่างมัน หยิบไปก่อน แยกทีหลัง ได้กระเป๋า กับเสื้อพอประมาณ มีตุ๊กตาสีฟ้ามาอีกตัว ส่วนเพื่อนๆก็ใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หยิบแหลก เอากล่องมาคนละใบสองใบ อะไรดูดีก็ใส่กล่องหมด ใช้ได้หรือเปล่าไม่รู้ ขนาดกรอบรูปที่ใหญ่กว่าประตูห้องยังเอามา ก็มีความสุขกันไป ของฟรีซะอย่าง -------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันที่ 5 ก็มีอะไรทำต่อ เตรียมตัวกับใจแล้วสะพายเป้ ออกเดินทาง ไปไหนหรอ ไปปีนเขา แน่นอนว่า...เขาลูกเดิมกับที่เคยไปกับโฮส ถึงที่จอดรถที่เดิม ก็ออกเดินทางกับเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ ไม่รู้จะรีบไปทำไม เพราะเคยมาแล้ว ก็เลยเดินช้าๆ หากลุ่มเพื่อนคุย กลุ่มแรกๆพวกอารมณ์ร้อน ก็เดินปรู๊ดหายไปจากสายตา มีคนนึงบอกว่าถ้าไปคนแรกแล้วจะได้รูปวิวที่ไม่มีคน ก็ปล่อยเค้าไป เดินไปเรื่อยๆสักพักก็เจอกลุ่ม Jeep Toy ก็เกาะๆกันไป ถ้าอยากอ่านอีกมุมหนึ่งก็ไปอ่านของเพื่อนเราได้ * jeep4wd & chocoluffy * (ขออนุญาตโฆษณานะ) มาเดินกันต่อ เดินไปเรื่อยๆ คุยๆๆๆๆ ร้องเพลงนิดๆ ช่วยๆกันขึ้นเขา สนุกสนานดี ได้เป็นไม้เท้าให้กับเพื่อนด้วย เพราะบางจุดชันมาก เลยช่วยๆกันลากขึ้นไป ได้เป็นนาวิเกเตอร์ เพราะเพื่อนๆรู้สึกว่าไม่เห็นกลุ่มหน้าแล้วกลัวหลง เราก็เลยบอกให้ตามต้นไม้ที่ทาสีฟ้าไป ฮือฮากันใหญ่ เพราะถ้าเราไม่บอกก็ไม่่มีใครเห็น คุยสนุกเพราะว่าได้คุยกับเพื่อนที่ไม่ใช่สวนกุหลาบ ไม่ใช่ Roommate ไม่ใช่ขาไพ่ ไม่ใช่เพื่อนในชั้นเรียน เป็นเพื่อนที่เจอกันบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันมาก ก็เลยได้เห็นมุมใหม่ๆ ทีเราไม่ค่อยได้เห็น ถึงยอดเขาเดิมๆ แต่บรรยากาศวุ่นวายกว่าเยอะ ถ่ายรูปรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ได้ รัวกล้องเป็นว่าเล่น มีคนเอาธงชาติขึ้นไป แต่ไม่ได้เอาไปปักเหมือนดาวอังคาร เอาไปให้มันติดกล้องเท่ๆ ตรงกลางมีกองหินคล้ายๆห้อง สูงนิดๆ ขึ้นไปยืนถ่ายรูปนึง เพราะมันเป็นจุดที่สูงที่สุดในละแวกนั้น ไอเดียดีๆ ก็ถ่ายแนวนอนกับก้อนหินให้เหมือนปีนเขาขึ้น เนียนใช้ได้ ถ่ายรูปหมู่อีกแล้ว อยู่ข้างหลังอีกแล้ว ติดแต่หัวอีกแล้ว ใครบอกว่าตัวสูงแล้วจะดี หลังจากอู้สักพัก ก็เริ่มเดินกลับ ไปชิมบลูเบอร์รี่สดเช่นเคย แล้วก็เดินกลับอีกทางเช่นเดิม กับเพื่อนร่วมทางกลุ่มเดิมอย่างเก่า คราวนี้เป็นบรรยากาศตู้เพลง เดินไปร้องเพลงไปเกือบตลอดทาง ชอบมากมายเพราะทางเรียบๆ บรรยากาศดีๆ กับเพื่อนดีๆ เดินลื่นกันบ้างพอเป็นพิธี ก็เป็นสีสันกันไป ทางไกลก็สั้นได้ด้วยเสียงดนตรี ไม่นานก็ถึงตีนเขา กินถั่วลิสงคล้ายๆหมั่นลี้หม่ง ขึ้นรถกลับ *** ภาพเก่า ความทรงจำใหม่ *** พูดๆไปแล้วรู้สึกว่า ทำไมเราถึงไม่ได้คุยกันบ่อยนะทั้งๆที่เจอกันทุกวัน ลองคิดดูอาจเป็นเพราะเจอกันทุกวัน เลยเห็นหน้ากันบ่อยๆตอนเดินผ่าน เลยรู้สึกว่าอยู่ใกล้กัน รู้จักกัน ทักทายกัน แต่ไม่สนิทกันมาก อย่างที่เค้าว่ากันไว้ ว่าคนเราจะเห็นคุณค่าที่แท้จริง เมื่อเราเสียสิ่งนั้นไป ยังไม่ถึงเวลานั้นคงไม่รู้หรอก ตอนนี้เรามีเพื่อนรอบๆ มีพี่ๆที่ใจดี มีอาจารย์ที่น่ารัก มีความทรงจำดีๆอยู่ ช่วงเวลาของชีวิตที่นี่ จากที่เคยนับเพิ่มขึ้นตามวัน เริ่มเดินถอยหลังสู่วันลาจาก...ที่ไม่ถึงเดือนข้างหน้า จะว่าน้อยก็ได้ที่เรารู้จักกัน เกือบ 2 เดือนที่ได้มาใช้ชีวิตทุกวันด้วยกันในโลกใบใหม่ เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่เครื่องบิน เข้าหอพัก เรียนหนังสือ ร้องเพลง เล่นละคร ไปเที่ยว ทำการบ้าน ซื้อของ กินไอศกรีม อยู่ว่างๆก็มาเจอกัน เดินผ่านก็ทักทาย กินข้าวก็คุยเรื่องทั่วไป เล่นกีฬาก็เฮฮา เข้าเรียนก็ช่วยๆกันปลุก ซักผ้าก็ช่วยกันยก ลืมของก็หยิบมาให้ ว่างมากก็มาเล่นไฟ่ ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี่จะเกิดขึ้นภายในเวลาแค่เดือนกว่าๆ เวลาไม่ได้ผ่านไปเร็ว และก็ไม่ได้ช้า รู้สึกว่าทุกวันต้องมีอะไรทำ ทุกวันต้องเจอกัน ทุกวันต้องมีเรื่องให้หัวเราะ ทุกวันก็ยังมีทุกคนอยู่ ทุุกวันยังมีความสุข ไม่ได้เสียดายเวลาที่ผ่านไปเพราะเราใช้มันแล้ว ไม่ได้เสียดายกับเวลาที่เหลืออยู่เพราะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ที่เหลือก็แค่ปล่อยทุกอย่างไปตามกาลเวลา แล้วก็เดินไปกับมัน ... ------------------------------------------------- ขอโทษทีที่เขียนยาวมาก หรือถ้าใครชอบอ่านเยอะๆก็ยินดีด้วย ตอนนี้ก็เหนื่อยขึ้นนิด มีคนจากที่อื่นๆมาให้ข้อมูลทุกวัน ได้ทั้งเนื้อหา ได้ทั้งภาษา ได้ใบปลิวมาอีกโหล ช่วงนี้คงต้องเลือกที่เรียนจริงๆจังแล้วหละ ตัวเองก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือเปล่า แต่เดี๋ยวก็ผ่านไปได้แหละน่า เจออะไรมาเยอะแยะแล้วนี่ เคยคิดจะเล่าถึงเพื่อนๆที่นี่ แต่ไม่ได้ใส่สักทีเพราะใส่อย่างอื่นก็เต็มแล้ว วันหลังคงได้มาอ่านกัน August 01 New day, new month, new seasonBrewster Academy Season 2 ไม่ใช่รายการร้องเพลงโหวตออกอะไรนั่นหรอก คือตอนนี้การเรียนเข้่าสู่ช่วงที่ 2 หรือเรียกว่าช่วงท้ายของ Summer ก็ได้ เป็นช่วงที่เรียกได้ว่า Summer จริงๆ เพราะอากาศร้อน ร้อนไม่มากมาย แต่ก็คงร้อนกว่าวันแรกๆเยอะ พัดลมเริ่มได้ยืดเส้นยืดสาย จากที่เคยยืนเหงามาเป็นเดือน เสื้อหนาวที่เคยใส่ไปเรียนช่วงแรกๆ ตอนนี้ก็ได้เอาไปซักสักที เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย... แต่เรื่องสุขภาพก็ยังดีอยู่ แค่ปวดศอกขวา เจ็บเข่าซ้าย นิ้วโป้งซ้ายแตกเกือบครึ่ง ก็ยังดี ถ้าเทียบกับการเป็นหวัดนอนซม หรือคิ้วแตกเลือดอาบ อย่างเพื่อนบางคน แปลกดี พึ่งจะเห็นว่านิ้วโป้งซ้ายใช้งานทั้งวัน ใส่เสื้อ แปรงฟัน ถือของ เปิดประตู อะไรก็ตามก็ใช้นิ้วโป้งซ้ายทั้งนั้น ที่รู้ก็เพราะว่าทำอะไรก็เจ็บนิ้วไปหมด ยิ่งตอนถือผ้า ด้ายก็ไปติดซอกที่แตกอยู่แล้วก็ไปดึงเล็บให้มันเจ็บ นึกถึงเพลงของ B5 ที่ว่าเราจะไม่รู้ค่าของสิ่งๆนั้น เมื่อเราเสียมันไป ตอนนี้ตารางก็เปลี่ยนเกือบหมด ยกเว้นข้าวเข้ากับเวลาเข้าหอ มีวิชา SAT, TOEFL, Writing, College Essay, College Class, Writing reference ดูก็รู้ว่าเป็นช่วงที่เรียกว่าเตรียมสอบก็ได้ เริ่มต้องเตรียมตัวเข้า Unversity ที่เค้าเรียกกันว่า College ได้ชีทกับแฟ้มมาเป็นปึกเช่นเคย วิชาการล้วนๆ เรื่องภาษา ตอนนี้มีกฏอัยการศึก ให้พูดอังกฤษ 8.00-15.00 20.00-22.00 ทุกวันเรียน ก็ดีนะ ได้คิดได้อะไรบ้าง ถ้าแต่ก่อนก็คงพูดแต่ในคาบ กับพูดกับฝรั่งข้างนอก ส่วนใครพูดไทย ก็มีบทลงโทษ ให้ใส่ชุดผีเรียนวันนึง น่าสนใจดีแต่ไม่เอาหรอก ท่าทางจะร้อน เรื่องอื่นๆก็ถือว่าเปลี่ยนไปเยอะ กลุ่มเดิมก็ยุบเเหลือ 3 จาก 4 กลุ่ม Discussion group ก็เป็น 7 จาก 6 เพราะมีคนมาเพิ่ม พวกที่ไปแข่งโอลิมปิกแล้วมาทีหลัง มีกลุ่ม College รวมๆวิชาที่คล้่ายๆกัน แต่เราที่เป็น Mathematics โดนจับไปกลุ่มจับฉ่ายซะงั้น มีปิโตร บริหาร ชีวะโผล่มาด้วย มีคนที่หลงทาง คิดผิด หลวมตัวมาเรียน Math คนนึง แต่เค้าไปทาง Applied ก็ดีอย่างน้อยก็ไม่เป็นพวกชนกลุ่มน้อย มีกลุ่มเรียน College Essay ที่จัดตามตัวอักษรเฉย แบ่ง 2 กลุ่ม ช่วงนี้ก็เริ่มวุ่นๆ ต้องหา College มาใส่หัว เริ่มดูๆใบสมัคร เตรียมสอบ SAT TOEFL เดือนหน้า และที่สำคัญ...เริ่มนับถอยหลังที่จะจบ Summer program เวลาก็ยังผ่านไปเร็วเหมือนเดิม รู้สึกได้ว่าเพิ่งลงเครื่องมาไม่กี่วัน บรรยากาศที่สนามบินก็ยังอยู่ เพื่อนๆที่นี่ก็รู้จักกันได้ไม่นานมาก แต่ก็นานพอที่จะคุยกันได้ ... เรื่องนั้นไว้ก่อน อนาคตยังไงมันก็ต้องมา ใช้เวลาที่มีอยู่ก่อนดีกว่า ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้เริ่ม และยังไม่คิดจะทำอีกหลายอย่าง การบ้านเยอะ นอนดึกขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังเอื่อยๆเหมือนเดิม อย่างตอนนี้ยังอุคส่าห์มีเวลามาเขียนอะไรให้อ่านได้เลย เรื่องงานพิเศษๆก็มีงานขายของถูก Huggin hospital fair ที่จะมีวันศุกร์ ผ้านวม 3$ จักรยาน 10 $ น่าสนใจดี คงได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง เดี๋ยวก็จะมี Special Halloween, College visit, Bowling, Hiking ไปปีนเขา ภายนอก ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก อาจจะยังไม่ชินกับการอยู่โรงเรียนสหมั้ง เลยรู้สึกเหมือนตะกุกตะกักนิดหน่อย ภายใน ก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนขนาดเป็นอีกคนหรอก เริ่มรู้สึกถึงอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกเดือนข้างหน้า ก็ไม่ได้กลัวหรืออะไรมากมาย เรียนรู้จากรุ่นพี่มาเยอะพอสมควร ก็คงไม่ได้ไปตะเกียกตะกายมาก ถึงจะไปคนเดียวก็เถอะ ได้อ่านบล๊อกเพื่อน ได้เห็นมุมใหม่ๆนอกจากที่เจอกันอยู่ทุกวัน แล้วเริ่มหันมามองตัวเองที่ยังคงทำอะไรเหมือนๆเดิม อย่างที่มีคนบอกไว้ว่า คนเรากลัวความเปลี่ยนแปลง ไปๆมาๆก็รู้สึกเหมือนพูดวนอยู่ที่เดิม เพราะยังคงมีความสุขกับชีวิตที่ยังมีเพื่อนๆอยู่มั้ง เลยยังไม่รู้สึกอะไรมาก ยังมีภาพดีๆที่อยู่ด้วยกัน มีเสียงหัวเราะรอบๆ ไม่รู้ว่าวันที่ต้องจากกันจะรู้สึกขนาดไหน...อย่างน้อยก็คงเสียดายหละ คงเหมือนๆตอนวันจากเหย้า... อย่างที่บอกว่าการบ้านเยอะ ไปปั่่นต่อแล้วหละ July 29 Rain in Bostonวันนี้ฝนตก ไหลลงที่ Boston กางร่มแทบไม่ทัน ก็เปียกกันเป็นแถว เมื่อกลางวันเมื่อกี้ ท้องฟ้ายังคงใสแจ๋ว แดดเข้าตา เดินอยู่ 8 คน ค้นเมืองที่ Boston Scaventure Hunt เดินสามชั่วโมงกว่า ถ่ายรูปกับเป็ด เสร็จแล้วพวกเราก็มุ่งหน้า เดินเข้าห้าง ไปดูของแพง --------------------------------------------------------------- ไม่มีอะไรมากมายหรอก อาการปกติอยู่ ก็แค่เจอฝนแล้วเพลงนี้ก็ผ่านเข้าหัว เลยมาใส่เล่น แล้วก็เล่าว่าวันที่ 28 ไป Boston มา แก๊งเสื้อเหลือง (ใส่เสื้อแบบเดียวกันทั้งหมด) ออกเดินทางด้วยรถแดงคันเดิม สู่เมือง Boston เน้นคำว่าเมือง เพราะมันเมืองจริงๆ นั่งรถไฟใต้ดินราคาเที่ยวละ 2$ แบบ ... ทรุดโทรม (หาคำที่แย่กว่านี้ไม่ได้) เหมือนกับตึกร้างใต้ดิน (มีรูปภาพปลากรอบ เอ้ย! ประกอบ) ถึงที่ ออกจากสถานี รู้สึกเหมือนเด็กต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ เห็นเมืองครั้งแรกในรอบ 1 เดือน ตึกโตๆ คนเกลื่อนกลาด ร้านอะไรไม่รู้เกะกะ รถยั้วเยี้ย มีสวนสาธารณะตรงกลาง ก็เริ่มที่นั่นแล้วก็ออกเดินทาง ตามหาหัวใจ ... ไม่สิ ตามหาสถานที่ในตำนาน ... เกินไป สถานที่ที่กำหนดไว้ โดยที่เราต้องถ่ายรูปทั้งกลุ่ม Discussion Group มี Beer Book Gift Gim First Oat Prae Seth & Mccaila ก็เป็นรูปแนวๆ(ติงต๊องนั่นเอง) มีโบสถ์ อนุสาวรีย์ บ้าน พวกที่สำคัญ รวมทั้งถ่ายรูปกับเป็ดด้วยแหละ เป็นเป็ดที่ดัง(เค้าว่างั้น) ชื่อ Jack Kack Lack Mack Nack Ouack Pack & Quack เดินตามแม่มาเที่ยว Boston (มีรูปประกอบ) เดินไปแรกๆ ฝนตก ตกซะ 5 นาทีให้เราได้ฝึกใช้ร่ม แล้วก็หยุดพร้อมแดดออก แล้วก็ตกอีกแป๊บ อะไรไม่รู้ ตอนหลังสุดมียืนเก๊กถ่ายรูป แล้วมือว่างๆก็เลยเอาร่มออกมากางเล่น กางปุ๊บ ฝนมาปั๊บ โชคดีไป ถ่ายครบก็ไปห้างที่ไม่รู้ชื่อ ไปเดินดูราคาแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่ค่อยอยากคูณ 33 เท่าไร แวะร้านหนังสือ เพิ่งรู้ว่า Su Doku ดังขนาดมีชั้นเป็นของตัวเอง หนังสือเพียบ ไม่แพงนะถ้าคูณเป็นเงินไทย แต่ไม่ซื้อเพราะคงไม่มีเวลาเล่น ไปแวะดูการ์ตูน เล่มละ 8$ + ใครอยากได้อะไรลองถามดูก็ได้ แต่คงไม่คุ้มเท่าไร การ์ตูนแปลกๆก็มี ไปที่รวมพล ฝนตกหนัก เลยเพิ่มเงิน 2$ ซื้อตัวไปโผล่ที่รวมเลย ไม่ต้องเดินตากฝน...ตัวเปียกฝน เธอก็ยังสวยดี ... เอ้ย! เพลงเฉยเลย ขากลับนี่พิเศษหน่อย นั่งรถไฟมาลงที่จอดรถ แล้วก็ ... กินอาหารไทย เลือกวันพุธมั้ง มีกระเพราะไก่กรอบ คั่วไก่ คะน้า สุกี้ ไข่เยี่ยวม้า ฯลฯ เรากินกระเพราะไก่กรอบ รสชาติไม่ต้องบอก อร่อยแบบไทยๆเลย แต่กินไม่หมด กล่องใหญ่มากๆ เป็นอาหารไทยครั้งแรก ถ้าไม่นับครัวไทยที่มีแต่ไก่กระเทียม ไข่เจียว ปลาหมึกกระเทียม ก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับอาหารไทยมากมาย แต่ก็ทำให้รู้ว่าอาหารไทยอร่อยกว่าเยอะ Trip นี้สนุกมาก ได้เดินเที่ยวที่ใหม่ๆ ได้เปิดโลก เปิดหู เปิดตา เปิดใจ เปิดประตู เปิดฝาขวด ฯลฯ ได้รู้ว่า USA ก็มีที่อื่นนอกจากสนามบิน ป่า และ Brewster Academy --------------------------------------------------------- ย้อนไปวันที่ 27 ได้เอาชุดสูทมาใส่ครั้งแรก แน่นอนว่าไม่ได้ใส่เรียน ตอนเช้าก็มี Spirit Day ใส่เสื้อเหมือน TA ก็มีฝาแฝดเป็นแถว ตกเย็น อากาศกำลังดี บรรยากาศยามเย็นก็เริ่มงาน Mock Wedding อ่านไม่ผิดหรอก ก็งานแต่งนั่นแหละ เอา TS มาคู่นึง มาแต่งงานเล่นๆ ในพิธีจริงๆ ผู้โชคดีก็เป็น ต่อ กับ ตอย มีคนอื่นเป็นพ่อแม่กับเพื่อนเจ้าบ่าว สาวถือดอกไม้ หนุ่มถือแหวน ท่ามกลางผู้ร่วมงานในสูทกับชุดราตรี แน่นอนว่าผุ้หญิงก็แข่งกันอลังการงานสร้าง แต่งหน้าอะไรมาพร้อมถึงงานจะจัดกันเองก็เถอะ แบบว่าไม่น้อยหน้ากัน ส่วนผู้ชายก็ไม่มีอะไรมาก เชิ้ต ไท สูท จบ บางคนมีแว่นดำมาเสริมบารมีคนขายลอตเตอรี่กับบอดี้การ์ด ถ่ายรูปทีนี่อย่างเท่ แต่ก็แลกกับหยาดเหงื่อจากความร้อน พิธีก็เริ่มแบบทางการ มีนักบวชมาร่วมจริงๆด้วย มีคนเล่น Piano Canon ประกอบ ไม่ใช่โบสถ์ แต่จำลองมาคล้ายๆ บรรยากาศใช่เลย งานเริ่ม ก็มีเดินโชว์ตัว แล้วก็มีพูดๆๆ แล้วก็แลกแหวน ตอนจบที่รู้ๆกัน ก็เปลี่ยนเป็น shake hand แทน ดูดีไปอีกแบบ ออกมาขึ้นรถที่แต่งซะเหมือนงานจริง มีกระป๋องห้อยหลัง พ่นสีรถประมาณว่า old man deaf จบงานแต่งานไม่จบ มีพิธีต่อที่โรงอาหาร ไปเต้นรำ เพื่อนเจ้าบ่าวพูด แล้วก็ตัดเค้ก ฮานิดนึงเพราะเจ้าสาวทรยศ เอาเค้กป้ายหน้า เจ้าบ่าวเลยหน้าหวานเชียว หลังๆคนอื่นก็เล่นป้ายเพื่อนกันไป เละเป็นแถบๆ จบพิธีการ ก็มาถึงงานรื่นเริง ก็คือเต้นนั่นแหละ เพลงแรกก็เต้นรำอยู่ เพลงเบาๆ หลังๆเป็น Dance เฉย เลยมีล้อมวงเต้นกันทั้งหมด TA ก็มาร่วมด้วย คนไม่เต้นก็นั่งฮาไป สูทเริ่มเกะกะ ก็ถอดไว้ข้างๆ สีดำในงานก็กลายเป็นสีขาว จบงาน กะว่าจะใส่สูทเล่นไพ่ แต่คงไม่ดีก็เลยเปลี่ยนชุดไป สรุป งานสนุก จริงๆเราว่าสนุกทุกงานนั่น แต่งานนี้ออก Hiso หรูๆ ทางการนิดนึง ก็เหมือนเดิม เห็นอะไรมากขึ้น เห็นว่าโลกกว้างขึ้น เห็นเพื่อนๆ เห็นตัวเอง July 23 Explorerวันที่ 20 ไปดูแฮร์รี่ 5 มา ก็เหมือนเดิม นั่งรถโรงเรียน ชมวิว คุยกันไป เล่นไพ่ แล้วก็เข้าโรงหนังเดิม เข้าไปรอๆๆๆ รู้สึกเหมือนยึดโีรงหนังเพราะมาก่อนซะเป็นชั่วโมง ก็นั่งคุยกันไป เล่นไพ่รอ หนังมา เหมือนเดิม เบลอๆ มึนๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เพื่อนบอกว่าเป็นสำเนียง British รู้สึกว่าเรื่อง Ratatouilee จะดูง่ายกว่า ดูๆไป ก็น่าเบื่อนิดๆเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง หนังสือก็ลืมหมด ที่คิดว่าดีก็ฉากตอนสู้ตอนจบเนี่ยแหละ Sirius Black ตายง่ายกว่าในหนังสืออีก โดนคาถา แล้วก็ลอยหายเลย ไม่ถึง 10 วิ ก็โอเค ไม่มีอะไรมาก สนุกดี อย่างน้อยก็รู้ว่าเท่าที่เรียนมายังไม่พอ นั่งรถกลับ นั่งคุย ถึงที่หมาย นอน ชีวิตก็ยังสุขสบายดีอยู่ ----------------------------------------------------------- อีกวันไป Host Family นามว่า Patrick & Kris Apfeld ไปอยู่เสาร์ อาทิตย์ กับกิมอีกคน นั่งรถไปเกือบ 20 นาที ก็ไม่ไกลมากหรอก เพราะเค้าไปไปรษณีย์รับ Harry 7 15 นาทีได้ บ้านเค้าก็ไม่ไกลมาก เดินไปยังได้ เป็นบ้านไม้สึขาว 2.5 ชั้น เค้าเล่าว่ามาจาก Tennacee (เขียนไม่ถูก) มาปีกว่าๆเอง รู้สึกว่าจะเป็นโฮสปีที่ 2 Host ก็ใจดี คุณพ่อตลกดี เค้ามีลูก 3 คน ผู้หญืงก็นั่งอ่านแฮรรี่ 7 อีก 2 คนก็มานั่งเล่น มาอะไรเป็นเพื่อนเรา ไปตบปิงปอง เล่น Yahtzee เล่นโต๊ะบอล ไปถึงปุ๊บเค้าก็พาไปปั่นจักรยานรอบๆเมือง ชมวิว ไปชายหาดที่ใหญ่กว่าที่ Brewster แล้วก็ปั่นกลับ กินข้าวเที่ยงแบบ Ameircan(เค้าว่างั้น) ก็มีขนมปัง ผัก เนื้อ ครีม อะไรก็ตาม ยัดลง Sandwich แล้วก็จบ มีผลไม้กับขนมกรอบๆ นั่งกินกลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะลมเย็น อากาศดี สักพักเค้าก็พาไป Hiking หรือก็คือเดินขึ้นเขา ก็เดินดุ่ยๆๆ ไปถึงยอด ไม่เหนื่อยมากถ้าเทียบกับเขาชนไก่ ไปเจอเอกับเบียร์ที่บนๆ มากับอีกโฮสนึง ลืมเอากล้องไป ไม่เป็นไร ยืนชมวิวไปเรื่อยๆ เอกับโฮสมีรูปถ่ายมา ลมเย็นๆ แดดร่ม วิวสวยด้วยภูเขาล้อมรอบ กับ lake ใหญ่ๆตรงกลาง ที่มีเกาะเล็กเกาะน้อย เห็นบ้านเรือนที่ไม่เคยเห็นในไทย เพราะมีแต่ป่า ยืนคนเดียว คิดอะไรหลายๆอย่างไปเรื่อยๆ ก็มีความสุขดี ถึงจะไม่มีเพื่อน หรือใครๆ อยู่ข้างๆก็เหอะ คิดถึงตอนที่เดินขึ้นเขาแล้วคุยกับเพื่อน คิดถึงตอนที่ใส่ชุดเขียวๆ แล้วขึ้นไปตีระฆัง ชมวิวสวยๆ ไปเรื่อยๆ ก็ถึงเวลากลับ ไปเด็ดบลูเบอร์รี่กิน ต้นเล็กๆเท่าพริกแต่ขึ้นกลางเขา น่าจะไม่มีพิษ เพราะไม่งั้นคงไม่ได้มาเล่าให้ฟัง เดินกลับ ชมไมไปเรื่อยๆ บรรยากาศไม่ต่างจากไทยมาก เพราะมีแต่ต้นไม้ หิน กับ น้ำ ขากลับแวะกินไอศกรีีม ที่นี่ขนาดเล็กเค้าเท่าใหญ่ Dairy queen ได้ โคนก็คูณสอง ราคา 2-3 เหรียญได้ รสชาติก็อร่อย กินข้าวเย็นที่ชื่ิอ Tartulla มั้ง เหมือนโรตีที่ใส่เครื่องไป ดูหนังอะไรหน่อยก็ขึ้นไปนอน ห้องนอนลูกเค้าก็แบบอเมริกัน มีโปสเตอร์แปะ มีของเล่นเยอะแยะ เตียงเล็กๆ ห้องเล็ก หลับสบาย ตื่นเช้ามาก็กินข้าว แล้วก็ไป Kayaking พายเรือครั้งแรก แบกเรือขึ้นลง ชมวิวเรื่อยๆ พายไปมาติดกิ่งไม้ ดูตลกดี เลยได้รูปมาประดับ โฮสเค้าถ่ายให้ กลับไป แล้วก็ไปเดิน Downtown ซื้อไอศกรีมกิน เดินเล่น แล้วก็กลับไปดูทีวีแป๊บ แล้วก็กลับไป Brewster Host family เค้าใจดีมาก พาไปเที่ยวเยอะดี เค้าก็คุยกับเราเรื่อยๆ ลูกเค้าก็เล่นกับเราได้ มีอะไรมาเล่าให้ฟัง บรรยากาศครอบครัวมาก นั่งกินข้าวด้วยกัน คุยเรื่อง Harry 7 ว่าใครตาย นั่งเปิดหน้าสุดท้ายดู เฮฮาดี ทุกอย่างดีหมด ใช่แล้วหละ ยกเว้นตัวเราเอง รู้สึกว่าตัวเองเงียบมาก นั่งฟังเค้้าก็ไม่ได้หมด เริ่มกดดันนิดๆเพราะเพื่อนอีกคนพูดคล่องกว่าเยอะ ก็หัวเราะ ตอบเค้าไปได้บ้าง แต่ยังรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่าง ไม่ใช่ว่าท้อ ไม่ใช่ว่าคิดถึงบ้าน ไม่ใช่ว่าทนไม่ได้ ก็แค่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกโหวงเหวง คิดถึงเพื่อนๆ ที่อยู่ Brewster ที่ึคุยๆกัน ก็เริ่มเห็นอะไร เห็นอนาคตที่จะต้องเจอ เห็นความเป็นอยู่ American แล้วก็เห็นตัวเองมากขึ้น อะไรๆเริ่มชัดขึ้น ถึงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้กับมัน เจอคราวหน้าจะได้ไม่โซเซมากเหมือนตอนนี้ ได้รูป ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ ได้อะไรมากมายใน 2 วัน July 13 Lonely liveครบรอบ 1 เดือนสำหรับชีวิตในต่างประเทศ ชีวิตก็ยังราบเรียบดีอยู่ ต่างกับที่คิดไว้ตั้งเยอะ เรียนเหนื่อยขึ้น การบ้านกองสูงยึ้น รู้จักเพื่อนดีขึ้น พูดอังกฤษมากขึ้น อากาศดีขึ้น(เย็นๆ ร้อนๆ ไม่หนาวเหมือนตอนแรกๆ) เวลานอนน้อยลง กินข้าวน้อยลง(เริ่มชืน) ความขี้เกียจน้อยลง(มั้ง) กังวลน้อยลง(จาก 0.001 เป็น 0.0001) ที่เราเห็นว่าอะไรๆไม่ค่อยลำบากเพราะยังไม่เจอปัญหาหละมั้ง ตั้งแต่มานี่ก็ใช้ชีวิตเรื่อยๆอยู่ อยู่กับเพื่อนๆรวม 47 คน เรียนๆๆๆ เล่นกีฬาๆๆๆ เที่ยวๆๆๆๆ กินๆๆๆๆ นอนๆๆๆๆ วันๆก็ผ่านไปเรื่อยๆ ตามการบ้านและตารางเที่ยว อีกเดือนกว่าๆก็ต้องไป Prep school แล้ว คงได้เจออะไรมากขึ้นหละมั้ง ได้อยู่คนเดียว ท่ามกลางสังคมใหม่ กับภาษาที่ไม่คุ้นหูเท่าไร ก็หวังว่าอะไรๆ จะต่างกับที่คิดเหมือนกัน ... -------------------------------------------- ชีวิตในหอก็ราบเรียบดีอยู่ ห้องกว้างกำลัังดี มีเตียง โต๊ะ ลื้นชัก โคมไฟ มีเพื่อนร่วมห้องอีกคน ปัญหาคือ ... เมื่อวาu roommate เค้าปวดท้อง ไปโรงพยาบาล แล้วปรากฎว่าเป็นโรคเกี่ยวกับไส้ตื่ง ตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อย นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล อีกวันสองวันก็กลับแล้ว แต่เค้าว่าไม่ได้เล่นกีฬาหนัักๆไปอีก 2-3 เดือน เพื่อนๆก็พับนกไว้รอต้อนรับกลับ ก็มารวมๆไว้ในห้อง ก็เลยกลายเป็นห้องเดี่ยวไป พออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกว่า .. มีเพื่อนอยู่ดีกว่ากันเยอะ ไม่มีคนมาทำการบ้าน ปั่น Journal อยู่ข้าง ไม่มีใครให้รอเวลากินข้าว ไม่มีใครมาปลุกตอนเช้า ไม่มีเสียงเพลงดังมาจากโต๊ะข้างๆ ไม่มีใครเดินกลับห้องด้วยกัน คิดๆถึงตอนที่ไป prep แล้วก็ ... ใจหายนิดๆ ว่าเราต้องมาเจออย่างนี้ทุกวัน ห้องเดี่ยวที่เคยคิดว่าดี ตอนนี้คงได้รู้อะไรอย่างนึง ก็อย่างที่เค้าว่ากัน ว่าเวลาเปลี่ยนอะไรได้หลายๆอย่าง July 10 Euclidean Geometry at St. Paul's schoolSt. Paul's school - prep school in concord (some where in New Hampshire) We go to that school because we will attend class and tour prep school exclude Brewster Academy. The school is luxuriance with old brick building and large area. It seem school in movie. The chapel is very graceful and beautiful. I think I will add photo later. The library has wireless. There is mini waterfall in garden. The class, Advanced Mathematics, is about geometry; The inversion of point in circle. I study with Anak, an encyclopedist. It is new for me !!! It is not hard(for me only?) to learn except new software, Cinderella, Ploting graph and calculate something. I try to push some button and ask for help for my classmate. The class ends with a scary terribly graph with 7 circles, 4lines and 10 points that my friends, A&Beer, will continue studying. it is fun for me (for me only?) --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Life is Brewster is quite stable. Wake up >Eat >Learn >Recreation(sport) >Study hall >Sleep ..z..2..Z July 08 RatatouileeRatatouilee ?
It is a animation moviea about a blue rat that can cook like professional and help a boy to recover his father restaurant. It is better if I can read English subtitle. So it is fun and free :D. I go to watch this movie instead of soccer because it is rainy day. I think this movie is not show in Thailand yet. The cinema is different from Thailand.It is small and so short that my head can hide a movie from behind person. The ticket costs 5.5$ but medium popcorn costs 6$ (her her).
yesterday, 07/07/07, is a very beautiful date but I had class ... Art Science Com and Library
Art - Play with color and paper like kindercarten. It is fun.
Science - use Logger Pro, a tool that use to calculate velocity and collect data and transfer in Excel, and had experimant- drop a coffee filter and evaculate N from F[drag] = b v^n
Com - design T-shirt, Wow! The problems is I am not good at Photoshop. I hope to get it back to Thailand (if it doesn't lost)
Library - Listening how to search data... finish
Anything else?
Umm... I think there is something. I will tell if I remember it.
June 27 At BrewsterFirst, This is my dorm telephone number (603) 569 - seven - three - two - eight I would stay at my dorm about 22.00-23.30 and always stay in my weekend. I have a thousand of program in my schdule such as college visit, meet host family, bowling, Boston trip, ... I cannot guarantee that I can recieve your call in that time. Next, I will tell about Brester Academy that I forgot to tell about 2 weeks because of homework, activities, my friends and my laziness. - Campus - There is Winnipesaukee lake with a 100-square-metres beach that I usually have a swim class. I can see mountain, sunshine and sky from big field in school. Curriculum is great with many grass fields and trees.It's in a quiet small town that have ice-cream shop, Rite-aid(like Lotus express), many gift shop, old railway, Citizen Bank, Dunkin Donuts, Bailey's Bubble ice-cream shop :P and grocery. The campus is consist of health center, dinning hall, small libraly, dorm (some dorm is home!!!), smith center with fitness and other that I have never gone. I think it is a great deal to start new life in USA. - Dormitory - I live in Sargent I with Kin. You can see my room in my photo gallery picasaweb.google.com/lemononmars . There are a bed, a drawer, a cup board, a table, a lamp, LAN port and a telephone. We have Lounge or common room (public living room), tiny bathroom and restroom. TS48 stay with us for helping in dorm and homework. - Food - Food is OK. Cereal, soft drink, fruit and salad are always prepared for every meal. Much food is fattening. I love dessert - cookies, cakes jelly and chocolate - . I sometimes have rice but its taste is not delicious. Anyway, we had Thai bar yesterday that we cooked Thai food by ourselves. - Learning - Ahhh, It is quite hard. I have writing, reading, listening and speaking, computer and culture classes everyday (and also have homework everyday even weekend). The hardest class is culture because I get a lot of sheet and I have to write journal, like essay +diary, at least 1 pages everyday. I don't study academics now. I have study hall in 2 hours that everyone must go to library to finish their homework from sunday to thursday. There is Recreation class (sport class) about 2 hours to play American sport such as speedball, capture the flag, dogdeball, kickball, wiffle, frisbee ultimate and swimming (O_o I don't like it). - Activities - I have to write about 4 pages if I want to write all of them. To make it easy, I will use a list. 6/14 - eat buffet at Red Apple Chinese Restaurant for my first day in USA 6/15 - Downtown tour 6/19 - Flat raising with Thai costume, Thai games, Thai songs, Thai dancing and Thai boxing 6/23 - Go to walmart (supermarket). Price is... (I thinl everyone knows) except electronic and pringle 1$. 6/30 - karaoke night in dinning hall !!! including Thai songs :) 7/4 - Independence day with parade and holiday 7/5 - firework at night (after study hall) & Pajamas day (wear pajamas in class) |
|
|