sakulbuth's profile:: OSK 125 & TS50 :|: le...PhotosBlogListsMore Tools Help

sakulbuth ekvittayanipon

ส่่วนนี้เอาไว้ทำอะไรหรอ
ใครรู่ช่วยบอกที
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Tassananwrote:
ก็เอาไว้ให้น้าอ้อเข้ามาทักทายโดยไม่ต้องคอมเมนท์อะไรไง๊
 
Nov. 24

:: OSK 125 & TS50 :|: lemon on America ::

Life is short. Eat dessert First !
October 12

Guest

จำได้ลางๆว่า มีคนทักใน MSN ด้วยข้อความประมาณว่า "เดี๋ยวเปิดเทอมจะไปหา"

แล้วเราก็เปิดเทอม

...

กระเป๋าเดินทางยังคงถูกส่งออกจากสุวรรณภูมิ ที่ตอนนี้รู้สึกว่าไปเดินเล่นสนามบินบ่อยจนเบื่อแล้ว
กระเป๋าเดินทางยังคงไหลมาตามรางที่สนามบิน O'Hare ที่่ Chicago ที่เราต้องออกแรงยกขึ้นรางเพื่อเข้าเครื่องตรวจจนกล้ามขึ้น (ถ้าบ่อยกว่านี้ คงกล้ามขึ้นจริงๆ)
กระเป๋าเดินทางยังคงขลุกขลักอยู่ใต้ท้องรถบัสสายเดิม ที่วิ่งท่ามกลางทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา
แต่ปีนี้ กระเป๋าเดินทางจะไม่ถูกอัด ผลัก ถีบเข้าใต้เตียงเตี้ยๆน่าอึดอัดในห้องอบๆอีกต่อไป เพราะกระเป๋าเดินทางกำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว !

ว่าแล้วก็ไปชมภาพสารคดีตามติดชีวิตกระเป๋ากัน



2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัวจิ๋ว 1 ห้องน้ำส่วนตัว มีไมโครเวฟ, ตู้เย็น, โซฟา, เตียง, โต๊ะ, ตู้เสื้อผ้า, โคมไฟ, แอร์คอนดิชั่น, ฮีทเทอร์, โต๊ะกินข้าว, ระเบียงเล็กๆหน้าบ้าน, เก้าอี้ รวมอยู่ด้วย (ทีวีของเพื่อน) อยู่ตรงข้ามตึกเรียน Computer Science (ที่ไม่ค่อยได้ไปเรียนเท่าไร) สนนราคาอยู่ที่ $710 ต่อเดือน (ไม่รวมค่าไฟกับค่าเนต ส่วนค่าน้ำฟรี)

เป็นโชคดีของเจ้ากระเป๋าเดินทางไป ที่ไม่ต้องก่ายหน้าผากสิ้นเดือนตอนจ่ายตังค์ค่าเช่า
แต่เนื่องจากกระเป๋าสองใบนั้น ได้ถูกวางทิ้งไว้โดยที่เจ้าของไม่สนใจใยดีเหมือนเดิม เอาเป็นว่าแล้วก็จบสารคดีแต่เพียงเท่านี้

...

จำได้เลือนๆว่า มีคนส่ง Voicemail มาทางโทรศัพท์บอกว่า "อยู่สนามบินแล้ว สักเที่ยงคืนมารับด้วย"
...

Level : Sophomore
Exp (credits earned): 61/120 (next level - 90)
Current Quests:
MATH 403 (3 exp) - Euclidean Geometry
MATH 424 (3 exp) - Real Analysis
MATH 412 (3 exp)- Graph Theory
CS373 (3 exp)- Theory of Computation
JAPN 201 (5 exp)- Elementary Japanese
Additional Tasks:
CS357 Grader
Description:
เทอมนี้เรียนน้อยกว่าปีก่อน (จริงๆเรียน Pshyc 100 ด้วย แต่รู้ตัวที่หลังว่าซื้อหนังสือผิด เลย drop ไปลงปีหน้า...)
แต่ดูยากขึ้นกว่าเดิมเยอะ Math424 นี่ก็เป็น Honor Course ที่ยากมหันต์ แล้วคนที่เรียนด้วยก็เก่งๆทั้งนั้น หวังว่าคงจะเกาะกลุ่ม A อยู่นะ
ส่วน CS373 นี่ก็เรียน Concept เรื่องภาษา, State Machine, regular expression, Turing Machine เป็นเรื่องที่ไม่เคยเรียนมาก่อน แต่ก็เข้าใจอยู่ (กลัวจะไปตายตอน Turing Machine เนี่ยหละ)
Japn นี่ก็ภาษาญี่ปุ่นตัวแรก ที่เริ่มจากท่องตัวคะตะกะนะ กับ ฮิระกะนะ แล้วก็ Grammar พื้นฐาน อาจารย์กล่อมว่าถ้ามาเรียนทุกคาบและตั้งใจยังไงก็ได้ A

นอกจากเรียนแล้ว เทอมนี้ยังรับงานเป็น Grader ของ CS357 ที่เราเรียนไปเทอมก่อน ก็เอาการบ้านมาตรวจ ให้คะแนน แล้วก็ส่งคืนกลับไป แถมงานนี้มีค่าจ้างชั่วโมงละ $9 ทำงานเฉลี่ยอาทิตย์ละ 6 ชั่วโมงก็ได้สัก $54 ก็สนุกดี (สนุกกว่าไปทำร้านอาหารละกัน) และยังได้ SSN(Social Security Number) อีกด้วย มันคืออะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่มีไว้แล้วชีวิตสะดวกขึ้นนิดนึง อย่างตอนไปซื้อโทรศัพท์มือถือถ้ามี SSN แล้วก็ไม่ต้องมัดจำตั้ง 500 เหรียญแน่ะ (ถ้าเราคิดจะซื้ออีกเครื่องนะ ...)

อย่างที่กล่าวข้างต้นๆว่า เช่าอพารท์เมนท์อยู่ ชีวิตเอกเขนกขึ้นมาก
ได้ห้องนอนเดี่ยวที่กว้างพอๆกับห้องที่นอนสองคนตอนอยู่หอ มีห้องนั่งเล่นกับโซฟานุ่มๆ มีครัวส่วนตัว (ที่ส่วนใหญ่รูมเมทจะทำอาหารแล้วเราก็รอล้างจานไป) มีทีวีของรูมเมทที่เอาไว้เล่น PS2 ของรูมเมท กับต่อคอมดูการ์ตูน (ของรูมเมทหมด ... ไม่รู้ว่าเรามีอะไรบ้าง)
อีกอย่าง ในอพารท์เมนท์เดียวกันก็มีเพื่อนกับรุ่นพี่อยู่ด้วย ติดต่อกันสะดวกดี อย่างตอนจะถามการบ้าน ตอนไปแย่งซูชิเพื่อนกิน ตอนไปยืมห้องเพื่อนมานั่งกินสุกี้ (ใช้หม้อสุกี้ที่อุตส่าห์แบกมาจากไทย) เรียกว่าอยู่กันเป็น Thai Complex เลย (แถมปีหน้าจะมีรุ่นพี่มาอยู่เพิ่มอีก 2 คนแน่ะ)
อ้อ ถ้าสังเกตว่าเราออนเอ็มไม่ค่อยบ่อยก็ไม่ต้องสงสัยว่าเราไปจมกองหนังสืออยู่หรือเปล่า จริงๆคือยังไม่ได้ติดตั้ง Internet เลยไม่มีเนตใช้ในห้อง (ก๊าก) นานๆทีจะโขมยสัญญาณเนตห้องข้างๆ (ข้างไหนก็ไม่รู้) มาใช้ ไม่ก็เดินข้ามถนนไปตึก Siebel Center ตึกเรียน Computer Science แล้วก็ไปนั่งแหมะใช้เนตของมหาลัย


อ้อ อันนี้เป็น excel ที่เราเอาไว้จดว่า ต้องเรียนอะไรบ้างใน 4ปีนี้ ก็มี Math ที่ดูเยอะแยะมากมาย CS สนุก 6 ตัว (อาจจะมีเพิ่ม) กับ General Education ที่เป็นวิชาที่ไม่อยากเรียนเอาซะเลย (แต่ก็ต้องเรียนให้ครบ)

ในตารางข้างล่างก็จดไว้ว่า จะเรียนอะไรเทอมไหน แน่นอนว่าเปลี่ยนไปมาเรื่อยๆ เพราะบางวิชาตารางสอนชนกันเลยต้องเปลี่ยน ไม่ก็เพื่อนชวนไปเรียนตัวอื่น (rare case) และจากจำนวนเครดิตที่มีอยู่ สามารถจบได้ภายในสามปี แต่รู้สึกว่า 3 ปีมันเรียนเลขที่อยากเรียนได้ไม่หมด เลยคิดว่าจบ 4 ปีไปแล้วกัน ไม่เสียหาย แถมได้เรียนปี 4 แบบสบายๆด้วย
...

จำได้นิดๆ ว่าคนที่อยู่บนรถตู้คันนั้นหน้าตาคลับคล้ายคลับคลา
"มาตัวเปล่าไม่ได้หรือไงเนี่ย ทำไมต้องหอบพายุเข้ามาด้วย" เราถามพร้อมกับยื่นเสื้อกันฝนที่ยืมจากรุ่นพี่อีกคนหนึ่งให้เขา
"นั่นสิ ธรรมชาติแถวนี้ดูตื่นตาตื่นใจดีนะ" เขาก็คงคิดอยู่ ว่าทำไมบรรยากาศข้างนอกรถตู้ที่นั่งมาถึงมืดสนิท และทำไมที่ถนนที่ Illinois ถึงมีน้ำไหลกรากอย่างกับคลอง
"ที่นี่ดีจังนะ" เขาพูดหลังจากเข้าไปแวะบ้านรุ่นพี่เพื่อคืนเสื้อกันฝน และชวนกันเล่นไพ่ อีกทั้งยังบ่นๆว่าไม่ได้เล่นไพ่มาได้ 2 ปีแล้ว

อ้อ ลืมบอกไป พี่ที่มาเยี่ยมชื่อพี่เจด ศึกษาวิชาเคมี ในระดับปริญญาตรี ที่ University of Pennsylvania
รู้จักกับเขาครั้งแรกตอนเขาไป Brewster Academy โรงเรียนที่นักเรียนทุนที่ USA เกือบทุกคนต้องไปเข้าค่ายกักกัน เอ้ย ค่ายฤดูร้อน เป็นเวลา 3เดือน ก่อนที่จะถูกปล่อยไปเผชิญโลกแห่งความจริง(อันโหดร้าย)ที่ prep school
ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นเค้าแค่ไปเที่ยวเฉยๆ แล้วที่ค่ายเค้าพาไปห้าง เราก็เลยเดินเตาะแตะๆแล้วไปจับพลัดจับผลูเดินกับพี่เจดซะงั้น
พี่เค้าทักเราก็เพราะตอนนั้นเราใส่ wristband ของสวนกุหลาบ และพี่เค้าจบมาจากอัสสัมชัญพอดี ก็เลยท้าตีด้วยวาจา คุยเรื่องโรงเรียนไปมาซะงั้น
(ภายหลังพี่เค้าบอกเราว่า ตอนนั้นเราไปเป็นตัวกขค. ... เพราะตอนเดินมีแค่เรา พี่เจด กับพี่ ... อีกคนหนึ่ง)

หลังจาก Brewster ก็ได้เจอเค้าอีกที่มหาลัย UPenn ช่วง Thanksgiving Break เพราะเป็นวันหยุดยาวครั้งแรกที่จะได้เจอเพื่อนๆ ฟื้นฟู HP หลังจากถูกการบ้านและ Culture Shock ที่ prep school มากว่า 3 เดือน ทุกคนเลยใช้ช่วงเวลานี้จับกลุ่มนัดกันไปเยี่ยมเยียน (ออกแนวบุกรุกมากกว่า) มหาลัยต่างๆ จะได้ไปดูสภาพบรรยากาศของมหาลัยในฝัน นอกฝัน ในความจริง ที่จะยื่นใบสมัครเปื้อนรอยน้ำตาให้คณะกรรมการเห็นใจ รับไปอุปถัมภ์ในมหาลัยเหล่านั้น
(ว่าเข้าไปนั่น ที่เราไป UPenn จริงๆแล้วเพราะมันใกล้ prep school เราต่างหาก จะให้สู้ค่าเครื่องบินแพงหูฉี่บินไปไหนไกลๆก็คงไม่เอา)
นั่นหละ เป็นเหตุผลกับโชคชะตาฟ้าลิควิด เอ้ย ลิขิต ให้เราไปเจอ(ก่อกวน)พี่เจดอีกครั้ง

หลังจากนั้น ก็ไปหา(วุ่นวาย)อีกครั้งตอน Long Weekend เพราะโดนไล่ออกจากหอ และไม่อยากร่อนเร่ไปไหนบนเครื่องบิน เลยเกาะรถบัส made in China ราคา $12 ไป UPenn อีกแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นซ่ากินอาหารทะเล คืนนั้นเลยฉลองวันเกิดในสภาพตาบวมหน้าแดง (หรือตาแดงหน้าบวมก็จำไม่ค่อยได้) 
ตอน Spring Break ก็ไปแวะ(เกาะ)อีกครั้ง เพราะรถไฟที่จะกลับเพรพโดยตรงไม่มี เลยนั่งไปลง UPenn แล้วนอน(แย่งอาหาศหายใจ)คืนนึงก่อนกลับ

เค้าคงรู้สึกว่า เราไปหาเค้าบ่อยมากมาย เค้าเลยอยากมาหาเราบ้างหละมั้ง ...
แต่เค้าอาจจะผิดหวังเล็กน้อย ที่เราให้เค้านอนโซฟา เพราะตอนเราไปเค้าจัดที่นอนให้อย่างดี ... (เพิ่งมาอยู่เหมือนกันค้าบบ ไม่ได้ซื้ออะไรเข้าบ้านมากมายเลย)

เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มดินอุดมสมบูรณ์ อาชีพหลักของผู้คนในละแวกนี้คือปลูกพืช และพืชที่นิยมปลูกมากที่สุดคือข้าวโพด
และเนื่องจากมหาลัยถูกล้อมรอบด้วยทุ่งข้าวโพดสีทองอร่ามละลานตาสุดขอบนภาฟ้าสีคราม ฉะนั้น ... จึงไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยว (เกริ่นซะยาว)
พี่เค้าก็เลยได้แต่เดินเล่นรอบมหาลัย ไปดูภาควิชาเคมีที่เค้าจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท ดูตึกเรียน สนามหญ้า โรงยิม ร้านหนังสือ กระรอก กระต่าย ใบ
สน ต้นเฟิร์น ไปของเขา เพราะเราเลิกเรียนตอนบ่ายสอง เลยปล่อยเค้าเร่ร่อนจนท้องกิ่ว

ไปกินอาหารเกาหลี เที่ยวงานเทศกาลข้าวโพดหวานของท้องถิ่น (Sweetcorn Festival) ชวน(บังคับ)ไปเล่นไพ่ คุยคุยคุย กินกินกิน นอนนอนนอน
ยึดโซฟาได้ 3 คืนก็กลับซะแล้ว เพราะออกเช้าไปเลยไม่ได้ตื่นมาส่ง (ตั้งนาฬิกาปลุกละ แต่ไม่ตื่น) เลยงัวเงียๆบอกลาพี่เจดตอนเค้าเข้ามาในห้อง

เฮ้อ ...
จำได้ว่าคุยกับพี่เจดใน msn บ่อย ด้วยคำทักทายว่า "บุ๋ง" แต่เพิ่งนึกออกว่าพี่เค้าคุยเก่งมากขนาดนี้
เพิ่งรู้ว่ามีรุ่นพี่หนีมาเที่ยว ทั้งๆที่ยังมีงานค้างคาอยู่ในมหาลัยด้วย
เพิ่งได้คุยว่าเวลากินข้าวเค้าชอบตักข้าวน้อยๆเนื้อพูนๆ
เค้าบ่นว่าที่นี่อากาศดีกว่ามหาลัยของเค้า
รู้ว่าคนอื่นให้ฉายาเค้าว่า _ม_น_ เราก็เรียกๆตามเค้า แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
เค้าเป็นคนแนะนำให้เราดูอนิเมะเรื่อง Clannad ที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดไปแล้ว
Spring ก่อนที่เราไปหาเค้า รู้สึกจะสื่อสารกันผิด เลยต้องให้พี่มารอที่สถานีรถไฟก่อนเวลาตั้ง 3 ชั่วโมง
Thanksgiving นั้น เราก็ทำพะแนงไก่หกใส่ผ้าห่มเค้า ...

ถ้านับเวลาที่ไปพบ ได้พูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา ก็ยังรวมๆกันไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำไป
แต่ก็ได้รู้จักกันมากกว่าเพื่อนมัธยมที่หนีไปนั่งซุกอยู่มุมห้อง คุยบ่อยกว่าเพื่อนใน prep school ที่นั่งเรียนด้วยกันมาเกือบปีเสียอีก

ขอบคุณพี่เจด ที่มาส่งสัญญาณ ให้เรารู้ว่ารุ่นพี่ที่เราเคยคุยและกวนประสาทบ่อยๆยังไม่ได้หายไปไหน
ขอบคุณที่มาสะกิดภาพวันเก่าๆที่พี่เจดและพี่ชิน ให้ที่พักอาศัย ทำให้เราและเพื่อนๆที่แยกย้ายกันไปแต่ละโรงเรียน กลับมาเจออีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับอนิเมะดีๆหนึ่งเรื่อง

...   "บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย"  ...
การที่เราขึ้นเรียนปีสอง แสดงว่า มีเพื่อนที่ prep school ที่เราไม่ได้ติดต่อมาหนึ่งปีเต็ม มีเพื่อนนักเรียนทุนหลายคนที่เราไม่ได้เจอหลังจากการรวมตัวที่ Stony point เป็นเวลาปีกว่า มีเพื่อนระดับชั้นมัธยมปลายที่ไม่ได้เห็นหน้ามาอย่างน้อยสองปีแล้ว
ถึงจะเห็นชื่อผ่าน MSN เห็นผ่านๆในหนังสือรุ่น หรือนึกขึ้นได้ในตอนนั่งทำอะไรเพลินๆ แต่การที่ไม่ได้พบปะพูดคุยกัน ก็เหมือนกับว่าตัวตนของคนคนนั้น "หล่นหาย" ไปจากชีวิตเราทีละเล็กละน้อย
ในชีวิตเราตอนนี้ เราทำใครหล่นหายไปบ้างหรือยังนะ ...
June 16

Euphoric Ending

" A year has passed by since she decided to leave and live with her mother and had to transfer to other school.
The graduation ceremony is held blessedly. Embracing rose bouquets, seniors all around are treasuring this precious occasion and capturing their happiest moment together.

Lonely, he is reminiscing about his unforgettable past with her, the time they had stayed together and tried hard to overcome their hardship.
Although they finally understand their feelings toward each other, bitterness of reality separates them.
Yes, it's her decision to become stronger. It's her who wants to settle things with her parents to be accepted by everyone instead of escaping to pursue her own happiness with him.
Yet, the feeling of nostalgia comes when thinking back. He has to endure it, because she believes in him ...
Windows of their classroom he is looking at stay unchanged, except that someone is standing at the corner of the room.
He suddenly runs upstairs, excited by the scent of familiarity.
A door is opened. The room is empty.
A curtain is flowing down. A tall locker is exposed behind.
He opens it.

'What? I was planning to surprise you,' she stands there with disappointment showing on her unchanged face in a new black uniform.
'It seems like you grow,' asks he.
'Not even millimeter,' she angrily replies. His word pierces through her weakness.
'Listen ...'
'I love you,' the missing dearest word she desires most is said. "
- Toradora! (the last scene of the final episode)

... และแล้วก็สุข
เมื่อทุกอย่างที่สร้างไว้ มาบรรลุถึงเป้าหมายท้ายสุดในตอนจบ
ในภาพความประทับใจ ภายใต้แสงแดดแห่งฤดูใบไม้ผลิ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะของผู้คนเหล่านั้น

คิดย้อนไปยังอนิเมเรื่องแรกๆที่ได้ดู
Kanon 2006 เรื่องราวของเด็กชายที่กลับมายังเมืองที่เค้าเคยอยู่อาศัยเมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อต่อเติมความทรงจำที่ขาดหาย เติมเต็มคำสัญญาที่เค้าให้กับเด็กผู้หญิงคนนั้น และรอคอยปาฏิหารย์ที่จะเปิดเผยความจริงที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยละอองหิมะสีขาว ที่ยอดเขานั้น
ความทรงจำ คำสัญญา ปาฏิหารย์
กับความจริง ... ที่โลกแห่งความจริงไม่มี

โลกความฝันสวยงามเสมอ
ถึงโลกของตัวละครในแต่ละเรื่องจะเป็นโลกใบเล็กๆ แต่ก็เป็นโลกที่ปราศจากขอบเขตของจินตนาการและความหวัง
โลกใบเล็กที่ไม่มีสังคมภายนอกมารบกวน พวกเขาจึงสามารถแสดงความต้องการและตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างที่เขาอยากให้คนอื่นรับรู้
โลกของพวกเขาเหล่านั้น ช่างดูอบอุ่น สว่างไสว นุ่มนวล บริสุทธิ์
ความมุ่งมั่นที่จะไล่ล่าคว้าความฝันที่วาดไว้ในวัยเยาว์
ความแน่วแน่ที่จะตามหาสิ่งที่ขาดหายไป และเติมเต็มในอีกเสี้ยวหนึ่งของคนอื่น
ความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ว่าสักวันทุกความหวังและความฝัน จะกลายเป็นจริงถ้าเรายังไม่ยอมแพ้

มีคนบอกว่า โลกใบนั้นเป็นสมุดภาพนิทานที่เป็นเศษเสี้ยงหนึ่งของโลกแห่งความจริง
กระดาษขาวที่ถูกแต่งเติมสีสัน เติมต่อเรื่องราว จัดวางเหตุการณ์ และเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แต่ ... ถ้าโลกใบนั้นมีพื้นฐานมาจากโลกของเรา ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างถึงดูแตกต่างกันมาก

ความมุ่งมั่น ความแน่วแน่ ความเชื่อมั่น ความรู้สึกอันแรงกล้าต่างๆที่ใครใครหยิบยกขึ้นมา ราวกับเป็นเรื่องปกติที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน
หลายสิ่ง หลายอย่าง ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสายตา ที่ถูกรับฟังผ่านทางโสตประสาท ที่ผ่านทางความคิดและแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึก
ความรู้สึกเหล่านั้น ทำไมลึกลงไปข้างในเราถึงรู้สึกไม่คุ้นเคย ทำไมหมือนเป็นสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยพบเจอ ...

,หรือว่าเรายังโตไม่พอ
,หรือว่าที่เราเคยรับรู้มาไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น
,หรือว่าสิ่งที่พวกเค้าถ่ายทอดออกมาเป็นสิ่งที่มีเพียงพวกเขาเหล่านั้นที่เข้าใจ
,หรือว่าตัวเราเอง ปฏิเสธที่จะรับรู้

การที่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนั้น ถูกจัดเรียงอย่างลงตัว อาจเป็นเพราะเรื่องราวต่างๆถูกกำหนดเอาไว้แล้วเรียบร้อย
เพราะโลกใบนั้นเป็นโลกใบเล็ก จึงไม่มีอะไรจากภายนอกมาขัดขวางให้พวกเค้ากล้าที่จะเติบโตและก้าวไปข้างหน้า
และเพราะเวลาในโลกใบนั้นไม่ยาวนานมากนัก เราจึงเห็นแต่ภาพช่วงเวลาที่มีความสำคัญต่อชีวิตของตัวละครเหล่านั้น

ถ้าอย่างนั้น ... แปลว่าการที่โลกของเราไม่มีความสดใสเทียบเท่ากับอีกโลกหนึ่ง เป็นเพราะว่าโลกใบนี้ มี "ส่วนเกิน" ที่ไม่จำเป็นเยอะเกินไปหรือเปล่า ?

February 15

<>

คราวนี้มาสั้นๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะเขียน ไม่ใช่เพราะไม่มีเวลาจะเขียน แต่เอาเวลาเขียนไปทำอะไรที่ทำให้มีอะไรจะเขียน (กับนอน)
ปิดเทอม Winter Break ไปเที่ยว Florida กับเพื่อนๆมา Disney World กับ Universal
สนุกมาก สวยมาก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะไม่มีกล้อง ดูภาพที่เพื่อนๆเค้าถ่ายไว้ไปพลางๆก่อนหละ (ลิงค์อยู่ด้านล่าง)

ภาคเรียนที่ 2 เริ่มมาเกือบเดือนได้แล้ว
วิชาที่เรียนมีแต่สนุกๆ เรียกได้ว่าเทอมนี้เรียนตามใจฉัน แน่ใจว่าถ้าคนอื่นมามองคงหาว่าบ้า

ESL 115 - Academic Writing
CS 225 - Data Structure (C++ language)
CS 357 (Math 357) - Numerical Method (Computing using mathematical approach)
Math 241 - Calculus III
Math 402 - Non-Euclidean Geometry (e.g. Spherical Geometry)
Math 413 - Combinatorics
Math 453 - Elementary Theory of Number

7 วิชา 23 เครดิต (Maximum เค้าให้แค่ 18 เครดิต ประมาณ 6 วิชาแต่ไปขอเพิ่มได้)
เรียนเยอะ การบ้านแยะ แต่สนุก ท้าทาย
รู้สึกว่าได้ใช้สมองทุกวัน ทั้งวัน สนุก
เริ่มสำนึกบุญคุณค่าย สสวท.เลข ที่สอนมาให้แล้วมากมาย เลยเรียนน้อยลงไปเยอะ
แต่น่าเสียดายที่คงจะเรียนอย่างนี้ได้แค่เทอมเดียว เพราะเทอมหน้าๆต้องเรียนพวก
General Education อย่าง Psychology, Philosophy ให้ครบ ไม่งั้นไม่จบ

แผนการเรียนตอนนี้ คิดว่าจบใน 3 ปีได้ แต่คงต้องคิดดูดีๆเพราะจบ 3 ปีอาจจะเร็วไปพื้นไม่แน่น
จบ 4 ปี ก็มีปัญหาอีก ไม่รู้จะเรียนอะไร ตอนนี้ตารางเรียนที่วางไว้ก็เรียนเลขซะเกือบหมดภาควิชาละ

ชีวิตสุขสบายดี
แพ้กุ้งอย่างไม่ทราบสาเหตุตอนไป University of Chicago แต่ไม่เป็นไรมากนอนแล้วหาย
ขอบคุณพี่ๆที่ UChi มาก สำหรับที่ซุกหัวนอน Mario Kart ความใจดี และ ของหวานวันเกิด (เค้ก+ไอติม+ผลไม้)

ความคิดลอยฟุ้งเฟ้อเต็มหัว แต่ไม่ได้หยิบมาทำให้ฟูฟ่อนเป็นเรื่องฟูมฟาย
จะพยายามเขียนให้เยอะกว่านี้ครับ

- First -

Link: [Credit: Gor, Tanachat Nilanon]
Downtown Disney
Epcot, Disney
Magic Kingdom, Disney
Universal Studios 1
Universal Studios 2


January 21

tHERE

...โรย
ภาพตึกเรียนที่ดูคล้ายปราสาทอันเก่าแก่แต่แฝงด้วยความยิ่งใหญ่และสง่างามตึกนั้น กลับดูเด่นชัดสะดุดตายิ่งขึ้น หลังจากกลุ่มกอสีเขียวที่เคยปกปิดทัศนียภาพนั้นไว้ ผละกิ่งโรยตัวลงจากต้นใหญ่ทีละใบ ทีละใบ ไปสู่พื้นดินบนเส้นทางเดินของผู้คนแห่งนี้
ใบสีเหลืองที่ลอยเคว้งคว้างไปตามสายลมแรงแต่ละใบ แตะไหล่สะกิดผู้คนที่กำลังเร่งรีบให้หยุดพักหายใจ และกระซิบบอกเบาๆด้วยเสียงแห่งความเป็นห่วงเป็นใยว่า "ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้วนะ"

เจ้ากระรอกน้อยที่ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนใครเพื่อน ออกมารับแสงแดดเหนือสนามหญ้าใจกลางมหาวิทยาลัย เหยียบย่ำผ่านใบไม้สีเหลืองปนแดงเหล่านั้นกันบ่อยกว่าที่เคยเป็น คงเป็นเพราะเสียงเล็กๆจากใบไม้ส่งผ่านมาทางสายลม แจ้งเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องเก็บสะสมอาหารไว้ก่อนที่เหล่าพรรณไม้จะได้เริ่มหยุดทำงาน พร้อมใจกันสละใบไม้ที่เคยอยู่ร่วมกันมากว่าปีออกจากกิ่งสีน้ำตาลแห้งกรัง เพื่อรอเวลาแห่งการแตกกิ่งก้านใบใหม่ในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

... กลาย
ความแปรปรวนของอากาศ บรรยากาศของผู้คนแปลกหน้า หน้าตาสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ ต้นไม้ใบไม้ที่ดูสดใสมีชีวิตชีวากว่าที่อื่นๆ
ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ กับการได้มาเยือนสถานที่แห่งใหม่ ภายในบันทึกเรื่องราวที่เพิ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกลงไปไม่นานมานี้
เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นเคยภายในหน่วยความจำเล็กๆ ที่ได้เริ่มรวบรวมและบันทึกข้อมูลของสถานที่ในต่างแดนแห่งนี้มาต่อเนื่องเป็นเวลาสามเดือน

สิ่งของเครื่องใช้ที่นำติดตัวมาในกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ ตอนนี้ถูกวางอย่างระเกะระกะปะปนกับสิ่งของแปลกหน้าที่เจ้าของนำมาวางทิ้งไว้ได้ไม่นาน
หนังสือเล่มโปรดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะเขียนหนังสือตัวใหม่ ดูเหมือนเจ้าของที่กำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยสนใจหยิบมันมาอ่านสักเท่าไร เลยพากันหลบหน้าหลบตา โผล่ให้เห็นแต่สันเรียบๆออกมาข้างนอก
เสื้อกันหนาวสีเขียวเข้มตัวเก่งที่ต้องคว้ามาใส่ทุกครั้งเวลาออกไปเผชิญอากาศหนาว แขวนตัวลอยอย่างสงบในตู้เสื้อผ้าใบเล็ก เพื่อรอวันที่อากาศจะเป็นใจให้มันได้ออกมาสูดอากาศหนาวและสัมผัสกับความละเมียดละไมของปุยหิมะอีกครั้ง
กระเป๋าเป้สีส้มสดใส เริ่มอิดโรยหลังจากต้องบรรจุหนังสือเรียนเล่มใหญ่ สมุดจดเล่มหนา เลคเชอร์อีกเป็นกองๆ แต่กลับถูกทอดทิ้งหลังจากกลับมาถึงห้องนอน กองอยู่บนพื้นอย่างแน่นิ่ง

อีกไม่นาน ... ผ้าห่มสีเขียวผืนใหม่นั้นคงจะดูหม่นหมอง
อีกไม่นาน ... ตะกร้าใส่ผ้าที่วางอยู่กลางห้อง คงจะกลายดูเหมือนของตกแต่งห้องชิ้นหนึ่ง
อีกไม่นาน ... ภาพสนามหญ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งภายนอกหน้าต่าง จะกลายเป็นแค่ "ภาพคุ้นตา"

.... ย้อน
เหตุผลแรกที่ผ่านเข้ามาในความคิดว่าทำไมถึงเลือกรับทุน ก็เพราะ .. อยากไปอยู่ในโลกใบใหม่
เคยหวัง, ว่าถ้าชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง สักวันเราอาจจะได้ไปอยู่ในโลกที่ดีกว่านี้
เคยฝัน, ว่าการได้พบสิ่งใหม่ๆ คงจะรู้สึกเหมือนกับการได้ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ดั่งตัวละครในนิยาย
เคยคิด, ว่าการที่ได้ชื่อว่า "สิ่งใหม่" คงจะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรนัก

และสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ ก็เป็นอย่างที่หวัง ไม่ต่างจากภาพที่คิด และไม่ผิดจากสิ่งที่ฝัน
"สิ่งใหม่" ยังคงทำให้เราตื่นตา ประทับใจ และ ไขว่คว้า ได้เสมอ
แต่ โลกความจริง นิยามคำว่า "สิ่งใหม่" ให้แปรผันตามกาลเวลา
1 ปี .. 1 วัน .. 1 นาที ..
ความอยากรู้อยากเห็น ความแปลกใหม่ ความสดใส ถูกกลืนหายไปใน "ความเคยชิน" ที่เข้ามาแทรกซึมในทุกสิ่งทุกอย่าง
ความประทับใจต่างๆที่ยังคงสดใสในภาพความทรงจำ กลายเป็นเพียงจินตภาพ เมื่อภาพความจริงของสิ่งรอบตัวเรา สิ้นแสงสะท้อนความประทับใจที่เคยมี เห็นเพียงแต่รอยสนิมเกรอะ ที่ไม่สามารถขัดถูให้งดงามเหมือนดังวันแรกที่ได้สัมผัส
ความเคยชิน ปิดซ่อนอะไรๆในชีวิตตั้งไม่รู้เท่าไร

ตอนนี้ ทำได้แค่เพียงรวบรวมกำลังออกตามหา "สิ่งใหม่" อีกครั้งหนึ่ง
แต่ อีกไม่นาน สิ่งใหม่ที่ปรารถนา คงจะต้องพบชะตากรรมภายใต้วังวนของเวลา
กลัว .. กลัวว่า สิ่งใหม่ที่กำลังไขว่คว้าไว้ จะเลือนหายไปอีก
กลัวโลกใบใหม่จะคงเหลือไว้แต่ "สิ่งเดิมๆ"
โลกใบนั้นจะมีสีอะไร

...
หิมะตกอีกแล้ว
September 02

Study Story Start

Dear my space,

Long time no see. Sorry that I couldn't meet you since I arrived in the United States.
Yeah, it was very busy. You know what, I had stayed at Los Angeles airport for 15 hours !
My flight was canceled and it's the last one of the day. Luckily, I could make it and took a flight directly to Chicago instead of NYC. *sigh*

My Fall semester begun on Aug 25. So why had I been here since Aug 15 ? Good question. And thanks for your attention.
As an international student, we, I mean my friends as well, have to take TB test, give a photocopy of passport to university, and stuff. Moreover, we need personal household like blanket, pillow, mat, and so forth. So the first week was busy but full of excitement.

Where am I living ? Of course, dormitory. I share a double room with Thai roommate, Tee. At least, we can communicate to each other well.
The dorm is so far away from the academic building that we, I mean everyone, have to take a bus. I hope that I can afford a bike which makes my traveling easier. But first of all, let me receive allowance from Office of Educational Affairs ...

I believe you want to see my classes, right ? I'm not sure where you are created but the education system should be similar. Here they are:

ESL114 - Academic writing
Econ103 - Macroeconomic
Computer Science 125 - Introduction to computer science
Math 347 - Fundamental Mathematics
Math 415 - Linear Algebra
LAS 101 - College Experience

oh, please store these information for me. I don't want to forget a class and get 'F' at the end of semester. Keep in mind...

I can't inform you how I like these classes now. I have studied for only a week. In fact, I have an opportunity to drop or add class now. Well, if I do add it, my credit will exceed its limit 18 hours. Yes, my friend (my roommate, to specify) does that but I want to have a chilling time for the first year. That's why I arrange all classes after 11 am. I can get up late everyday, Happy Morning !

Ah, I forget one important thing, picture. Sorry again. I don't have camera yet so I can't share you my photo. Don't be sad ... I will do it soon. Hang in there.I promise that you will like my pics, I mean my university. You will see how wonderful math department is ! It's a castle, literally. Other pat of colleges are great too. Give me a time to explore around the campus please. It's too big to see every single place in a week.

Even though I'm writing this in English, I'm astonished at how large Thai people group is. I realize that I've talked in English only a few time. Most of time is spent with Thai people. It's happy though but I still need to improve my poor speaking skill. That's a reason why I'm here, right ?
We, I mean Thai people, are gonna held "Thai Night," an event we represent our traditional, belief and our proudly cuisine to foreigners. It will be a very big event, as well as a very hard work to do. We, I mean you and me, will see the results soon.

How are you so far ? I think it's kind of boring to stay in a limit space, bounded with a straight line and translated into a trillion of bitstring of two digit number all the time. I'm sorry. I can't take you out, although you've helped me express and safely store my thoughts since I first met you here. In exchange, I will commemorate my precious memory with you. Sounds interesting ? I will bring you along with me and keep you up-to-date. Even if I can't promise that I will always talk to you because of workload, I'm going to at least try my best. So, my space, please stay calm. Do your job and I will do mine.

See me soon,
- First @ University of Illinois at Urbana-Champaign -